Rrrr Rrrr
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นขณะว่าที่นายแพทย์หนุ่มกำลังนั่งรีวิวเคสอยู่ต้องละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต แล้วหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองแทน พอเห็นว่าคนโทรมาคือแฟนสาวเขาก็กดรับทันที
“ว่าไงครับ” ทักทายไปด้วยเสียงอบอุ่นเช่นทุกครั้ง คิดว่าแฟนสาวคงโทรหาตามปกติ ทว่าเสียงร่ำไห้ประหนึ่งคนกำลังหัวใจสลายนั่นต่างหากที่ทำให้เขาร้อนรนขึ้น
(พี่อัคทำกับณัฐแบบนี้ได้ยังไง ฮึก! ทำไมหักหลังณัฐ ทำไมนอกใจณัฐ อึก!)
ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยคำกล่าวหาและตัดพ้อต่อว่า ทั้งเสียงยังเจือสะอื้นอยู่ตลอดเวลา ทำเอาอัคนีงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับแฟนสาวของตัวเอง
“ณัฐใจเย็น ๆ แล้วบอกพี่นะครับว่าเกิดอะไรขึ้น”
(ใครจะเย็นไหว ถูกนอกใจขนาดนี้ พี่อัคต้องมาเคลียร์ให้มันจบคืนนี้เลย หรือถ้าพี่อัคไม่มา ณัฐจะไปหาเอง)
“ณัฐกำลังบอกว่าพี่นอกใจณัฐอย่างนั้นใช่ไหมครับ”
(ถ้าไม่ใช่พี่อัคแล้วจะเป็นใคร ณัฐมีแฟนอยู่คนเดียว ไม่ได้คบใครอื่น มีแต่พี่อัคนั่นแหละที่ทำอะไรลับหลังณัฐ และไม่ต้องปฏิเสธนะว่าไม่ได้ทำ ในเมื่อณัฐมีหลักฐาน เด็กนั่นกล้าส่งมาเย้ยณัฐขนาดนี้)
“เด็กคนไหนครับ”
(เด็กที่พี่อัคยอมให้กดขี่นั่นแหละ อ้อ...หรือที่ยอมเพราะขี่กันมานานแล้วคะ)
ก่อเรื่องให้เขาอีกแล้วสินะ ไม่รู้ว่าครั้งนี้หนักหนาแค่ไหน แต่คงรุนแรงไม่น้อย ไม่อย่างนั้นณัฐวดีคงไม่ร้องไห้ฟูมฟายมากขนาดนี้ อยากนิ่งเฉยและวันนี้เขาเหนื่อยมาก เพราะมีเคสกับอาจารย์หมอทั้งวัน กลับมายังต้องทำบันทึกรายงานและค้นคว้าเพิ่มอีก แต่หากเขาไม่แก้ไข เรื่องมันก็คงไม่จบ ณัฐวดีอาจจะขับรถมาหาเขากลางดึกจริง ๆ ซึ่งเขาเป็นห่วง ไม่อยากให้แฟนสาวขับรถกลางคืนคนเดียว
“เดี๋ยวพี่ไปหาเองครับ”
(ณัฐจะส่งหลักฐานไปให้ดู ในระหว่างทางก็คิดด้วยนะคะว่าจะแก้ตัวยังไง)
ณัฐวดีตัดสายแล้วส่งรูปเข้ามาให้อัคนีดู ซึ่งมันเป็นภาพที่อัคนีเองยังอึ้ง ไม่คิดว่าพิรุณพาจะกล้าทำ มิน่าเล่าวันนั้นหล่อนถึงมีน้ำใจเอื้อเฟื้อทำน้ำส้มให้เขา พอดื่มเข้าไปก็ง่วงจัด ที่แท้หล่อนผสมยานอนหลับใส่ในน้ำส้มแก้วนั้น หรือหากหล่อนใช้ผสมยาพิษแทน ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว เพราะไม่ได้นึกเฉลียวใจอะไรเลย นอกจากแอบดีใจที่หล่อนมีน้ำใจแบบนั้นกับเขา
กรุงเทพฯ กับชลบุรีไม่ไกลแต่ก็ไม่ใกล้เท่าใดนัก อัคนีใช้เวลาขับรถกว่าหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้เขาอยู่หน้าห้องพิรุณพาแล้ว และไม่ลังเลที่จะยกมือขึ้นเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สองในระยะเวลาต่างกันราว ๆ กว่าสองชั่วโมง ทำให้พิรุณพาลุกขึ้นไปเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นใครก็แสร้งทำหน้าซื่อตาใส ประหนึ่งแปลกใจเสียเหลือเกินที่อัคนีปรากฏตัวอยู่ตรงนั้น
“นายมาได้ไง ไม่ต้องฝึกงานเหรอ”
“ผมก็ไม่ได้อยากมา แต่คุณหนูก่อปัญหาไว้ให้ผม”
“ปัญหาอะไร”
“อธิบายมาครับ”
น้ำเสียงของอัคนีเด็ดขาด กดดัน และข่มขู่ ซึ่งเขาไม่เคยใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับหล่อนเลยนับตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้พิรุณพาต้องมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจเช่นกัน
“อธิบายอะไร” หล่อนยังยียวน แม้จะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่อัคนีไม่มีสิทธิ์มาข่มขู่หล่อน เขาเป็นแค่กาฝากในบ้าน ส่วนหล่อนเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณของเขา
“ก็ไอ้รูปบ้า ๆ พวกนี้ไง”
อัคนีดึงรูปออกมาจากซอง ชูให้หล่อนดูตรงหน้า พิรุณพาแค่ปรายตามอง ได้หลักฐานมาขนาดนี้คงไปหาแฟนมาแล้วสินะ
“ต้องให้อธิบายอะไร รูปมันก็อธิบายชัดในตัวของมันอยู่แล้ว”
“ผมไม่เคยทำอะไรอุบาทว์ ๆ แบบนั้นกับคุณหนู”
มือเล็กกำเข้าหากันแน่น นี่เขาเรียกการมีอะไรกับหล่อนว่าการทำเรื่องอุบาทว์อย่างนั้นหรือ
“ถ้านายไม่ทำแล้วจะมีรูปพวกนี้ได้ยังไง”
“ก็เพราะคุณหนูวางยานอนหลับผม คนหลับไม่มีทางทำเรื่องพวกนี้ได้ หรือถ้ามันเกิดขึ้นจริง มีทางเป็นไปได้ทางเดียวนั่นคือคุณหนูข่มขืนผม”
“อัคนี!”
“จะให้ผมเอาเรื่องนี้ไปเรียนคุณท่านไหม” กดเสียงต่ำถามอย่างเยียบเย็น แววตาเคร่งขรึมทว่าเด็ดขาดจริงจัง ทำให้พิรุณพารู้สึกฝ่อ ๆ ไปเหมือนกัน แต่ก็ยังไว้ท่าด้วยการแสดงท่าทางโกรธกลบเกลื่อน
“นายขู่ฉันเหรอ”
“ผมไม่ได้ขู่ ผมไปเรียนท่านตอนนี้เลยยังได้ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะตัดสินเรื่องนี้อย่างไร”
“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องถึงพ่อ ฉันก็แค่แกล้งแฟนนาย ใครใช้ให้แฟนนายมาแกล้งฉันก่อน” เมื่อโดนกดดันพิรุณพาก็โพล่งประโยคนั้นออกมาเพื่อเป็นเหตุผลในการทำเรื่องแบบนั้น
“น้องณัฐทำอะไรคุณหนูถึงขนาดที่คุณหนูเอามาใช้เป็นข้ออ้างทำกับผมแบบนี้ได้”
หึ…น้องณัฐ น้ำเสียงยามเรียกชื่อแฟนช่างอ่อนโยนเหลือเกิน พิรุณพาเกือบยิ้มหยัน แต่ห้ามตัวเองเอาไว้ได้ทัน หล่อนไม่เห็นจะอิจฉาสักนิด
“ก็น้องณัฐของนายไปบังคับไม่ให้พี่ปีสามเลือกฉันเป็นดาวคณะน่ะสิ อ้อ เรียกว่าบังคับคงไม่ถูก ต้องเรียกว่าติดสินบนมากกว่า”
“ไม่จริงนะคะพี่อัค ณัฐไม่ได้ทำ” ณัฐวดีที่ยืนแอบฟังอยู่ในห้องตัวเองก้าวพรวดพราดออกมาทันที หล่อนยื่นมือไปเกาะแขนอัคนีอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าทั้งหมดเป็นการสร้างเรื่องของพิรุณพา หรือต่อให้เป็นเรื่องจริงหล่อนก็ไม่มีทางจะปล่อยมืออัคนีเด็ดขาด ผู้ชายดี ๆ หล่อ ๆ และเก่งมากอย่างเขาใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ
“ผมไม่ใช่หมากในเกมของใคร” อัคนีเล่นงานพิรุณพาต่อ พิรุณพายังคงเชิดหน้า ทั้งที่ข้างในนั้นหม่นหมองอย่างหนัก เกมนี้เหมือนหล่อนจะชนะในยกแรก แต่ตอนนี้หล่อนแพ้ยับเยิน
“แล้วยังไง นายก็แค่คนรับใช้ในบ้านของฉัน”
“ถ้าคิดว่าผมเป็นแค่คนรับใช้ ก็อย่าลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับเนื้อตัวผมอีก”
“นึกว่าอยากทำเหรอ ขยะแขยงจะตาย ถ้าไม่ใช่เพื่อเอาคืนแฟนนาย จ้างให้ฉันก็ไม่เฉียดใกล้ตัวนาย” ตอบโต้กลับไปอย่างเจ็บ ๆ เพื่อให้เขารู้สึกเจ็บเหมือนอย่างที่หล่อนรู้สึก ซึ่งได้ผลเพราะอัคนีขบกรามแน่นอย่างคนถูกกดขี่และเหยียดหยามศักดิ์ศรีเต็มที่