“ขอบคุณครับแม่ผ่อง ใจหายนะครับ ไม่อยากให้แม่ผ่องไปจากพวกเราเลย” อัคนีรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ แม่ผ่องเองก็ไม่ต่างอะไรกับญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพมากคนหนึ่ง อีกทั้งที่ผ่านมาแม่ผ่องก็ใจดีกับเขามาตลอดและสม่ำเสมอ
“แม่ผ่องก็ไม่อยากไปค่ะคุณอัค ผูกพันกับคุณ ๆ มาก แม่ผ่องอาศัยใบบุญท่านมากว่าสี่สิบปีอยู่ตั้งแต่สาวจนแก่ ไม่ใช่บ้านก็เหมือนบ้าน ใจหายน่าดูเลย ถ้าเรียนจบแล้วคุณอัคต้องไปเยี่ยมแม่ผ่องนะคะ”
“ได้สิครับแม่ผ่อง ผมจะขอบรรจุในโรงพยาบาลจังหวัดที่แม่ผ่องอยู่ดีไหมครับ”
“ดีสิคะ แม่ผ่องจะทำกับข้าวใส่ปิ่นโตไปส่งให้ทุกวันเลย แต่ท่านจะอนุญาตให้ไปเหรอคะ ท่านคงอยากให้คุณอัคไปช่วยบริหารงานในโรงพยาบาลของท่านมากกว่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้ายิ้มแย้มของอัคนีขรึมลง เพราะคำพูดเหล่านี้พิรุณพาพูดกับเขาอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ต่างบริบทกับแม่ผ่อง ทุกครั้งที่ลูกสาวของท่านพูดเต็มไปด้วยการกล่าวหา ดูถูก และเหยียดหยามว่าเขาอยากได้อยากมีส่วนในสมบัติของท่าน
“ผมไม่เก่งด้านบริหารเลยครับแม่ผ่อง ชอบรักษาคนมากกว่า อีกอย่างผมเป็นภาระท่านมานานแล้ว เรียนจบเมื่อไหร่ก็คงต้องไปดำเนินชีวิตของตัวเอง”
ทำไมแม่ผ่องจะไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มผู้นี้รู้สึกอย่างไร ในเมื่อนางเองก็เห็นอยู่เป็นประจำว่าเขาถูกคุณหนูเล่นงานอย่างไรบ้าง
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปอยู่กับแม่ผ่องนะคะ แม่ผ่องจะรอ”
“ครับแม่ผ่อง”
“เราเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ คุณอัคมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวแม่ผ่องหาอะไรให้กิน”
ว่าแล้วแม่ผ่องก็เดินนำชายหนุ่มเข้าบ้าน ทะลุออกไปยังสนามหญ้าด้านหลังที่ติดกับชายหาด อัคนีเห็นว่าท่านไพรัชและทนายสุชาติกำลังนั่งดื่มกันอยู่ที่โต๊ะกลมสีขาว ส่วนคนงานในบ้านคนอื่น ๆ นั่งอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ เขาจึงเดินเข้าไปหาผู้เป็นประมุขของบ้านก่อน
“สวัสดีครับท่าน สวัสดีครับคุณสุชาติ”
“มาแล้วเหรออัค” ท่านไพรัชทักขึ้นด้วยน้ำเสียงปรานี สีหน้า แววตายามมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดูและภูมิใจ
“ครับ”
“นั่งสิ”
อยากปฏิเสธท่าน และอยากไปนั่งรวมกับคนงานคนอื่น ๆ ที่กำลังนั่งอยู่บนเสื่อผืนนั้นตามฐานะตัวเอง เพราะรู้แน่ ๆ ว่าถ้าพิรุณพามาเห็นต้องไม่พอใจอย่างมาก หล่อนคงหาว่าเขาประจบและตีตัวเสมอท่าน แต่เขาไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งของท่าน จึงนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่
“เป็นไงบ้างครับคุณอัค ฝึกงานอาทิตย์แรกหนักหรือเปล่า” ทนายสุชาติถามอย่างคุ้นเคยกับอัคนีเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนพาท่านไพรัชไปรับเขามาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เอ็นดูและชื่นชมอัคนี เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งหล่อเหลา ทั้งเก่ง และกตัญญู และกำลังจะสำเร็จปริญญาแพทยศาสตร์เกียรตินิยมเหรียญทองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
“หนักครับคุณสุชาติ”
“ธรรมดาล่ะนะเรียนแพทย์ ตอนเรียนว่าหนักแล้ว พอทำงานจริง ๆ ยิ่งหนักกว่า”
“แล้วนี่คิดไว้หรือยังครับว่าอยากลงบรรจุที่โรงพยาบาลไหน”
“เมื่อกี้ก็พูดทีเล่นทีจริงกับแม่ผ่องอยู่ครับ ถ้าเลือกได้คงขอลงบรรจุใกล้บ้านแม่ผ่อง แม่ผ่องบอกว่าจะส่งปิ่นโตผมทุกวัน” อัคนีหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างรู้สึกมีความสุขเมื่อภาพนั้นเกิดขึ้นในหัว ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ เขาคงมีความสุขมาก เพราะไม่ต้องมีใครคอยจับผิดและด้อยค่าอีกแล้ว
“แล้วทางนี้ล่ะ” ท่านไพรัชเอ่ยถามบ้าง ซึ่งทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ท่าทางผ่อนคลายของอัคนีเมื่อครู่นี้ก็พลันเปลี่ยนไปในทันที
“...”
“ลุงหมายถึงแฟนอัคว่ายังไงที่อัคจะไปบรรจุต่างจังหวัด”
“ยังไม่ได้คุยกันจริงจังครับคุณท่าน แต่ผมก็เปรย ๆ ไว้อยู่เหมือนกันว่าอยากไปตั้งรกรากที่ต่างจังหวัดเลย น้องณัฐก็ไม่ได้ว่าอะไร ยินดีสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าวันนั้นเรายังคบกันอยู่ เธออาจจะย้ายตามผม”
“แฟนอัคนี่ก็น่ารักใช้ได้นะ ได้ข่าวเป็นลูกสาวของท่านธรรมรงค์ใช่ไหม”
“ครับ”
“ดี ๆ” ท่านไพรัชพยักหน้าเบา ๆ เป็นอีกครั้งที่ท่านยิ้มอย่างภูมิใจในตัวเด็กที่ตัวเองอุปการะมา ไม่ใช่ความภูมิใจที่อัคนีมีแฟนที่สถานะทางสังคมสูงมากขนาดนั้น แต่เป็นความภูมิใจที่อัคนีเติบโตมาเป็นอย่างดี เป็นคนเก่งและคนดีจนใครต่อใครต่างยอมรับและพร้อมจะเคียงข้างเขา
สีหน้าของคนเป็นพ่อและคำพูดยกย่องชมเชยที่เต็มไปด้วยอาการภูมิอกภูมิใจ ทำให้คนที่กำลังจะเดินมาสมทบหน้าบึ้งไปในทันที อัคนีวางแผนไว้หมดแล้วว่าจะตีจากพ่อของหล่อนยังไง คงวาดหวังไว้ว่าเรียนจบแล้วจะมีความสุขกับการงานและผู้หญิงอย่างณัฐวดี หรืออีกทีก็คงแค่พูดเพื่อเรียกคะแนนสงสารกับเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง เพราะอัคนีรู้ว่าพ่อของหล่อนอยากได้เขามาช่วยบริหารโรงพยาบาล แต่ไม่ว่าเพราะอะไรก็แล้วแต่ หล่อนไม่มีทางยอมให้เขาสมหวังง่าย ๆ ร่างบางขยับถอยออกมา จากที่จะเดินไปหาพ่อก็เปลี่ยนใจเดินเข้าครัว ลงมือทำบางอย่างทันที
ภาพที่คุณหนูคนสวยขะมักเขม้นอยู่กับงานครัวนั้นไม่ใช่ภาพที่ชินตาสำหรับแม่ผ่องเลย ปกติคุณหนูไม่ค่อยหยิบจับอะไรแบบนี้นักหรอก งานอดิเรกของพิรุณพาส่วนใหญ่คือเลี้ยงและเล่นกับเจ้าบูโซ่สุนัขตัวโปรด ดังนั้นพอแม่ผ่องเห็นพิรุณพาเข้าครัว นางจึงก้าวเข้าไปถามไถ่ เผื่อว่าคุณหนูจะมีอะไรให้ช่วย
“ทำอะไรอยู่คะคุณหนู”
“ทำน้ำส้มคั้นน่ะค่ะแม่ผ่อง”
“น่ากินเชียวค่ะ ทำให้คุณท่านเหรอคะ”
“ค่ะ ทำให้คุณพ่อและเผื่อลุงสุชาติด้วย อ้อ...เผื่อคุณอัคของแม่ผ่องด้วยนะคะ”
คิ้วของคนแก่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากจะเชื่อหู คุณหนูฝนทำน้ำส้มให้คุณอัคอย่างนั้นหรือ
“แม่ผ่องไม่ได้ฟังผิดใช่ไหมคะ”
“แหม...ดูแม่ผ่องทำหน้าเข้าสิ สงสัยอะไรคะ”
“ก็ปกติคุณหนูกับคุณอัคเอ่อ...” แม่ผ่องไม่กล้าพูดต่อจนจบเพราะกลัวคุณหนูจะโกรธ
“ฝนสงบศึกกับนายไฟชั่วคราวเพื่อแม่ผ่องไงคะ ไหน ๆ แม่ผ่องจะไปแล้ว ฝนก็แค่อยากให้แม่ผ่องสบายใจ”
ไฟ...มีแต่หล่อนคนเดียวเท่านั้นแหละที่เรียกชื่อเล่นเขาแบบนี้