ฉันตายแล้วหรือ

2104 Words
ปี้นๆๆ เสียงบีบแตรรถลากยาวของรถบรรทุกพ่วง แล้วตามมาด้วยเสียงเบรคดังกระชั้นชิดของรถกระบะ เอี๊ยด โครม เสียงรถชนดังสนั่นขึ้นในเช้าตรู่ของวันที่ 14กรกฎาคม ปีดวงดาวที่ 2006 เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุกพ่วงบริเวณช่องทางกลับรถ ในสถานที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายเป็นเพศหญิงซึ่งเป็นคนขับรถกระบะ หลังจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายเป็นแม่ค้ากำลังจะนำสินค้าไปขายที่ตลาดด้านหน้าซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุเป็นระยะทางประมาณอีก 5 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าผู้ตายมีอาการหลับใน เนื่องจากไม่มีร่องรอยของการเบรครถเพื่อชะลอความเร็วเลยจึงทำให้รถกระบะของเธอพุ่งชนรถบรรทุกพ่วงอย่างแรง ทำให้เกิดอุบัติเหตุสลดดังกล่าว เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจดังขึ้นรอบๆ ตัวของขวัญ ซึ่งในขณะนี้เจ้าตัวยังคงงุนงงอยู่เพราะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ จำได้ล่าสุดว่าเธอกำลังจะขับรถไปขายของที่ตลาด เอ๊ะใช่แล้วมีรถบรรทุกตัดหน้าเธอ แต่ตอนที่เห็นเธอไม่สามารถหยุดรถได้ทันทำให้เธอได้ชนเข้ากับรถบรรทุกคันนั้นทันที เมื่อเธอนึกได้เธอก็รีบไปดูที่รถของตัวเองเธอ เห็นสภาพรถด้านหน้าที่ยุบบุบเข้ามาทางด้านฝั่งที่เธอเป็นคนขับ จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถที่จะทำการเปิดประตูรถออกได้จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือตัดประตูออก เพื่อนำร่างของผู้ที่อยู่ในรถออกมา เมื่อขวัญได้เห็นร่างนั้นถนัดตาเธอถึงกับทรุดตัวลงและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียใจเนื่องจากร่างที่เจ้าหน้าที่ยกออกมานั้นเป็นร่างของตัวเอง ที่ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่สมบูรณ์ได้ เพราะกระโหลกศีรษะของเธอทางด้านขวายุบเข้ามาจนเห็นมันสมองสีขาวที่ไหลเยิ้ม พร้อมกับลูกตาที่กำลังห้อยต่องแต่งคล้ายจะหลุดอยู่ร่อมร่อ ฮือๆ เสียงร้องไห้คร่ำครวญจากดวงวิญญาณตนหนึ่งที่ดังขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครได้ยิน พร้อมทั้งเสียงตัดพ้อต่อว่าถึงความโชคร้ายของตน ฉันตายแล้ว ตายแล้วจริงๆ อย่างนั้นเหรอนี่ เป็นเสียงคำถามที่ถามตัวเองซ้ำๆ ของดวงวิญญาณตนนี้ที่ไม่อาจจะยอมรับชะตากรรมของตนได้แม้เพียงสักนิด แล้วลูกของฉันละจะอยู่กันยังไง ด้วยวิญญาณของตนทราบดีว่าสามีของตนนันเป็นคนกินแต่เหล้า ไม่สนใจลูก ญาติพี่น้องก็ไม่น่าจะพึ่งพาอาศัยได้ เพราะส่วนใหญ่มีแต่มาพึ่งตนเอง ทำไมกันทั้งๆ ที่ฉันหมั่นทำความดีมาตลอด พอทำงานหาเงินเองได้ก็ส่งเสียให้พ่อแม่ ถึงแม้ว่าแม่คนนั้นจะเป็นแม่เลี้ยงก็ตาม ชีวิตนี้ของฉันทำไมถึงได้อาภัพแบบนี้กัน ทำไมต้องให้ลูกๆ ของฉันเป็นเด็กกำพร้าเหมือนตัวเองด้วยทำไม ขวัญได้แต่จมจ่ออยู่กับตัวเองโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งใดรอบๆ ตัวเลยสักนิด “แม่หนู แม่หนูขวัญ” เสียงแหบๆ ของหญิงชราดังขึ้นร้องเรียกขวัญที่กำลังส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ใคร เสียงใครทำไมเราถึงได้ยินเหมือนมีคนเรียกเราล่ะ ขวัญไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองหาต้นเสียงนั้นทันที เพราะเธอเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ไม่ได้สนใจสิ่งใดรอบตัวเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากคิดว่าคงไม่มีใครเห็นเธอแน่ๆ แต่พอเธอได้เงยหน้าขึ้นมาตอนนี้ เธอกับมองเห็นหญิงชราผมสีดอกเลาชุดขาว มองมาทางเธอเปี่ยมไปด้วยความเมตตา “คุณยายเรียกหนูเหรอคะ คุณยายมองเห็นหนูใช่ไหมคะ แล้วคุณยายเป็นใครทำไมถึงรู้จักชื่อของหนูด้วย” ขวัญเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ “ใช่ฉันเรียกหนูเอง ฉันเป็นใครหนูไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ฉันมาที่นี่ เพราะจะมาบอกหนูว่าชีวิตของหนูที่ผ่านมานั้นมันคือเรื่องราวส่วนหนึ่งในนิยายที่ถูกเขียนและกำหนดเอาไว้แล้ว อ่ะ อย่าเพิ่งถามอะไร หญิงชรารีบห้ามขวัญทันทีเมื่อมองเห็นว่าขวัญกำลังจะอ้าปากถาม และที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะว่าฉันเห็นถึงความกตัญญูและความดีที่หนูเคยได้ทำมา ฉันถึงอยากยื่นข้อเสนอให้หนูได้กลับไปแก้ไข และได้ดำเนินชะตาชีวิตที่เป็นเรื่องจริงของตัวเอง แต่การกลับไปในครั้งนี้ หนูจะมีหน้าที่พิเศษบางอย่างติดตัวไปด้วย ฉันไม่สามารถบอกหนูได้ว่าหน้าที่นี้คืออะไร เพราะมันเป็นเงื่อนไขของการแลกเปลี่ยน แต่ฉันสามารถรับรองได้ว่าไม่ให้ไปทำเรื่องเลวร้ายและผิดศีลธรรมอย่างแน่นอน” หญิงชราได้กล่าวออกมาอย่างยืดยาว พร้อมทั้งมองขวัญไปด้วย ซึ่งตอนนี้ขวัญกำลังคิดประมวลผลเรื่องราวที่คุณยายท่านนี้ได้พูดออกมา ในความคิดของขวัญนั้นมีแต่ให้โอกาสกลับไปแก้ไขนิยาย นี่มันคืออะไรกัน หากเราได้ย้อนกลับไปเราก็จะได้อยู่กับลูกๆ ของเรา แต่มีหน้าที่ ที่เราเองก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร ขวัญคิดวนเวียนอยู่อย่างนั้นสักพัก แล้วจึงตัดสินใจ “ตกลงค่ะ หนูยินดีทำหน้าที่พิเศษที่ว่า ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าคือหน้าที่อะไรก็ตาม เพราะหนูอยากกลับไปอยู่กับลูกๆ ค่ะ” ขวัญแสดงเจตนาของตนอย่างแน่วแน่ทันที เมื่อหญิงชราได้ยินคำตอบที่พอใจแล้ว ก็ยกมือพนมขึ้นกลางอกแล้วท่องคาถาบางอย่างทันที สักพักก็มีลมหมุนวนอยู่รอบๆ ตัวขวัญ แล้วหอบพัดพาดวงวิญญาณของขวัญปลิวไปทันที โดยที่ขวัญยังไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ณ. หมู่บ้านหนองนา เมืองพรรตคีรี อาณาจักรดวงดาวแห่งสายน้ำ ปีดวงดาวที่ 1978 ท่ามกลางผู้คนที่กำลังทำการลงแขกเกี่ยวข้าวกันอยู่ได้เกิดเสียงอันอึกทึกครึกโครมขึ้น “ช่วยด้วย ช่วยด้วยจ้า ใครก็ได้ช่วยไปตามหมอมาดูเจ้าขวัญมันหน่อยเร็ว มันเป็นลมไปแล้ว” มีเสียงตะโกนอย่างรีบร้อนเรียกขอความช่วยเหลือจากหญิงสาววัยรุ่นอายุ 18-19 ปี ดังขึ้น เมื่อชาวบ้าน 7-8 คนที่กำลังเกี่ยวข้าวอยู่นั้นได้ยินก็รีบพากันหยุดมือที่กำลังทำงานลงทันที แล้วรีบพากันมามุงดูช่วงนี้เป็นช่วงการเก็บเกี่ยวก่อนพิธีรดน้ำดำหัว ทุกคนต่างก็รีบเร่งมารวมตัวช่วยกัน ทุกคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่มักเป็นเครือญาติกัน รู้จักกันแทบทั้งหมดว่าลูกใคร หลานใคร “เพชร เอ็งรีบไปตามหมอพงษ์ที่สุขศาลามาเร็วเข้า พี่สาวมึงเป็นลม” เสียงยายแช่มรีบร้องตะโกนบอกเพชรน้องชายของขวัญทันที ในขณะเดียวกันขวัญที่กำลังเป็นลมอยู่นั้นก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นเล็กน้อยและพยายามจะลืมตาขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถลืมได้ ทำไมมันร้อนแล้วก็อึดอัดขนาดนี้กัน หูก็ได้ยินแต่เสียงดังปนเปกันไปหมดแยกแทบไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ในขณะที่กำลังนอนอยู่ขวัญก็คิดว่าหรือเราจะได้ย้อนกลับมาแล้ว เหตุการณ์นี้เหมือนจะเคยเกิดขึ้นกับตัวเอง สมัยที่มีอายุ 15 ปี นี่คุณยายส่งเรามาช่วงอายุที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดตอนที่เรายังไม่เจอสามีเฮงซวย และยังไม่ได้แต่งงาน แต่ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะเจอลูกๆ ของเราได้ยังไงละ นี่สินะที่คุณยายได้บอกไว้ว่าให้เราลิขิตชีวิตด้วยตัวเอง ขอบคุณนะคะคุณยาย ขวัญกล่าวในใจพร้อมกับมีน้ำตาไหลออกมาที่หางตา หลังจากขวัญพยายามที่จะลืมตาอยู่สักพัก เธอก็สามารถลืมตาได้สักที ทันทีที่ดวงตาของเธอเปิดออกเธอก็ต้องรีบยกมือขึ้นมาป้องดวงตาเอาไว้ เพราะยามนี้เธอรู้สึกว่าแสงจากดวงอาทิตย์สว่างจ้าซะเหลือเกิน “อย่ามุง อย่ามุงคนเป็นลมมุงกันแบบนั้นเดี๋ยวก็ขาดอากาศหายใจกันพอดี” เสียงของชายวัยกลางคนที่แต่งตัวค่อนข้างแตกต่างจากชาวบ้านพูดขึ้น ในขณะที่เจ้าตัวก็รีบวิ่งมาดูอาการคนป่วยพร้อมกับผู้ช่วยที่ยกเปลสนามตามมาด้วย “โอ้ หมอพงษ์มาแล้ว รีบหลีกทางให้หมอเร็วเข้า” หนึ่งในชาวบ้านที่มุงดูพูดขึ้น “คุณมาช่วยผมยกตัวคนไข้ขึ้นเปลเร็วเข้า เราต้องรีบพาคนไข้เข้าไปในร่มก่อน” หมอพงษ์กล่าวพร้อมชี้นิ้วมือไปยังชายที่มีรูปร่างค่อนข้างแข็งแรงคนหนึ่ง ขณะที่หมอกำลังสั่งการอยู่นั้น เพชรผู้เป็นน้องชายของขวัญก็เห็นว่าพี่สาวของตนฟื้นแล้วก็รีบตะโกนเรียกพี่่สาวของตนทันทีด้วยความดีใจ “พี่ขวัญ ฟื้นแล้ว” ทุกคนเมื่อได้ยินก็รีบที่จะเข้าไปมุงดูอีกครั้งแต่ครั้งนี้ก่อนที่ทุกคนจะได้ขยับ หมอพงษ์ก็ได้ตะโกนเสียงดังขึ้นมาเพื่อห้ามไว้ก่อน ส่วนตัวเองก็รีบเข้าไปทำการวัดสัญญาณชีพคนไข้ ตรวจดูอาการต่างๆ เมื่อเห็นว่าคนไข้ปลอดภัยแน่แล้วก็โล่งใจ แต่ถึงกระนั้นหมอก็ยังวานคนให้ช่วยกันยกเปลที่มีคนไข้นอนอยู่เข้าร่มก่อนอยู่ดี และให้คนหาผ้าไปชุบน้ำเย็นมาเช็ดตามใบหน้า หลังคอ ตามข้อพับต่างๆ ซึ่งหน้าที่นี้ตกเป็นของหญิงวัยรุ่นคนที่ตะโกนขอความช่วยเหลือนั่นเอง ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หล่อนเป็นอาสาวของขวัญนั่นเองชื่อจันทร์เจ้า อาจันทร์เป็นลูกสาวคนสุดท้องของปู่ทูลกับย่ามี ซึ่งเป็นปู่และย่าของขวัญกับเพชรนั่นเอง ปู่มีลูกชายสองคน คนโตชื่อทวนเป็นพ่อของขวัญชีวากับขวัญเพชร ลูกชายคนรองชื่อเจริญ ได้แต่งงานกับหญิงสาวต่างหมู่บ้านห่างจากกันสิบกว่ากิโลชื่อน้ำค้าง อาเจริญได้ย้ายไปอยู่หมู่บ้านเดียวกับอาน้ำค้าง เพราะอาน้ำค้างเป็นลูกสาวคนเดียว ทำให้ไม่มีใครจะทำนาที่บ้านนั้น ส่วนคนสุดท้องเป็นลูกสาวชื่อจันทร์เจ้า อายุห่างจากขวัญแค่สามปีตอนนี้เพิ่งจะอายุ18 ปี ยังไม่ได้แต่งงานหน้าตาสะสวยรูปร่างสูงโปร่ง จึงค่อนข้างที่จะเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากหน้าหลายตาทั้งจากหมู่บ้านเดียวกันและต่างหมู่บ้าน ขวัญเมื่อสติกลับมาแจ่มชัดดีแล้ว ก็เริ่มที่จะลุกขึ้นนั่งเมื่อนั่งได้เรียบร้อยดีแล้ว ขวัญก็หันใบหน้ามองไปรอบๆ ก็เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ เพราะก่อนที่ขวัญจะได้ย้อนกลับมานั้นบางคนที่มีชีวิตอยู่ในตอนนี้ก็ได้ล้มหายตายจากไปบ้างแล้วจากวัยชราบ้าง ความเจ็บป่วยบ้าง เมื่อได้มีโอกาสย้อนกลับมาอีกครั้งในครั้งนี้ ขวัญตั้งใจที่จะทำให้ชีวิตครอบครัวของตนทั้งในตอนนี้และในอนาคตรวมทั้งคุณภาพชีวิตของน้องชายสายเลือดแม่เดียวกันอย่างเพชรให้ดียิ่งขึ้น ส่วนครอบครัวของพ่อและแม่เลี้ยงตนก็ไม่ได้คิดจะทิ้ง แต่ตนจะยึดเอาคติที่ว่าดีมาดีกลับ ร้ายมาก็ไม่ยุ่งแล้วกันทางใครทางมัน ทางด้านหญิงชราที่มาส่งขวัญนั้นก็ยังไม่ได้หายไปในทันทีเธอยังคงมองขวัญและเพชรด้วยความอาลัย หญิงชรานางนี้แท้จริงแล้วก็คือกลอย ซึ่งเป็นแม่ของขวัญกับเพชร จำแลงร่างตัวเองเพื่อให้แก่ลงเธอยอมใช้บุญที่สั่งสมมาเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนชีวิตของลูกของเธอ จึงทำให้วิญญาณที่เคยมีจิตที่แจ่มใสนั้นตอนนี้ดูค่อนข้างมัวหมอง แต่เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิด ตรงกันข้ามภายในใจของเธอกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เธอหวังเพียงแค่ว่าในภพใหม่นี้ลูกทั้งสองของเธอจะมีชีวิตที่ดี ถึงเวลาที่แม่ต้องไปแล้วลาก่อนลูกทั้งสองของแม่หากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีกครั้ง เมื่อกลอยกล่าวคำนี้จบก็บังเกิดสายลมอุ่นๆ พัดล้อมรอบตัวของเพชรและขวัญทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD