บทที่ 11

1173 Words
“ขอบคุณครับแม่ผ่อง ใจหายนะครับ ไม่อยากให้แม่ผ่องไปจากพวกเราเลย” อัคนีรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ แม่ผ่องเองก็ไม่ต่างอะไรกับญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพมากคนหนึ่ง อีกทั้งที่ผ่านมาแม่ผ่องก็ใจดีกับเขามาตลอดและสม่ำเสมอ “แม่ผ่องก็ไม่อยากไปค่ะคุณอัค ผูกพันกับคุณ ๆ มาก แม่ผ่องอาศัยใบบุญท่านมากว่าสี่สิบปีอยู่ตั้งแต่สาวจนแก่ ไม่ใช่บ้านก็เหมือนบ้าน ใจหายน่าดูเลย ถ้าเรียนจบแล้วคุณอัคต้องไปเยี่ยมแม่ผ่องนะคะ” “ได้สิครับแม่ผ่อง ผมจะขอบรรจุในโรงพยาบาลจังหวัดที่แม่ผ่องอยู่ดีไหมครับ” “ดีสิคะ แม่ผ่องจะทำกับข้าวใส่ปิ่นโตไปส่งให้ทุกวันเลย แต่ท่านจะอนุญาตให้ไปเหรอคะ ท่านคงอยากให้คุณอัคไปช่วยบริหารงานในโรงพยาบาลของท่านมากกว่า” เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้ายิ้มแย้มของอัคนีขรึมลง เพราะคำพูดเหล่านี้พิรุณพาพูดกับเขาอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ต่างบริบทกับแม่ผ่อง ทุกครั้งที่ลูกสาวของท่านพูดเต็มไปด้วยการกล่าวหา ดูถูก และเหยียดหยามว่าเขาอยากได้อยากมีส่วนในสมบัติของท่าน “ผมไม่เก่งด้านบริหารเลยครับแม่ผ่อง ชอบรักษาคนมากกว่า อีกอย่างผมเป็นภาระท่านมานานแล้ว เรียนจบเมื่อไหร่ก็คงต้องไปดำเนินชีวิตของตัวเอง” ทำไมแม่ผ่องจะไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มผู้นี้รู้สึกอย่างไร ในเมื่อนางเองก็เห็นอยู่เป็นประจำว่าเขาถูกคุณหนูเล่นงานอย่างไรบ้าง “ถ้าอย่างนั้นก็ไปอยู่กับแม่ผ่องนะคะ แม่ผ่องจะรอ” “ครับแม่ผ่อง” “เราเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ คุณอัคมาเหนื่อย ๆ เดี๋ยวแม่ผ่องหาอะไรให้กิน” ว่าแล้วแม่ผ่องก็เดินนำชายหนุ่มเข้าบ้าน ทะลุออกไปยังสนามหญ้าด้านหลังที่ติดกับชายหาด อัคนีเห็นว่าท่านไพรัชและทนายสุชาติกำลังนั่งดื่มกันอยู่ที่โต๊ะกลมสีขาว ส่วนคนงานในบ้านคนอื่น ๆ นั่งอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ เขาจึงเดินเข้าไปหาผู้เป็นประมุขของบ้านก่อน “สวัสดีครับท่าน สวัสดีครับคุณสุชาติ” “มาแล้วเหรออัค” ท่านไพรัชทักขึ้นด้วยน้ำเสียงปรานี สีหน้า แววตายามมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดูและภูมิใจ “ครับ” “นั่งสิ” อยากปฏิเสธท่าน และอยากไปนั่งรวมกับคนงานคนอื่น ๆ ที่กำลังนั่งอยู่บนเสื่อผืนนั้นตามฐานะตัวเอง เพราะรู้แน่ ๆ ว่าถ้าพิรุณพามาเห็นต้องไม่พอใจอย่างมาก หล่อนคงหาว่าเขาประจบและตีตัวเสมอท่าน แต่เขาไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งของท่าน จึงนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ “เป็นไงบ้างครับคุณอัค ฝึกงานอาทิตย์แรกหนักหรือเปล่า” ทนายสุชาติถามอย่างคุ้นเคยกับอัคนีเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนพาท่านไพรัชไปรับเขามาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เอ็นดูและชื่นชมอัคนี เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งหล่อเหลา ทั้งเก่ง และกตัญญู และกำลังจะสำเร็จปริญญาแพทยศาสตร์เกียรตินิยมเหรียญทองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ “หนักครับคุณสุชาติ” “ธรรมดาล่ะนะเรียนแพทย์ ตอนเรียนว่าหนักแล้ว พอทำงานจริง ๆ ยิ่งหนักกว่า” “แล้วนี่คิดไว้หรือยังครับว่าอยากลงบรรจุที่โรงพยาบาลไหน” “เมื่อกี้ก็พูดทีเล่นทีจริงกับแม่ผ่องอยู่ครับ ถ้าเลือกได้คงขอลงบรรจุใกล้บ้านแม่ผ่อง แม่ผ่องบอกว่าจะส่งปิ่นโตผมทุกวัน” อัคนีหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างรู้สึกมีความสุขเมื่อภาพนั้นเกิดขึ้นในหัว ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ เขาคงมีความสุขมาก เพราะไม่ต้องมีใครคอยจับผิดและด้อยค่าอีกแล้ว “แล้วทางนี้ล่ะ” ท่านไพรัชเอ่ยถามบ้าง ซึ่งทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ท่าทางผ่อนคลายของอัคนีเมื่อครู่นี้ก็พลันเปลี่ยนไปในทันที “...” “ลุงหมายถึงแฟนอัคว่ายังไงที่อัคจะไปบรรจุต่างจังหวัด” “ยังไม่ได้คุยกันจริงจังครับคุณท่าน แต่ผมก็เปรย ๆ ไว้อยู่เหมือนกันว่าอยากไปตั้งรกรากที่ต่างจังหวัดเลย น้องณัฐก็ไม่ได้ว่าอะไร ยินดีสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าวันนั้นเรายังคบกันอยู่ เธออาจจะย้ายตามผม” “แฟนอัคนี่ก็น่ารักใช้ได้นะ ได้ข่าวเป็นลูกสาวของท่านธรรมรงค์ใช่ไหม” “ครับ” “ดี ๆ” ท่านไพรัชพยักหน้าเบา ๆ เป็นอีกครั้งที่ท่านยิ้มอย่างภูมิใจในตัวเด็กที่ตัวเองอุปการะมา ไม่ใช่ความภูมิใจที่อัคนีมีแฟนที่สถานะทางสังคมสูงมากขนาดนั้น แต่เป็นความภูมิใจที่อัคนีเติบโตมาเป็นอย่างดี เป็นคนเก่งและคนดีจนใครต่อใครต่างยอมรับและพร้อมจะเคียงข้างเขา สีหน้าของคนเป็นพ่อและคำพูดยกย่องชมเชยที่เต็มไปด้วยอาการภูมิอกภูมิใจ ทำให้คนที่กำลังจะเดินมาสมทบหน้าบึ้งไปในทันที อัคนีวางแผนไว้หมดแล้วว่าจะตีจากพ่อของหล่อนยังไง คงวาดหวังไว้ว่าเรียนจบแล้วจะมีความสุขกับการงานและผู้หญิงอย่างณัฐวดี หรืออีกทีก็คงแค่พูดเพื่อเรียกคะแนนสงสารกับเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง เพราะอัคนีรู้ว่าพ่อของหล่อนอยากได้เขามาช่วยบริหารโรงพยาบาล แต่ไม่ว่าเพราะอะไรก็แล้วแต่ หล่อนไม่มีทางยอมให้เขาสมหวังง่าย ๆ ร่างบางขยับถอยออกมา จากที่จะเดินไปหาพ่อก็เปลี่ยนใจเดินเข้าครัว ลงมือทำบางอย่างทันที ภาพที่คุณหนูคนสวยขะมักเขม้นอยู่กับงานครัวนั้นไม่ใช่ภาพที่ชินตาสำหรับแม่ผ่องเลย ปกติคุณหนูไม่ค่อยหยิบจับอะไรแบบนี้นักหรอก งานอดิเรกของพิรุณพาส่วนใหญ่คือเลี้ยงและเล่นกับเจ้าบูโซ่สุนัขตัวโปรด ดังนั้นพอแม่ผ่องเห็นพิรุณพาเข้าครัว นางจึงก้าวเข้าไปถามไถ่ เผื่อว่าคุณหนูจะมีอะไรให้ช่วย “ทำอะไรอยู่คะคุณหนู” “ทำน้ำส้มคั้นน่ะค่ะแม่ผ่อง” “น่ากินเชียวค่ะ ทำให้คุณท่านเหรอคะ” “ค่ะ ทำให้คุณพ่อและเผื่อลุงสุชาติด้วย อ้อ...เผื่อคุณอัคของแม่ผ่องด้วยนะคะ” คิ้วของคนแก่ขมวดเข้าหากันอย่างไม่อยากจะเชื่อหู คุณหนูฝนทำน้ำส้มให้คุณอัคอย่างนั้นหรือ “แม่ผ่องไม่ได้ฟังผิดใช่ไหมคะ” “แหม...ดูแม่ผ่องทำหน้าเข้าสิ สงสัยอะไรคะ” “ก็ปกติคุณหนูกับคุณอัคเอ่อ...” แม่ผ่องไม่กล้าพูดต่อจนจบเพราะกลัวคุณหนูจะโกรธ “ฝนสงบศึกกับนายไฟชั่วคราวเพื่อแม่ผ่องไงคะ ไหน ๆ แม่ผ่องจะไปแล้ว ฝนก็แค่อยากให้แม่ผ่องสบายใจ” ไฟ...มีแต่หล่อนคนเดียวเท่านั้นแหละที่เรียกชื่อเล่นเขาแบบนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD