ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อมีใครบางคนขยับมายืนขวางทางไว้
“จะรีบไปไหนล่ะ” ณัฐวดีมายืนขวางหน้า ยิ้มบาง ๆ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตาม
“ไปหาเพื่อน” ตอบห้วน ๆ กลับไปแบบไม่โกง ก็แฟนของอัคนีพูดห้วน ๆ กับหล่อนก่อน
“คุยกันหน่อยมั้ย”
“มีเรื่องอะไรก็ว่ามาค่ะ” น้ำเสียงของพิรุณพาเรียบสนิท แต่สายตาเย็นเฉียบ
“เธอเลิกตอแยพี่อัคได้ไหม...ฉันขอร้อง”
“หนูตอแยนายนั่น? เมื่อไหร่คะ”
“เธอก็รู้อยู่แก่ใจ ทำไมเธอต้องให้พี่อัคทำนั่นทำนี่ให้เธอ”
“เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องดูแลหนู”
“แต่เธอกดขี่ข่มเหงพี่อัคจนเขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้าเธออยากมีคนรับใช้สักคน ทำไมไม่จ้างคนอื่นหรือให้คนรับใช้ที่บ้านมาคอยดูแลล่ะ” ณัฐวดีเริ่มเสียงดังอย่างไม่พอใจท่าทางลอยหน้าลอยตาเหมือนถือไพ่เหนือกว่าของพิรุณพา
“ไม่เห็นเขาเคยพูดเลยนี่นะว่าทนไม่ไหว อีกอย่างเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องในครอบครัวของเรานะคะ พี่ไม่น่ามีสิทธิ์ออกความคิดเห็นนะ”
“ทำไมจะไม่มีในเมื่อฉันเป็นแฟนพี่อัค ฉันจะปกป้องแฟนตัวเองมันผิดตรงไหน”
“แค่แฟนป่ะ”
“ใช่ตอนนี้เป็นแค่แฟน แต่ถ้าพี่อัคเรียนจบเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที”
“เอาไว้ให้ถึงตอนนั้นก่อนมั้ย พี่ค่อยทำตัวเป็นเจ้าของ”
“คนอย่างเธอนี่นะไมนด์เซ็ตแย่มาก เพราะอย่างนี้ไงเล่า เธอถึงไม่ได้เป็นดาวคณะ ทั้ง ๆ ที่ก็สวยแถมวันนี้ยังแต่งตัวเด่นกว่าดาวคณะเสียอีก” ณัฐวดีมองอย่างหยัน ๆ ปั่นประสาทพิรุณพากลับบ้าง
“มันก็ไม่แน่หรอกนะคะ ถ้าไม่มีคนจิตใจชั่วร้ายกลั่นแกล้งลับหลัง ตำแหน่งดาวอาจจะเป็นของหนู”
“ต่อให้ไม่มีใครกลั่นแกล้ง เธอก็ไม่เหมาะหรอก เพราะเธอสวยแต่รูป ไม่ต้องให้สาธยายหรอกนะว่าจิตใจเน่าเฟะแค่ไหน ถามจริง ๆ นะเธอมีปมอะไร ขาดความรักจากแม่เหรอ”
“อย่ามาพาดพิงแม่ฉัน” พิรุณพากดเสียงต่ำ แววตาวาวโรจน์
“...” ณัฐวดียักไหล่ ยิ้มเยาะ แล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ
ร่างบางยืนนิ่งงัน น้ำตาอุ่น ๆ เอ่อคลอที่มีคนสะกิดเรื่องแม่ เรื่องอื่นหล่อนไม่เคยหวั่น แต่สำหรับเรื่องแม่ทำหล่อนอ่อนไหวได้เสมอ ใช่...หล่อนอ้างว้างเพราะขาดแม่ ขาดตั้งแต่ยังเด็ก หนำซ้ำพ่อยังพาเด็กอีกคนเข้ามาในบ้าน และดูเหมือนจะเอ็นดูเด็กผู้ชายคนนั้นมากกว่าหล่อนที่เป็นลูกแท้ ๆ เสียอีก
“ฝน...” มือหนาของคณิณวางเบา ๆ ลงบนไหล่บางอย่างปลอบประโลม เขามาทันได้ยินการโต้เถียงช่วงท้ายของผู้หญิงสองคนพอดี
“ไม่เป็นไร เราโอเค”
“ให้คิณจัดการให้ไหม”
“ไม่ต้องหรอกคิณ”
“แต่เขาพูดจาใจร้ายกับฝนมากเลยนะ คิณฟังแล้วยังหัวร้อนแทน”
“ขอบใจนะที่อยู่ข้างเรา แต่ช่างมันเถอะเราไม่เป็นไรจริง ๆ คิณอยู่ต่อเถอะนะ เราอยากกลับแล้ว”
“เดี๋ยวคิณไปส่ง”
“ไม่เป็นไรเรากลับเองดีกว่า คิณเป็นเดือนคณะนะ เดี๋ยวก็ต้องขึ้นเวทีแล้วไม่ใช่เหรอ”
“แต่คิณห่วง”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงแล้วเดี๋ยวไลน์บอก”
“งั้นถึงแล้วไลน์บอกด้วยนะ”
พิรุณพาพยักหน้า เดินออกจากงานพลางกดเรียกรถแกร็บให้ไปส่งที่คอนโดฯ ทั้ง ๆ ที่มาร่วมงานเฟรชชีไนต์ได้ไม่นาน
งานเฟรชชีไนต์ยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ การกลับหรือการมาของใครสักคนไม่ได้มีผลกระทบกับงานที่มีคนร่วมหลายร้อยคนเลยแม้แต่นิด
คณิณถูกเรียกขึ้นเวทีคู่กับดาวคณะอย่างฟ้า ทั้งคู่ถ่ายรูป ร้องเพลงคู่กันสองเพลง จากนั้นก็แยกย้ายกันลงเวที โดยคณิณมองหาใครบางคนและตรงดิ่งไปหาทันทีที่เห็นว่าหล่อนยืนอยู่มุมไหนของงาน
“ไงคะเดือนคณะ” ณัฐวดีทักก่อนและยิ้มพรายเมื่อหนุ่มรุ่นน้องเดินเข้ามาหา
“สวัสดีครับพี่ณัฐ คืนนี้พี่ณัฐสวยมากเลยครับ” คณิณเอ่ยปากและมองอย่างชื่นชมหลงใหล
“สู้แฟนเราไม่ได้หรอกมั้ง ระวังเถอะมาคุยกับพี่แบบนี้เดี๋ยวแฟนเคืองเอา เราก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าแฟนเรากับพี่ไม่ถูกกัน”
“ฝนกลับแล้วล่ะครับ”
“อ้าว จริงดิ แบบนี้เราก็เหงาแย่สิ”
“ถ้ากลัวผมเหงา พี่ณัฐก็คุยกับผมหน่อยนะครับ”
“มาไม้ไหนเนี่ย”
“มาดีครับพี่ไม่ต้องกลัว” คณิณยิ้มร่าโปรยเสน่ห์เต็มที่หวังให้ณัฐวดีรู้สึกดีและไว้ใจ
“จะพยายามเชื่อแล้วกัน”
“ว่าแต่คืนนี้พี่หมออัคจะมาสมทบไหมครับ”
“คงไม่แล้วล่ะ ช่วงนี้พี่หมอยุ่ง ๆ ปีสุดท้ายแล้ว”
“พี่หมอทั้งเก่ง ทั้งหล่อ และแสนดีขนาดนี้ พี่ณัฐคงไม่มีสายตาไว้มองใครแล้วใช่ไหมครับ”
“พูดเหมือนนอยด์ ๆ ป่ะ” ณัฐวดีจ้องมองหนุ่มรุ่นน้องที่ทำหน้าหงอยลงเล็กน้อยยามพูดถึงแฟนของหล่อน
“ก็นิดหน่อยครับ ใคร ๆ ก็มองแต่พี่อัค”
“ใคร ๆ ที่ว่านี่หมายถึงใคร”
“พี่ณัฐก็น่าจะพอดูออก”
“แล้วทำไมไม่ดูแลแฟนดี ๆ ล่ะ ปล่อยให้มายุ่งกับแฟนพี่ทำไม รู้ไหมว่ายุ่งถึงขั้นไหนแล้ว” สีหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเองบึ้งตึงไปในทันที น้ำเสียงก็ซีเรียสขึ้นตามหัวข้อที่คุย นึกถึงพิรุณพาแล้วพานให้อารมณ์บูดบึ้ง
“เขายังไม่เปิดรับผมเป็นแฟนเลยครับ บางทีผมอาจจะอกหักก็ได้”
“ไม่หรอก เราหล่อและรวยขนาดนี้ สู้ ๆ นะ”
ให้กำลังใจและยื่นมือไปตบต้นแขนของคณิณเบา ๆ สร้างความประทับใจให้หนุ่มรุ่นน้องได้ไม่น้อย
“ขอบคุณครับ พี่ณัฐสวยและใจดีมาก”
“เราเองก็หล่อมาก”
“ดีใจนะครับที่พี่ณัฐชม ดื่มกันไหมครับ” คณิณยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตัวเองเตรียมมาพลางเชิญชวนให้ดื่ม
“ไม่ดีกว่า”
“นะครับพี่ ไม่ต้องกลัวนะ ผมไม่ได้ใส่ยาเสน่ห์ลงไปแน่นอน ถือว่าฉลองตำแหน่งเดือนคณะให้ผม” ใช้ลูกอ้อนและดักคอในสิ่งที่หญิงสาวอาจจะหวาดระแวง ซึ่งใช้ไม้นี้ได้ผลจริง ๆ
“ก็ได้”
“ฉลองครับ”
ขวดไวน์สองขวดแตะกันดังกริ๊กเสมือนชนแก้ว จากนั้นต่างคนก็ต่างดื่ม แล้วคุยกันต่ออย่างสนิทสนมเกือบครึ่งชั่วโมง ณัฐวดีก็เกิดอาการแปลก ๆ ขึ้นกับร่างกายตัวเอง
“ทำไมพี่เวียนหัวจัง เมาหรือเปล่าเนี่ย”
คณิณรีบเข้าไปประคองเมื่อสาวรุ่นพี่หลับตาลงคล้ายกับกำลังมึนเมาอย่างหนัก
“ไปสูดอากาศข้างนอกกันไหมครับ ข้างในแออัดเลยทำพี่ณัฐเวียนหัว เดี๋ยวผมพาไป”
ณัฐวดีไม่ตอบแต่พยักหน้า คณิณจึงประคองหญิงสาวออกไปนอกงาน ไม่ได้แค่ไปสูดอากาศข้างนอกเท่านั้น แต่พาหล่อนขึ้นรถของเขาแล้วขับออกไปทันที โดยที่ณัฐวดีช่วยตัวเองไม่ได้เลย ได้แต่คว้าโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า กดข้อความส่งหาแฟนหนุ่มของตัวเอง