เวนิตาตกใจสุดขีด เมื่อเธอเห็นว่าคนๆ นั้น คือ ฐานัตถ์ ผู้ชายที่เธอแอบตามถ่ายรูป มิหนำซ้ำยังนำรูปถ่ายของเขามาตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือราวกับว่าเขาเป็นแฟนลับๆ ของเธอด้วย
เวนิตาแทบช็อก! ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเขาตัวเป็นๆ ที่ร้าน นับว่าเป็นระยะที่ใกล้ที่สุดเท่าที่เธอจำได้ เธอรีบมุดเข้าไปหลบใต้เคาน์เตอร์แทบไม่ทัน เพราะไม่แน่ว่าสัญชาตญาณการเป็นสายสืบของเขาจะทำงานขึ้นมาเมื่อไหร่ ถ้าเขาเห็นและจำเธอได้ว่าเธอแอบตามเขาไปแทบทุกหนทุกแห่ง
“ยัยเว! ก้มลงไปทำอะไรที่พื้น” พี่แป้งหันไปถาม ขณะที่เดินไล่หลังตามออกมา เวนิตาบอกปัด
“พอดีเวทำต่างหูหล่นน่ะค่ะพี่แป้ง” รินที่กำลังชงกาแฟอยู่ อย่างขะมักเขม้น หันมามองงงๆ ผู้กองหนุ่มที่ความสูงเลยจากเคาน์เตอร์มากพอสมควร ทำให้หางตาของเขามองเห็นคนที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์ก้มหน้างุดๆ อยู่อย่างชัดเจน
“หาเจอไหมนั่น! ปกติก็เห็นใส่แว่นทำไมวันนี้ไม่ใส่มา จะหาเจอเหรอ” พี่แป้งหันมาถาม ก่อนจะเงยหน้าทักทายกับลูกค้าคนอื่นๆ ที่พึ่งจะเดินเข้ามา
อเมริกาโน่และคาปูชิโน่ พิเศษวิปครีมถูกวางลงบนเคาน์เตอร์พร้อมๆ กันหน้าตาน่ารับประทาน
“ทั้งหมด 120 บาทค่ะ” รินหันไปหาเวนิตา เพื่อบอกให้เธอคิดเงินลูกค้า แต่หญิงสาวยังคงก้มหน้าก้มตาหลบทำอย่างกับว่าเขาเป็นเจ้าหนี้จะมาทวงเงินอย่างไงอย่างงั้น
“นี่ครับ 120 บาทพอดี” ผู้กองฐานัตถ์เห็นท่าทางของคนที่ก้มมุดหน้ามุดตาอยู่นานสองนานที่เคาน์เตอร์ ก็คิดว่าคงจะไม่เงยหน้าขึ้นมาง่ายๆ จึงจ่ายเงินให้กับรินแทน เขาคว้าแก้วกาแฟก่อนจะเดินนำหน้าหมู่จินกลับออกไป
“ขอบคุณที่อุดหนุน โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ” รินกล่าว ก่อนจะหันกลับมาคว้าแขนเวนิตาให้ลุกขึ้น
“ยัยเว...ป่านนี้ยังหาไม่เจออีกเหรอ” แรงฉุดของรินทำให้โทรศัพท์มือถือเครื่องของเวนิตาที่อยู่ในกระเป๋าชุดผ้ากันเปื้อนด้านหน้าทรงตื้น กระเด็นออกมาหล่นที่พื้นไฟหน้าจอเปิดทำงาน
“เฮ้ยแก!!! นี่มันผู้ชายคนเมื่อกี้นี้” รินคว้ามือถือขึ้นมาดูเห็นภาพหน้าจอที่ยังไม่ได้ปลดล็อกเป็นรูปถ่ายของผู้กองฐานัตถ์เต็มๆ จอ
“ยัยริน!!” มือบางรีบคว้ามือถือกลับแล้วเก็บมันลงไปในลิ้นชักเคาน์เตอร์ล็อกกุญแจก่อนจะดึงออกเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ
“ดารานายแบบ ใช่ไหมยัยเว” รินเดินเข้ามาถามตรงๆ พลางเขย่าๆ ที่แขนเวนิตาอย่างตื๊อๆ ให้รีบตอบออกมา
"อื้อ! " เวนิตาพยักหน้ารับส่งๆ ก่อนที่เรื่องจะยาวไปกว่านี้
“เธอไปได้รูปนี้มาจากไหนเหรอ ในกูเกิลใช่ไหม เขาชื่ออะไรเหรอ มีไอจีไหม แฟนคลับเยอะหรือเปล่า บอกฉันมาบ้างสิยัยเว” รินซักไซ้ เวนิตาพยักหน้างึกๆ
“ได้ๆ ว่างๆ แล้วจะเล่าให้ฟังนะ แต่ว่า...เธออย่าเผลอไปขอลายเซ็นเขาเชียวล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าพนักงานอย่างเราน่ะบ้าดารา มันจะดูไม่ดีนะ” เวนิตารีบเตือนเพื่อนร่วมงานของเธอ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เธอจะรู้อยู่เต็มอกว่า ผู้กองฐานัตถ์ นั้นไม่ใช่ดารา หรือ นายแบบอย่างที่รินคิดเองเออเองก็ตาม
“โอเคๆ เขากับอิตาลุงที่น่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวหน้าซื่อบื้อๆ นั่น ถ้ามาอีกนะฉันจะรีบเข้าไปขอถ่ายรูปเลย”
“ไม่ได้!!!” เวนิตารีบค้าน
“ทำไมล่ะ ยัยเว”
“ก็...เราไม่รู้ว่าผู้จัดการเขาดุแค่ไหน เผลอๆ ไปขอถ่ายรูปสุ่มสี่สุ่มห้า เจอวีนเจอเหวี่ยงกลับมาอีก ดูๆ ไปสองคนนั้นอาจจะเป็นคู่ขากันก็ได้นะ” เวนิตาหวังดี แกล้งทำเป็นเตือนเพื่อน รินได้แต่ชะเง้อคอตามแผ่นหลังกว้างออกไปที่หน้าร้าน มองดูนายแบบสุดหล่อและผู้จัดการหน้าตาซื่อบื้อ ตามความมโนของเธอเดินลับตาไป
หลังจากผู้กองหนุ่มแยกกับลูกทีมคนสนิท ทว่าก็ขับรถกลับมายังคอนโดซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอยู่พอสมควร แต่ก็ยังคงมีรถไฟฟ้าแล่นผ่านด้วยความเจริญที่เริ่มกระจายไปอย่างทั่วถึง
เขาขับรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามายังลานจอดด้านหลังของตัวอาคารสูง 18 ชั้น เป็นลานจอดรถกลางแจ้งสามารถจอดรถยนต์ได้มากกว่าหนึ่งร้อยคัน และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลความสงบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง
มือแกร่งแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตูห้องแล้วเปิดออก มีแสงไฟจากด้านในสว่างไสวขึ้นอย่างอัตโนมัติ สายตาคมคายกวาดมองไปรอบห้อง เพื่อตรวจสอบความผิดปกติระหว่างที่เขาไม่อยู่ แต่เมื่อทุกอย่างเป็นปกติขาเรียวจึงก้าวเข้าไปด้านในอย่างสบายใจ
การเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกต จนบางครั้งดูเหมือนจะระแวงไปหมดซะทุกอย่าง แต่นั่นก็เพราะหน้าที่สอนให้เขาเป็นคนไม่ประมาทกับอะไรที่เล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าจะมีบุคคลไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยือนเขาเมื่อไหร่ ตั้งแต่การจากไปของลดา ว่าที่คู่หมั้นทำให้อะไรๆ ในชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิม
มือแกร่งวางปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติสีดำขลับคู่กาย 'ขนาด.40 สมิท แอนด์ เวสสัน' ลงที่ตู้ข้างเตียงหน้ามีกรอบรูปของหญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งตั้งใกล้ๆ ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย เขายิ้มตอบ พลางหย่อนกายนั่งลงไปที่เตียง มองดูรูปถ่ายใบนั้นแล้วนึกถึงภาพวันเก่าๆ ของเขาและเธอ
'เรืองลดา โฆษิตพิทักษ์ หรือ ลดา หญิงสาวอ่อนหวาน จิตใจดี น้องสาวสุดรักสุดหวงของผู้กำกับการเศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์ เพราะความสนิทสนม และเห็นว่าผู้กองหนุ่มเป็นคนเอาการเอางาน ใส่ใจคนรอบข้าง ไม่ถือตัว และเป็นคนดี จึงแนะนำให้ได้รู้จักกับเธอ จนทั้งคู่เริ่มสนิทสนมและมีแพลนที่จะหมั้นกันเร็วๆ นี้ ก่อนที่เธอจะเตรียมตัวไปศึกษาระดับปริญาโทยังต่างประเทศ แต่ก็มาเกิดเรื่องร้ายๆ เสียก่อน
“ผมคิดถึงคุณนะ ลดา” ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มออกมาเล็กๆ แต่กลับแฝงดูหมองเศร้า พลางเลื่อนลิ้นชักตู้ข้างเตียงออกมา มีกล่องแหวนวางอยู่ด้านใน เขาหยิบมันขึ้นมาดูเป็นแหวนเพชรรูปหัวใจขนาดกะทัดรัดเหมาะกับนิ้วเรียวเล็กของอดีตว่าที่คู่หมั้น ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีโอกาสจะได้สวมใส่มันแล้ว เขาเก็บมันไว้ที่เดิม ก่อนจะหยิบปืนพกสั้นเข้าไปวางเก็บไว้ใกล้ๆ
ค่ำวันนั้น ร่างบางระหงสะพายกระเป๋าเป้ที่ไหล่ซ้าย เดินเข้าซอยเปลี่ยวหลังจากเลิกงานเพื่อกลับมายังที่พัก แต่ระหว่างทางนั้น อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกใครบางคนสะกดรอยตาม
เวนิตาทำตัวให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ สาวเท้าให้ยาวและเร็วขึ้น แต่ยิ่งเพิ่มความเร็วก็ดูเหมือนกับว่าใครบางคนที่กำลังตามมาจากทางด้านหลังนั้นจะเร่งฝีเท้าตามเธอเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
มือบอบบางเอื้อมไปหยิบสเปรย์พริกไทยที่อยู่ด้านในกระเป๋าสะพายข้างแล้วกำไว้แน่น ก่อนจะหันขวับไปฉีดใส่เข้าที่หน้าของคนร้าย แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อคนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอนั้นไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่คาดการณ์ไว้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณเวนิตา” หญิงสาวหน้าหวาน ยกสองมือขึ้นปราม พร้อมกับชูบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานให้เธอเห็นแล้วรีบแนะนำตัวออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้
“ดิฉัน ร้อยตำรวจตรีหญิง นลินรัตน์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางค่ะ”
“ผมร้อยตำรวจโทภัทรกาญจน์ เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนกลางครับหรือจะเรียกผมสั้นๆ ว่าหมวดภัทรก็ได้ จำพวกเราได้ไหมครับ ที่เคยสอบปากคำคุณครั้งก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยถามเตือนความจำร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่เบื้องหน้า หลังจากที่เคยเจอกันมาแล้วก่อนหน้านี้ หมวดนลินที่ยืนอยู่ด้วยรีบเก็บบัตรประจำตัวแล้วรอฟังคำตอบ
“ค่ะ ฉันจำคุณสองได้” เวนิตาพยักหน้าพร้อมเก็บสเปรย์ใส่ลงไปในกระเป๋าดังเดิม
“พวกคุณสองคนมีธุระอะไรกับฉันคะ ต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกไหม บอกมาได้เลยนะคะ ดิฉันยินดีค่ะ” แพขนตายาวกะพริบตาขึ้นลงพลางสบตากับหมวดทั้งสองคนอย่างเป็นมิตร ด้วยคลายความกังวลลงไปบ้างแล้ว ในขณะที่ทั้งคู่ยังคงจ้องมองเธออยู่อย่างไม่ลดละ
“เรามีเรื่องสำคัญที่จะต้องขอความร่วมมือจากคุณ ขอเวลาให้เราสองคนซักหน่อยนะคะ” ผู้หมวดหน้าหวานกล่าว ก่อนจะหันไปสบสายตากับหมวดภัทรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ได้ค่ะ” เวนิตาตอบตกลงโดยไม่ลังเลที่จะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ เธอรีบตามพวกเขาไปยังรถยนต์ที่ถูกจอดแอบไว้ข้างกำแพงที่เป็นมุมอับสายตาเพื่อไม่ให้เป็นที่สนใจต่อผู้คนผ่านไปมานัก
เวลาต่อมา หมวดภัทร และ ผู้หมวดนลิน ขับรถพาเวนิตามาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และใช้ห้องร้องคาราโอเกะเพื่อพูดคุย พลางเปิดเสียงเพลงคลอให้ดังพอที่จะกลบเสียงสนทนา เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยินได้ฟังเรื่องราวสำคัญ นอกจากพวกเขาเพียงสามคนเท่านั้น
“พวกคุณมีเรื่องสำคัญอะไรที่จะให้ฉันช่วยบอกมาได้เลยค่ะ ดิฉันยินดี” ร่างบางหันไปมองหน้าหมวดทั้งสอง ผู้หมวดนลินแสดงสีหน้าเครียดอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
“ถ้าเป็นเรื่องของคดี เราไม่มีอะไรจะถามเพิ่มเติมหรอกนะคะ เพราะคุณเองก็ได้ให้ข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว ว่าคืนวันเกิดเหตุนั้นคุณเห็นอะไรบ้าง” หมวดนลินชี้แจง ก่อนที่หมวดภัทรจะกล่าวเสริม
“คุณบอกว่าคุณเห็น คุณลดาไปที่ร้านคอฟฟี่คาเฟ่สาขาที่คุณทำงานอยู่ ซึ่งโดยปกติคุณลดา ก็จะไปนั่งที่ร้านนั้นบ่อยๆ เพื่อรอคนรักของเธอ ผมหมายถึงแฟน ซึ่งคุณมารู้หลังจากเกิดเหตุการณ์ไปแล้วว่าแฟนของคุณลดา คือ ร้อยตำรวจเอกฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา เจ้าหน้าที่ในหน่วยสืบสวนสอบสวนของเรา”
“ใช่ค่ะ พอช่วงก่อนร้านจะปิดซึ่งเป็นเวลาสองทุ่มกว่าก็จะมีรถบีเอ็มดับเบิลยูคันสีขาวมาจอดรับเธอที่หน้าร้าน หมายถึงรถของแฟนเธอน่ะค่ะ” ร่างบางกล่าวเสริม หมวดภัทรเล่าต่อ
“ซึ่งในวันนั้นต่างจากทุกวันตรงที่เธอไม่ได้มารอแฟน เพราะว่าเธอได้คุยโทรศัพท์กับใครบางคน และดูเหมือนว่าเธอกำลังรอคนๆ นึงอยู่ที่ร้าน จนกระทั้งก่อนร้านจะปิด เธอขอให้ที่ร้าน ช่วยเปิดต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง จนถึงสองทุ่มครึ่ง” เวนิตาพยักหน้าแทนการสนับสนุนในเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังเล่า
“แล้วปรากฏว่าไม่มีใครมา เธอออกจากร้านไปเกือบๆ สามทุ่ม ซึ่งคุณเห็นความผิดปกติ จากสีหน้าที่ดูเป็นกังวลของเธอ ทำให้คุณแอบตามเธอไปหลังจากที่คุณปิดร้าน” หมวดภัทรก้มลง มองสมุดบันทึกรายงานของเขาแล้วพูดต่อไป
“คุณเรียกรถแท็กซี่ให้ขับตามเธอไป ซึ่งระหว่างทาง เธอได้แวะเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ก่อนจะขับออกไปที่นอกเมือง จากนั้นก็ขับเข้าไปในซอยที่ลึกและค่อนข้างเปลี่ยวแล้วไปจอดที่หน้ารถตู้คันหนึ่งบริเวณใกล้ๆ กับโกดังร้าง ต่อจากนั้นคุณก็ลงจากรถแล้วแอบตามไป เพื่อดูสถานการณ์ โดยให้แท็กซี่จอดรออยู่ด้านนอก”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วคุณก็รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนใช้อะไรบางอย่างตีเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ก่อนที่คุณจะหมดสติไป หลังจากนั้นคุณก็มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่คนขับรถแท็กซี่มาตามหาคุณ เพราะเห็นว่าคุณหายไปนาน” หมวดภัทรจ้องหน้าเธอ ใบหน้าเนียนสบตาแล้วพยักหน้ารับคำ
“ค่ะ ฉันกับพี่คนขับรถแท็กซี่ก็พบกับร่างของคุณลดานอนอยู่ข้างรถของเธอ ก่อนจะรู้ว่าเธอไม่มีลมหายใจแล้ว ฉันให้พี่คนขับแท็กซี่ช่วยโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะโทรศัพท์มือถือของฉันหายไป”
“แล้วจากนั้นตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก็มาถึง พบว่าคุณลดาถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย และกลางหลังรวมสามนัดด้วยกระสุนปืน ขนาด.44 Special" หมวดนลินกล่าวเสริม
“หลังจากวันนั้น จนถึงวันนี้ทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้พยายามกันอย่างเต็มที่ ซึ่งเราได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในละแวกนั้นเป็นภาพรถตู้สีขาว ยี่ห้อ และทะเบียนรถตรงกับที่คุณ และคนขับรถแท็กซี่เห็น”
“ตรวจสอบแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นรถของใครคะ” ร่างบางเอ่ยถามด้วยความสงสัย หมวดภัทร หันไปมองหน้ากับหมวดนลิน ก่อนตอบ
“จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวจดทะเบียนภายใต้ชื่อของ ฟรานซิสโก้ บริษัทในเครือทีเอสพีกรุ๊ป หรือ บริษัทของนายกิตติ และนายพลกฤษณ์ ธำรงศิริพิพัฒน์”
“นายพลกฤษณ์ เจ้าของธุรกิจโรงแรม และสถานบันเทิงชื่อดัง ที่มีข่าวเอี่ยวคดียาเสพติดใช่ไหมคะ” เวนิตาซักกลับ ผู้หมวดนลินพยักหน้า
“ใช่ค่ะ แต่เรายังไม่สามารถเอาผิดอะไรเขาได้ เพราะทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่มีหลักฐานที่จะไปเอาผิดได้ ตอนนี้เรามีแค่คุณคนเดียวที่เป็นพยานบุคคลที่สำคัญกับคดีนี้มากๆ เราจำเป็นต้องพึ่งคำให้การจากคุณ เพื่อที่จะสาวความผิดไปให้ถึงตัวคนร้าย” ผู้หมวดนลินบอกด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เวนิตาพอจะมองออก แต่เธอยังข้องใจอยู่ว่าถ้าคนร้ายคือ นายพลกฤษณ์จริงๆ ทำไมถึงเลือกที่จะฆ่าลดาแทนที่จะจัดการกับคนที่วิสามัญพ่อของเขาโดยตรงนั่นก็คือ เจ้าหน้าที่สืบสวนกลางอย่างผู้กองฐานัตถ์เสียเลย
“ขอโทษนะคะ พวกคุณคิดว่าการเสียชีวิตของคุณลดา เกี่ยวข้องกับคดีที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนของพวกคุณ จับตายนายกิตติพ่อของนายพลกฤษณ์ในคดียาเสพติดเมื่อสองเดือนก่อนด้วยหรือเปล่าคะ” เวนิตาถามออกไปตรงๆ หมวดนลิน และ หมวดภัทรสบตากันไปมา
“ทางเรายังไม่สรุปสาเหตุจูงใจของคดีนี้ แต่เราก็ไม่ตัดข้อสงสัยนี้ทิ้งไปอย่างแน่นอน นายพลกฤษณ์ ยังอยู่ในข่ายของผู้ต้องสงสัยรายแรกๆ และทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนคดีให้เร็วที่สุด แต่ว่า” ผู้หมวดนลินอ้ำอึ้ง เวนิตามองอย่างสงสัย เธอเปิดคลิปวิดีโอ ซึ่งได้ภาพมาจากกล้องวงจรปิดภายในซอยที่พักของเวนิตาแล้วส่งไอแพดให้เธอดู