4 | สะกดรอย

2435 Words
“ผู้ชายสองคนในคลิป สะกดรอยตามคุณมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ คุณเวนิตาพอจะรู้ตัวบ้างไหมครับ” หมวดภัทรสอบถาม เวนิตามองดูคนในคลิปแล้วตกใจที่เธอปล่อยให้คนพวกนั้นสะกดรอยตาม โดยที่เธอไม่ทันระวังตัวมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ได้อย่างไร “ไม่เลยค่ะ ฉันเองก็พึ่งทราบ...จากพวกคุณ แต่ความจริง ฉันเองก็พอจะรู้สึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกตามติดแบบนี้” ร่างบางเงยหน้าสบตากับหมวดทั้งสองใบหน้าวิตกกังวล “เพราะเรื่องนี้ เราถึงได้มาหาคุณ พวกเราไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับคดีของคุณลดาหรือเปล่า แต่ดิฉันคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกันแน่นอน ท่านผู้กำกับเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณ จึงอยากให้เราพาคุณไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย” “พวกคุณหมายถึง” เวนิตาขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล หมวดภัทรรีบชี้แจง “เพื่อความปลอดภัยของคุณ และเพื่อคดี ทางเราจำเป็นต้องคุ้มครองพยาน โดยให้คุณไปอยู่ในที่ซึ่งเราได้จัดเตรียมไว้ให้ คุณสามารถอยู่ที่นั่นได้อย่างปลอดภัยที่สุดด้วยความดูแลของเจ้าหน้าที่จากหน่วยของเรา” “เอ่อคือ...คือฉัน!!” เวนิตาอ้ำๆ อึ้งๆ “กรุณาให้ความร่วมมือด้วยค่ะ” ผู้หมวดนลินสบตาอย่างห่วงๆ แกมร้องขอ “ก็ได้ค่ะ ฉันจะยอมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของคุณ แต่ฉันขอเวลาสักวันสองวันเพื่อเคลียร์กับที่ทำงานก่อนได้ไหมคะ” ผู้หมวดนลินหันไปขอความเห็นกับหมวดภัทร “ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหานะครับ ระหว่างนี้ผมกับผู้หมวดจะให้คนคอยระแวดระวังให้กับคุณ เราจะส่งเจ้าหน้าที่และสายตรวจไปละแวกนั้น ในระหว่างที่คุณยังต้องอยู่ที่นั่น” “ก็ดีนะคะ ฉันเห็นด้วย” หมวดนลินเสริม “ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” ร่างบางยิ้มรับ หมวดทั้งสองหันมาสบตากันเหมือนยกภูเขาออกจากอกแล้วระบายยิ้มตอบกลับไป “พวกเราต้องขอบคุณ คุณเวนิตามากกว่านะคะที่ให้ความร่วมมือกับทางเรา” หมวดนลินหันมาบอกเธออย่างจริงใจ ร่างบางยิ้มรับ เช้าวันต่อมา ผู้กองฐานัตถ์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางเผยให้เห็นหุ่นที่ดูฟิตแอนด์เฟิร์มของคนที่ดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กำลังตระเตรียมมื้อเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ ตามประสาคนที่กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง เขาลงมือทำมื้อเช้าอย่างง่าย ซึ่งอาหารที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ขนมปังปิ้งกับนมสด แต่เป็นมื้อเช้าธรรมดาๆ ที่สุดแสนจะวิเศษ หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง กับข้าวต้มหมูบดทรงเครื่อง หน้าตาน่ารับประทาน นอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีของหน่วยสืบสวนสอบสวนแล้วผู้กองฐานัตถ์ยังมีฝีมือในด้านการทำอาหารที่ถูกสอนมาอย่างคุ้นมือกับเมนูง่ายๆ สำหรับหนุ่มโสดสามารถลงมือทำเองได้ เมื่อต้องออกมาอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งวัยทำงาน เขาก็ยังไม่ลืมในสิ่งที่ผู้เป็นมารดาได้พร่ำสอน อาหารถูกจัดวางบนโต๊ะ ก่อนเสียงกริ่งจะดังเร้าให้คนในครัวพื้นที่ขนาด 14 ตารางวา ต้องละจากตรงหน้า แล้วเดินออกไปที่ประตูหน้าห้องภายในคอนโดขนาด 200 ตารางเมตร ซึ่งถูกจัดสรรเป็นสัดส่วน ทำให้เขามีพื้นที่ในการเนรมิตคอนโด 1 ยูนิต ความสูง 2 ชั้นให้เป็นเสมือนบ้านเดี่ยวขนาดสองชั้นได้อย่างลงตัว มือแกร่งเปิดประตู เห็นหมู่จินยืนหน้าแดงเหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าเรียวอันหล่อเหลาถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างงุนงง แล้วถามด้วยความสงสัย “ไงหมู่...มาทำไมแต่เช้าเนี่ย แล้วไปทำอะไรมาเหงื่อถึงได้ออกท่วมตัวซะขนาดนี้” คนหน้าซื่อยื่นถุงน้ำเต้าหู้ร้อนกับปาท่องโก๋ให้ ส่วนในมืออีกข้างหนึ่งยังคงหอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรัง “เอามาฝากหัวหน้าครับ หยุดงานหลายวันกลัวจะคิดถึงของอร่อยๆ แถวหน่วยฯ ผมเลยซื้อมาฝากครับ” หมู่จินพูดด้วยอาการเหนื่อยหอบพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่แตกพลั่กออกมาอย่างเงอะๆ งันๆ “ขอบใจมากนะหมู่ นี่ผมก็กำลังจะกินข้าวเลย เข้ามากินด้วยกันก่อนสิ” “ดีเลยครับ กำลังหิว กินน้ำเต้าหู้ไปถุงเดียวยังไม่อิ่มเลย” “น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เนี่ย มันไม่อยู่ท้องหรอกนะหมู่ อีกอย่างปาท่องโก๋กินมากๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพนะ มานี่เลย ข้าวต้มร้อนๆ ผมทำเยอะหมู่กินให้เต็มที่เลยนะ” ร่างสูงของผู้กองฐานัตถ์เดินนำเข้ามาที่โต๊ะอาหารขนาด 8 ที่นั่ง แล้วเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะทำหน้าที่เจ้าบ้าน จัดแจงถ้วยชามตรงหน้าพร้อมกับตักอาหารให้ “โอ้วโหว...หน้าตาน่ากินเหมือนกันนะครับเนี่ย อย่าบอกนะว่าหัวหน้าซุกแม่บ้านฝีมือดีเอาไว้ที่คอนโดนี้ด้วย ไหนครับอยู่ไหน” หมู่จิน ทำทีชะเง้อคอกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “บ้าน่า...ผมทำเอง” ร่างสูงรีบแย้ง พลางยิ้มออกมาอย่างเก้อเขิน “ผมล้อเล่นน่ะครับ” “พูดมากเดี๋ยวผมเปลี่ยนใจนะหมู่” ใบหน้าเรียวบอกขำๆ “อย่าพึ่งหัวร้อนสิครับหัวหน้า งั้นผมขอลองชิม สักถ้วยสองถ้วยแล้วกันนะครับ” “ตามสบายเลยหมู่...ว่าแต่ไปล้างหน้าก่อนไหม เหงื่อเต็มหน้าเต็มตาซะขนาดนั้น ยังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าตกลงไปทำอะไรมา” “อ๋อ...ก็ลิฟต์ข้างล่างคอนโดของหัวหน้าสิครับ มันดันเสีย ผมก็เลยต้องเดินขึ้นมาอย่างที่เห็นนี่แหละครับ” ใบหน้าหล่อเหลาขบยิ้มกลั้นหัวเราะไว้ ก่อนที่สายตาคมจะเหลือบไปเห็นเอกสารของลูกทีมที่ถือติดมาด้วย วางอยู่บนโต๊ะอาหาร “เอาน่า ถือว่าออกกำลังกายนะหมู่ แล้วนี่ขนอะไรมาซะเยอะแยะเลย” ร่างสูงหันไปถามลูกทีมคนสนิท ขณะที่เขาเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ “ก็โบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยวไงครับ เมื่อวานหัวหน้าไม่ยอมเอากลับมาด้วย ผมก็เลยต้องขับรถเอามาให้นี่แหละครับ” หมู่จินตอบ “ขอบใจมากนะหมู่ แต่ผมคงไม่ได้ใช้หรอก” “อ้าว...ทำไมล่ะครับ” หมู่จินทำหน้าฉงน “ผมว่าจะกลับต่างจังหวัด ไปเยี่ยมคุณแม่กับคุณป้าที่บ้านซะหน่อย ไม่ได้ไปหาท่านนานแล้ว” ใบหน้าคมคายยักคิ้วบอกกับน้องทีม หลังจากที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ กลับมานั่งที่โต๊ะ “กินเยอะๆ นะหมู่ นานๆ ผมจะลงมือทำ พักหลังไม่ค่อยได้มีเวลา ไม่รู้ว่าฝีมือตกไปแค่ไหน” “งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ” “เอาเลยหมู่!” ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเผยยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย ดูเหมือนว่าการหยุดงานในครั้งนี้จะทำให้เขาได้ผ่อนคลายเรื่องเครียดๆ ด้วยการทำในสิ่งที่ชอบตามความคาดหมายของเศรษฐพงศ์ ผู้บังคับบัญชาของเขา และก็ดูเหมือนว่ามันจะได้ผล “สุดยอดเลยครับ นี่ผมไม่เหลือที่ว่างในกระเพาะไว้สำหรับมื้อเย็นแล้วนะครับเนี่ย” หมู่จินนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยอาการอึดอัดแน่นท้อง ก่อนจะเลื่อนสายเข็มขัดกางเกงออกไม่ให้รัดหน้าท้องโย้ๆ ของเขาจนเกินไปหลังจากที่รับประทานข้าวต้มไปจนเกือบหมดหม้อ “แปลว่าฝีมือผมยังไม่ตกสินะ” “อย่าเรียกว่าฝีมือตกเลยครับ ต้องบอกว่าฝีมือแบบนี้ ออกจากราชการมาแล้วเปิดร้านอาหารได้สบายๆ เลยนะครับเนี่ย” “งั้นเลยเหรอหมู่” “ก็งั้นสิครับ คนอย่างหมู่จิน ไม่เคยยอใครแบบไม่มีเหตุมีผลอยู่แล้ว” “โอเคๆ กินอิ่มก็ไปทำงานได้แล้วนะหมู่ วันนี้มีประชุมด้วยไม่ใช่เหรอ” คนหน้าซื่อยกแขนขึ้นดูเวลา ม่านตาขยายด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเข้างานแล้ว “งั้นผมต้องรีบไปแล้วครับ ขอบคุณสำหรับมื้อเช้านะครับหัวหน้า” “โชคดีหมู่ ลิฟต์เสียลงบันไดดีๆ ล่ะ ระวังตกบันไดได้พักงานยาวๆ เหมือนผม ไม่รู้ด้วยนะ” ผู้กองฐานัตถ์ตะโกนไล่หลังลูกทีมคนสนิทไปอย่างขำๆ อีกด้านหนึ่ง เวนิตาหยิบกล้องถ่ายรูปยัดใส่ในกระเป๋าสะพายใบใหญ่พร้อมกับสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ มือบางคว้ากุญแจห้อง ก้าวขาเรียวๆ ไปสวมรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมสีดำสนิทคู่เก่ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพลางกดโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูแล้วโทรออก “ขอบคุณนะคะพี่แป้ง ที่ให้เวสลับวันหยุดกับพี่พลอยแทนเมื่อวานที่เวต้องมาทำงาน วันนี้เวขอหยุดนะคะ ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวจะเที่ยวเผื่อนะคะ บายค่ะ” ปลายนิ้วเรียวกดวางสายแล้วเก็บ โทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ สีน้ำเงินเข้มทรงเฉี่ยวเข้ารูปสวย ตัวเก่งขณะเก้าเท้าฉับๆ ลงบันได “จุดหมายปลายทางของเวนิตา คือ พัทยา!” ร่างบางระหงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถเก๋งคันสีดำคันเก่าในฝั่งคนขับ สภาพรถที่ถูกจอดไม่ได้ใช้งานทำให้มีคราบฝุ่นจับอยู่เต็มคันรถ “ลูกแม่...ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นเดือนๆ แล้วสินะ...อย่าดื้อกับแม่ล่ะ ขืนงอแงกลางทางมีหวังได้ลากกลับบ้านเก่าแน่ๆ” เธอบ่นงึมงำกับเจ้ารถคันโปรดที่ไม่ได้ใช้งานมันเป็นเดือนๆ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไปยังจุดหมายปลายทาง ส่วนผู้กองฐานัตถ์ หลังจากที่กลายเป็นคนว่างงานก็ตัดสินใจบึ่งรถกลับมาที่บ้านเกิดของตัวเองที่จังหวัดทางภาคตะวันออกติดกับชายทะเล เขาขับรถผ่านถนนหนทางมองเห็นภูเขาไกลๆ สุดลูกหูลูกตาดูเขียวชะอุ่มงามตา ไม่นานนัก ก็ขับเข้ามาในบริเวณบ้านพักตากอากาศบรรยากาศสบายที่อยู่ติดหาด ก่อนร่างสูงจะลงจากรถโดยมีคนวิ่งออกมารับพร้อมกับเปิดประตูรถให้ “สวัสดีค่ะคุณฐา ทำไมไม่โทรบอกสายหยุดก่อนคะว่าจะมา จะได้เตรียมห้องหับไว้ให้” “สวัสดีครับป้าสาย ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้จะค้างที่นี่ แล้วคุณแม่ล่ะครับ” ผู้กองหนุ่มทักทายแม่บ้านที่ชื่อสายหยุด เป็นหญิงวัยกลางคน หน้าตาใจดีด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส “คุณหญิงท่านลงมือทำอาหารอยู่ในครัวค่ะ เหมือนจะรู้ว่าคุณฐามาเลยนะคะ เข้าไปหาท่านสิคะ” “ครับ” ผู้กองฐานัตถ์ส่งกุญแจรถสปอร์ตคันหรูให้กับป้าแม่บ้าน เธอหันไปตะโกนบอกกับลูกชายที่เป็นทั้งคนสวนและคนขับรถของที่นี่ แทนพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน ชื่อนายเข้ม พลางกวักมือเรียกให้มาที่รถ “เอารถของคุณฐาไปจอดที่หลังบ้านด้วยนะพ่อเข้ม” สายหยุดส่งกุญแจรถให้กับลูกชาย “ได้ครับ” เข้ม เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เกิดและเติบโตภายใต้ชายคาของ บ้านศิริโชติธาดา ก้มโค้งอย่างสุภาพ ก่อนจะเข้ามารับกุญแจไปจากมือของผู้เป็นมารดา ผู้กองฐานัตถ์เดินเข้าไปในตัวบ้าน ค่อยๆ ย่องเข้ามาในครัว แอบอยู่ด้านหลังของหญิงสูงวัย ผิวขาวเกล้าผมมวยสูง ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาการหน้าเตา มือเรียวแกร่งค่อยๆ สอดแขนเข้าไปกระชับที่เอวหนาเนื้อตัวนุ่มน่ากอดของผู้เป็นมารดา “ว้าย...ตาเถร!” “ฐาเองครับ....คุณแม่” ใบหน้าสวยสง่า มีริ้วรอยบางๆ บ่งบอกถึงอายุ หันมาทำตาเขียวใส่ลูกชาย อยากจะเอ็ดพ่อคนตัวดีที่แอบเข้ามาเงียบๆ เล่นเอาคนแก่หัวใจจะวาย แต่เพราะความขี้อ้อนของเขา ทำให้ผู้เป็นแม่ใจอ่อนลง มือแกร่งค่อยๆ คลายมือออกอย่างช้าๆ หลังจากที่โดนดุ “ตาฐา! ทำแม่หัวใจจะวาย รู้ตัวไหม” “ก็คนมันคิดถึงนี่ครับ คุณหญิง” “ไม่ต้องมาทำเป็นเสียงอ่อนเสียงหวานเลยนะ พ่อตัวดี! ทำไมถึงไม่ยอมบอกแม่ว่าจะมา แล้ววันนี้ทำงานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาหาแม่ได้” คุณหญิงรุจี ศิริโชติธาดา ผู้เป็นแม่รีบปิดเตาหลังจากปรุงอาหารเสร็จพลางถอดผ้ากันเปื้อนแล้วหันมาถามลูกชาย ด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยปนความคิดถึง “ผมลาพักร้อนมาน่ะครับ ก็เลยมีเวลาแวะมาได้ แล้วนี่คุณหญิงทำอะไรทานครับเนี่ย กลิ่นหอมไปถึงชายทะเลนู่นเลย” คุณหญิงรุจีเห็นลูกชายรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ก็อดส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูด้วยไม่ได้ “มะระตุ๋นซี่โครงหมู เต้าหู้ผัดบร็อคโคลี่ แล้วก็ห่อหมกปลากะพง อาหารของผู้สูงวัยจ้ะ เดี๋ยวฐาทานกับแม่นะจ๊ะลูกรัก” “ได้ครับ หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย” ฐานัตถ์ตอบรับก่อนจะเดินตามผู้เป็นมารดาออกมาที่ห้องนั่งเล่น “ฐาหิวมากหรือเปล่าล่ะจ๊ะ จะกินเลยไหม พอดีคุณป้าท่านออกไปซื้อผลไม้ อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามาแล้วล่ะ” “ไม่เป็นไรครับผมรอได้ เมื่อกี้ตอนขับรถเข้ามา รู้สึกว่าจะสวนกับคุณป้าอยู่เหมือนกัน แต่คุณป้าคงไม่ทันได้สังเกตเห็นผม” “ก็แบบนี้แหละจ้า สายตาของคนแก่ จะไปเทียบอะไรกับคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว” “แต่คุณหญิงรุจีของผมยังสาว แล้วก็ยังสวยอยู่เลยนะครับ” มือแกร่งกุมมือของผู้เป็นมารดา รุจียิ้มหน้าบานพลางกุมมือตอบด้วยความอ่อนโยน “งั้นเรารอคุณป้ามากันก่อนนะ” พูดจบรุจีก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ ลูกชาย ใบหน้าเรียวหันไปจ้องหน้ากับผู้เป็นแม่ ใบหน้าฉงน “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก” รุจีถามน้ำเสียงอ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีถึงความเป็นห่วงเป็นใยคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า “ก็ไม่มีนี่ครับ คุณหญิงแม่ถามแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผู้กองฐานัตถ์มองหน้าผู้เป็นแม่อย่างรู้ทัน “คือแม่...เอ่อคือ!” “บอกผมมาเถอะครับคุณแม่” “คือแม่อยากจะอุ้มหลาน เมื่อไหร่ฐาจะมีหลานให้แม่อุ้มซักคนล่ะลูก” ได้ยินอย่างนั้นใบหน้าเรียว ที่พึ่งจะแสดงออกถึงความสบายใจ ก็เปลี่ยนเป็นความขุ่นหมองเข้ามาแทนที่ เพราะเขาเองก็พึ่งจะสูญเสียลดา ผู้หญิงที่เขาสนิทสนมที่สุดไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD