บทที่ 4
“ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ หนูมาตามคนของหนูค่ะ อยู่นี่มั้ยคะ” เสียงหวานใสเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มพราย ยิ่งเห็นหน้าตาบูดบึ้งของณัฐวดีก็ยิ่งชอบใจ แสดงว่าหล่อนมาถูกทางแล้ว
“น้องหมายถึงใคร”
“เอ๊า หนูนึกว่าพี่รู้แล้วซะอีก”
เสียงยียวนคุ้นหูที่ดังอยู่หน้าห้อง ทำให้อัคนีต้องลุกจากเตียง เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจงใจป่วนของคุณหนู
“มีอะไรครับ”
พิรุณพาไม่ได้ตอบในทันที แต่สาดสายตามองกระดุมเสื้อเม็ดบนที่หลุดลุ่ยอย่างดูแคลน ก่อนจะสาดสายตาขึ้นมองหน้าหล่อเหลานั้นอย่างโกรธกรุ่น
“ฉันมาตามนาย”
“คุณหนูรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่”
“ทำไมจะไม่รู้ในเมื่อห้องฉันอยู่นี่” พิรุณพาบุ้ยปากไปทางประตูฝั่งตรงข้าม ทำให้อัคนีถอนหายใจออกมาเบา ๆ รู้ดีว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกที่ห้องของพิรุณพาจะตรงข้ามกับห้องคนรักของเขา
“คุณหนูมีอะไรก็ว่ามาเถอะครับ”
“แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาคุยกับฉัน ฉันไม่อยากอุจาดตา”
อัคนีหน้าแดง รีบยกมือขึ้นกลัดกระดุม นึกตำหนิตัวเองที่พลาดไปถนัด ทำให้เป็นการเปิดทางให้อีกฝ่ายได้มีช่องโหว่เล่นงานเขาได้
“คุณหนูอยากได้อะไร” เขาถามอีกครั้งหลังจากติดกระดุมเสร็จแล้ว
“ฉันหิว นายไปซื้อข้าวให้หน่อย”
พิรุณพาบอกไปอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวกับคณิณมาไม่ถึงชั่วโมง แต่หล่อนอยากบอกแบบนี้ใครจะทำไม ไม่อย่างนั้นอัคนีคงกลับไปทำอะไรต่อมิอะไรกับแฟนเขาต่อที่เตียงอีกแน่ เรื่องอะไรหล่อนจะปล่อยให้เขามีความสุข ในเมื่อพ่อของหล่อนส่งเขามาเรียน ไม่ได้ให้เขามาหาเมียเสียหน่อย
“แกร็บก็มีนี่ ทำไมไม่สั่งแกร็บ” ประโยคนั้นอัคนีไม่ใช่คนพูด แต่เป็นณัฐวดีที่แทรกขึ้นอย่างไม่พอใจ
“หนูไม่ถนัดสั่งกับแกร็บน่ะค่ะพี่ หนูถนัดสั่งกับคนของตัวเองมากกว่า”
“ถ้าน้องสั่งไม่เป็นเดี๋ยวพี่สั่งให้ อยากกินอะไรล่ะ”
“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ พอดีคุณพ่อสอนมาว่าให้รู้จักเกรงใจคนอื่น ถ้าคุณพ่อรู้ว่าหนูใช้คนอื่นแถมยังเป็นรุ่นพี่ หนูต้องโดนคุณพ่อว่าแน่ ๆ” สาววัยย่างสิบเก้าทำหน้าตาคิกขุตาใสซื่อ แถมยังแสดงท่าทีว่าเกรงอกเกรงใจแบบล้นเหลือ จนคนดูก็ว่านั่นคือการจงใจแกล้งยั่วโมโห
“แล้วทำไมน้องไม่รู้จักเกรงใจพี่อัคบ้าง”
“อ๋อ ก็พี่อัคของพี่ไม่ใช่คนอื่นสำหรับหนูไงคะ เขาเป็นคนของหนูค่ะ หนูหวังว่าพี่คงเข้าใจนะคะ”
ณัฐวดีกำมือเข้าหากันแน่นอย่างเจ็บใจ ยิ่งพิรุณพาพูดตอกย้ำว่าอัคนีเป็นคนของตัวเองอยู่หลายครั้งหลายครา มันก็ยิ่งทำให้ความสำคัญของหล่อนที่มีต่ออัคนีถูกด้อยค่าลงไป
“เอาล่ะครับคุณหนูอยากกินอะไร ผมจะไปซื้อให้” อัคนีตัดบทหลังจากปล่อยให้สองสาวปะทะคารมกันครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าถ้าไม่ได้ดั่งใจคนอย่างพิรุณพาไม่มีทางล่าถอยง่าย ๆ แน่
“นายก็รู้ว่าฉันชอบกินและไม่กินอะไรบ้าง ฉันให้เวลาแค่ไม่เกินสามสิบนาทีนะ ถ้าได้แล้วก็เอาไปให้ที่ห้อง อย่าให้ฉันต้องตามอีก”
ออกคำสั่งเสร็จ ร่างบางก็หมุนตัวและก้าวไปยังประตูฝั่งห้องตัวเอง กำลังจะเปิดประตูแต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหันมาทางสองหนุ่มสาวที่ยังยืนอยู่หน้าห้อง
“อ้อ หนูลืมขอบคุณพี่ณัฐน่ะค่ะ ขอบคุณนะคะที่ยอมปล่อยคนของหนูไป แล้วก็ขอโทษอีกครั้งค่ะที่ขัดจังหวะ”
เรียวปากรูปกระจับฉีกยิ้มอวดไรฟันขาวสะอาด ก่อนจะผลักประตูแล้วเดินเข้าห้องตัวเองไป ทิ้งให้สองหนุ่มสาวเคลียร์ปัญหากันเองเหมือนเช่นช่วงเย็นที่หล่อนทำมาแล้วครั้งหนึ่ง
“พี่อัคคะ...” ณัฐวดีโกรธจนสั่นไปหมด สงสารแฟนตัวเองเป็นที่สุดที่ถูกข่มขนาดนั้น แต่อัคนีก็ยังคงนิ่งเฉย
“พี่ขอโทษแทนคุณหนูด้วย”
“พี่อัคไม่ได้ผิดจะขอโทษทำไมคะ ดูก็รู้ว่าเด็กคนนั้นกำลังแกล้งพี่อัค พี่อัคจะทนไปอีกนานแค่ไหน”
“อีกไม่นานหรอกครับ หลังจากเรียนจบแล้วพี่ก็ต้องไปทำงานใช้ทุนที่ต่างจังหวัด และอาจจะอยู่ที่นั่นเลย ถึงตอนนั้นอะไร ๆ คงดีขึ้น”
อัคนีหวังเช่นนั้น หวังว่าช่วงที่ห่างกันคงทำให้พิรุณพาโตเป็นผู้ใหญ่ ระยะเวลาสามปีหลังจากที่เขาเรียนจบ หล่อนก็คงจบปริญญาตรีพอดี หลังจากนั้นท่านก็น่าจะส่งลูกสาวไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก เพื่อกลับมาดูแลธุรกิจต่อจากท่าน และคงแต่งงานกับคนที่เหมาะสมสักคน ถึงตอนนั้นคุณหนูโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คงรามือกับการข่มเหงเขาไปเอง
“แล้วณัฐล่ะคะ พี่อัคไม่คิดถึงณัฐเลยเหรอ ถ้าพี่อัคไปอยู่ต่างจังหวัดเลย ณัฐจะอยู่ยังไง”
“พี่ไปแค่สามปีเองครับ แต่พอถึงตอนนั้นอะไร ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป”
“ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่ณัฐก็จะรักพี่อัคเสมอ และณัฐจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงานกับพี่อัค” ณัฐวดีบอกอย่างมุ่งมั่น ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกที่จะทำให้อัคนีย้ายกลับเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะพ่อของหล่อนเป็นนักการเมืองชื่อดัง การจะจัดการอะไรในวงราชการมันก็แค่ดีดนิ้ว