ตอนที่ 33ร้านหมูกระทะแห่งแรก

2226 Words
ตอนที่ 33 ร้านหมูกระทะแห่งแรก เช้าวันรุ่งขึ้น ร้านหมูกระทะพ่อสมชายเปิดให้บริการตามปกติ เสียงหัวเราะของลูกค้าประจำดังสลับกับเสียงน้ำซุปเดือดเบา ๆ แพรวกำลังจัดโต๊ะหน้าร้าน แต่สายตาของเธอกลับเหลือบมองกล่องไม้เก่าบนชั้นอยู่ตลอดเวลา เรื่องราวของยูริ รวมถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด คังจุนเดินเข้ามาพร้อมลังผักสด เมื่อเห็นแพรวเหม่อลอย เขาจึงยิ้มบาง ๆ "เมื่อคืนคิดมากอีกแล้วใช่ไหม" แพรวหัวเราะเบา ๆ "นิดหน่อย" "ยิ่งรู้เรื่องของพ่อ" "ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนยังรู้จักพ่อไม่พอ" คังจุนพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ผมก็เหมือนกัน" "ยิ่งเปิดกล่องนั้น" "ก็ยิ่งรู้จักพ่อในอีกมุม" ทั้งสองสบตากัน ก่อนแม่มาลัยจะเดินออกมาจากครัว ในมือถืออัลบั้มรูปเก่าเล่มหนึ่ง "แพรว" "แม่มีอะไรจะให้ดู" ... ทั้งสามนั่งลงที่โต๊ะไม้หลังร้าน แม่มาลัยค่อย ๆ เปิดอัลบั้มรูปอย่างระมัดระวัง หน้ากระดาษเริ่มเหลืองตามกาลเวลา แต่รูปถ่ายทุกใบยังถูกเก็บไว้อย่างดี แพรวมองทีละรูป มีทั้งรูปพ่อสมชายตอนวัยหนุ่ม รูปคิมซองโฮ รูปแม่มาลัย รวมถึงรูปของยูริที่เธอเริ่มคุ้นตา จนกระทั่ง แม่มาลัยหยุดอยู่ที่รูปใบหนึ่ง ในภาพนั้น ไม่มีร้านหมูกระทะ ไม่มีอาคาร มีเพียงรถเข็นไม้เก่า ๆ เตาถ่านหนึ่งเตา โต๊ะพับสองตัว และชายหนุ่มสองคนที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข แพรวยิ้มทันที "นี่คือ..." แม่มาลัยลูบรูปเบา ๆ "ร้านหมูกระทะแห่งแรก" "ก่อนจะมีร้านหลังนี้" ... ภาพในความทรงจำของแม่มาลัยค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ยี่สิบกว่าปีก่อน สมชายเพิ่งลาออกจากงานประจำ ส่วนคิมซองโฮเพิ่งย้ายมาเมืองไทย ทั้งสองคนมีเงินเก็บรวมกันไม่มาก พอซื้อรถเข็นมือสอง เตาถ่านหนึ่งเตา หม้อหนึ่งใบ และโต๊ะไม้เก่า ๆ เพียงสองตัว วันแรกที่เปิดขาย ทั้งสองคนตื่นตั้งแต่ตีสี่ ช่วยกันหั่นหมู ล้างผัก เตรียมน้ำซุป ทุกอย่างทำเองทั้งหมด สมชายยืนมองร้านเล็ก ๆ ของตัวเอง ก่อนยิ้มกว้าง "แค่นี้ก็พอแล้ว" คิมซองโฮหัวเราะ "นายแน่ใจนะ" "โต๊ะมีแค่สองตัว" สมชายยักไหล่ "ถ้าเต็มสองโต๊ะ" "เราค่อยซื้อโต๊ะที่สาม" ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน ... แต่ความเป็นจริง กลับไม่ง่ายอย่างที่ฝัน วันแรก ไม่มีลูกค้าเลย จนบ่ายแก่ ๆ มีเพียงชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา สั่งหมูกระทะหนึ่งชุด นั่งกินเงียบ ๆ ก่อนลุกขึ้นจ่ายเงิน แล้วพูดเพียงสั้น ๆ "อร่อย" คำนั้น ทำให้สมชายยิ้มทั้งวัน แม้จะขายได้เพียงโต๊ะเดียว คิมซองโฮเดินเข้ามาตบบ่าเพื่อน "เห็นไหม" "มีคนกลับมาแน่" สมชายหัวเราะ "หวังว่าจะเป็นแบบนั้น" ... หลายวันผ่านไป ลูกค้ายังน้อยเหมือนเดิม บางวันขายได้เพียงสามโต๊ะ บางวันแทบไม่ได้เลย แต่ไม่มีใครยอมแพ้ ทุกคืน หลังเก็บร้าน ทั้งสองจะนั่งคิดว่า พรุ่งนี้ควรปรับอะไร คิมซองโฮเสนอให้ลดราคา สมชายกลับส่ายหน้า "เราไม่ลดคุณภาพ" "ถึงจะกำไรน้อย" "แต่ลูกค้าต้องได้ของดี" คิมซองโฮยิ้ม "นายดื้อจริง" สมชายหัวเราะ "ดื้อเรื่องนี้ได้" ... เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมร้าน หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาหยุดหน้ารถเข็น เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ธรรมดา ผมยาวรวบหางม้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส "รับคนช่วยไหมคะ" สมชายมองหน้าเธอ ก่อนยิ้มเก้อ ๆ "อยากรับนะ" "แต่ร้านเรายังไม่มีเงินจ้าง" หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบด้วยแววตาจริงใจ > "งั้นหนูช่วยฟรีก็ได้ค่ะ" ทั้งสมชายและคิมซองโฮมองหน้ากัน ก่อนหัวเราะพร้อมกัน สมชายส่ายหน้า "ไม่มีใครทำงานฟรีหรอก" หญิงสาวยิ้มกว้างกว่าเดิม "งั้น..." "ขอแค่หมูกระทะหนึ่งชุดต่อวัน" "ก็พอค่ะ" คิมซองโฮหัวเราะเสียงดัง ก่อนหันไปกระซิบกับสมชาย "คนแบบนี้..." "หาไม่ได้ง่าย ๆ นะ" สมชายมองหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนยื่นผ้ากันเปื้อนผืนหนึ่งให้ "ถ้าอย่างนั้น..." "ยินดีต้อนรับ" หญิงสาวโค้งตัวเล็กน้อย ก่อนรับผ้ากันเปื้อนด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุด นับจากวันนั้น ร้านหมูกระทะเล็ก ๆ ที่เคยเงียบเหงา ก็เริ่มมีเสียงหัวเราะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียง และไม่มีใครรู้เลยว่า การเข้ามาของผู้หญิงที่ชื่อ ยูริ กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งสองครอบครัวไปตลอดกาล… วันแรกของการมี "ผู้ช่วย" ไม่ได้ทำให้ร้านขายดีขึ้นในทันที แต่กลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ยูริสวมผ้ากันเปื้อนตัวหลวม แล้วเดินสำรวจร้านเล็ก ๆ ด้วยดวงตาเป็นประกาย เธอไม่ได้ถามว่า ต้องทำอะไร แต่เดินไปหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะเอง จากนั้นก็ช่วยจัดเก้าอี้ให้เป็นระเบียบ แม้จะมีลูกค้าเพียงไม่กี่คน เธอก็ทำทุกอย่างด้วยรอยยิ้ม สมชายยืนมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนหันไปพูดกับคิมซองโฮ "เด็กคนนี้..." "เหมือนมีพลังอยู่ตลอดเวลา" คิมซองโฮหัวเราะ "ดีแล้ว" "ร้านเราจะได้ไม่เงียบ" ... ตกบ่าย ลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมลูกชายตัวเล็ก เด็กน้อยมองเตาหมูกระทะด้วยความตื่นเต้น แต่เมื่อหมูสุก กลับทำตะเกียบตกพื้น เด็กชายหน้าเสียทันที ยูริรีบเดินเข้าไป ย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกับเด็ก ก่อนยื่นตะเกียบคู่ใหม่ให้ "ไม่เป็นไรนะ" "พี่ก็เคยทำตกเหมือนกัน" เด็กน้อยยิ้มออกมา ส่วนแม่ของเด็ก หันไปพูดกับสมชาย "น้องคนนี้น่ารักจัง" หลังลูกค้ากลับ สมชายหัวเราะเบา ๆ "วันนี้เขาชมยูริ" ยูริยิ้มเขิน "หนูแค่ไม่อยากให้เด็กตกใจ" สมชายพยักหน้า "นั่นแหละ..." "การบริการ" ... วันเวลาค่อย ๆ ผ่านไป จากสองโต๊ะ กลายเป็นสี่โต๊ะ จากสี่โต๊ะ กลายเป็นหกโต๊ะ แม้รายได้จะยังไม่มาก แต่ร้านเล็ก ๆ เริ่มมีลูกค้าประจำ ทุกเย็น จะมีคนเดิม ๆ กลับมานั่งที่เดิม ลุงชาติ ป้าสาย ลุงประสิทธิ์ บางคนยังหนุ่ม บางคนเพิ่งเริ่มทำงาน แต่ทุกคนต่างพูดเหมือนกัน "ร้านนี้..." "เหมือนกินข้าวบ้านตัวเอง" สมชายได้ยินทีไร ก็ยิ้มทุกครั้ง เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุด ไม่ใช่ร้านหรู แต่เป็นร้านที่ทำให้คนรู้สึกอบอุ่น ... เย็นวันหนึ่ง ฝนตกหนักกว่าปกติ ลูกค้าเหลือเพียงโต๊ะเดียว คิมซองโฮมองยอดขายของวันนั้น ก่อนถอนหายใจ "วันนี้แทบไม่เหลือกำไร" สมชายนั่งลงข้าง ๆ ก่อนเทชาร้อนให้เพื่อน "ไม่เป็นไร" "พรุ่งนี้เริ่มใหม่" คิมซองโฮหัวเราะ "นายคิดบวกเกินไป" สมชายยิ้ม "ถ้าเจ้าของร้านยังหมดหวัง" "ลูกน้องจะเอากำลังใจจากไหน" ยูริที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ ได้ยินเข้าพอดี เธอจึงเดินมานั่งด้วย "หนูว่า..." "ร้านเราต้องดังแน่" สมชายหัวเราะ "มั่นใจขนาดนั้นเลย" ยูริพยักหน้าแรง "เพราะคนที่นี่" "ไม่ได้ขายแค่หมูกระทะ" "แต่ขายความจริงใจ" คำพูดของหญิงสาว ทำให้ทั้งสมชายและคิมซองโฮมองหน้ากัน ก่อนหัวเราะพร้อมกัน "พูดเหมือนคนอายุมากกว่าพวกเราอีก" ยูริหัวเราะเสียงใส "หนูพูดจริงนะ" ... จากวันนั้น ทั้งสามคนเริ่มทำงานเหมือนครอบครัว ตอนเช้า สมชายเตรียมน้ำซุป คิมซองโฮหมักหมู ยูริจัดโต๊ะ ตอนสาย ทั้งสามช่วยกันเสิร์ฟ ตอนค่ำ ช่วยกันล้างจาน ก่อนนั่งกินหมูกระทะที่เหลือด้วยกัน แม้จะเหนื่อย แต่ไม่มีใครบ่น เพราะทุกคนมีความฝันเดียวกัน คือทำให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ อยู่ได้ด้วยความซื่อสัตย์ ... คืนหนึ่ง หลังเก็บร้านเสร็จ ทั้งสามนั่งมองรถเข็นคันเดิม คิมซองโฮเอ่ยขึ้นเบา ๆ "สมชาย" "ถ้าวันหนึ่งเรามีเงิน" "นายอยากทำอะไร" สมชายมองรถเข็นเก่า ๆ ก่อนตอบโดยแทบไม่ต้องคิด "สร้างร้าน" "ร้านที่ทุกคนพาครอบครัวมากินได้" "มีเด็กวิ่งเล่น" "มีผู้ใหญ่หัวเราะ" "มีโต๊ะพอสำหรับทุกคน" ยูริยิ้มกว้าง "แล้วหนูจะเป็นพนักงานคนแรก" คิมซองโฮหัวเราะ "งั้นฉันจะเป็นหุ้นส่วน" สมชายยื่นมือออกไป "ตกลง" ทั้งสามเอามือวางซ้อนกัน ภายใต้แสงไฟดวงเล็กของรถเข็น ไม่มีใครรู้ว่า คำสัญญาในคืนนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของร้านหมูกระทะที่ทุกคนรัก และจะเป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุด ของทั้งสองครอบครัว สมชายมองเพื่อนและยูริ ก่อนพูดด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง > "ถ้าวันหนึ่งร้านนี้อยู่ได้..." เขาหันมองทั้งสองคน ก่อนพูดต่ออย่างหนักแน่น > "เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" คำพูดนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่า อีกยี่สิบปีต่อมา จะกลายเป็นคำสัญญา ที่คนรุ่นลูกกำลังพยายามรักษาไว้ หลายเดือนผ่านไป จากรถเข็นเล็ก ๆ ที่เคยเงียบเหงา เริ่มมีลูกค้ามาต่อคิวตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ตก โต๊ะสองตัว เพิ่มเป็นสี่ตัว สี่ตัว เพิ่มเป็นแปดตัว บางคืนลูกค้าต้องยืนรอ ทั้งที่ร้านยังไม่มีป้ายสวย ๆ ไม่มีโฆษณา ไม่มีแม้แต่เมนูที่พิมพ์เป็นเล่ม ทุกอย่างเขียนด้วยชอล์กบนกระดานไม้แผ่นเล็ก แต่สิ่งหนึ่งที่ลูกค้าพูดเหมือนกันทุกครั้งคือ "ร้านนี้...เหมือนบ้าน" ... ยูริเดินออกมาส่งลูกค้าหน้าร้านเหมือนทุกวัน เธอยกมือไหว้ทุกคนด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณนะคะ" "เดินทางกลับบ้านดี ๆ ค่ะ" ลูกค้าคนหนึ่งหันกลับมายิ้ม "อาทิตย์หน้าจะพาครอบครัวมาอีก" ยูริรีบพยักหน้า "หนูจะเก็บโต๊ะเดิมไว้ให้ค่ะ" เมื่อประตูรถปิดลง เธอก็หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง สมชายที่ยืนเช็ดเตาอยู่หัวเราะเบา ๆ "เหนื่อยไหม" ยูริส่ายหน้า "ไม่เหนื่อยค่ะ" "วันนี้มีคนบอกว่าจะกลับมาอีกตั้งหลายคน" คิมซองโฮหัวเราะ "เด็กคนนี้จำลูกค้าเก่งจริง" ยูริยักไหล่ "ก็ทุกคนคือคนสำคัญของร้านนี่คะ" สมชายกับคิมซองโฮสบตากัน ก่อนยิ้มออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย ... คืนหนึ่ง หลังเก็บร้านเสร็จ ทั้งสามช่วยกันนับเงิน เหรียญสิบ เหรียญห้า ธนบัตรยี่สิบ ถูกเรียงไว้เต็มโต๊ะ คิมซองโฮนับเสร็จ ก่อนเงยหน้ามองสมชาย "วันนี้..." "เรากำไร" สมชายถึงกับชะงัก "จริงเหรอ" คิมซองโฮพยักหน้า "ครั้งแรก" "ตั้งแต่เปิดร้าน" ยูริรีบปรบมือ "จริงเหรอ!" สมชายหัวเราะเสียงดัง ก่อนหยิบเงินก้อนนั้นขึ้นมา "งั้น..." "พรุ่งนี้ซื้อโต๊ะใหม่" คิมซองโฮรีบส่ายหน้า "เดี๋ยว!" "ไม่เก็บก่อนเหรอ" สมชายยิ้ม "ถ้าไม่มีโต๊ะ" "ลูกค้าก็นั่งไม่ได้" "เงินก็ไม่เพิ่ม" ยูริหัวเราะจนตาหยี "หนูเห็นด้วย" "โต๊ะมากขึ้น" "ลูกค้าก็มากขึ้น" สุดท้าย ทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน เงินก้อนแรกที่หามาได้ ไม่ได้ถูกแบ่งเข้ากระเป๋าใคร แต่กลายเป็นโต๊ะไม้ตัวใหม่ของร้าน ... วันรุ่งขึ้น สมชายกับคิมซองโฮช่วยกันแบกโต๊ะกลับมา แม้จะเป็นโต๊ะมือสอง มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด แต่ทั้งสามกลับยิ้มเหมือนได้ของล้ำค่า ยูริหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะ ก่อนพูดด้วยความภูมิใจ "โต๊ะตัวนี้..." "ต้องมีครอบครัวมานั่งเต็มทุกวัน" สมชายหัวเราะ "ขอให้เป็นแบบนั้น" แล้วเขาก็ใช้ชอล์กเขียนไว้ใต้โต๊ะเบา ๆ โต๊ะตัวแรกจากกำไรของร้าน ไม่มีใครคิดว่า อีกยี่สิบปีต่อมา โต๊ะตัวนั้นจะยังถูกเก็บไว้ อยู่ในร้านหลังเดิม ... แม่มาลัยปิดอัลบั้มรูปลงช้า ๆ รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้า "สมชายเคยพูดเสมอ" "ร้านนี้โตได้" "ไม่ใช่เพราะเขาคนเดียว" "แต่เพราะทุกคนช่วยกัน" แพรวมองรูปถ่ายอีกครั้ง ภาพของพ่อในวัยหนุ่ม เต็มไปด้วยความหวัง เต็มไปด้วยความฝัน และเต็มไปด้วยผู้คนที่รักกันเหมือนครอบครัว คังจุนเองก็ยิ้ม เขาเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมพ่อของเขา ถึงไม่เคยเรียกร้องความเป็นเจ้าของร้าน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่า คือการได้เห็นความฝันของเพื่อน เติบโตขึ้นจริง ๆ แม่มาลัยลูบรูปของสมชายเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ทุกครั้งที่ร้านมีลูกค้าเต็ม" "สมชายจะพูดประโยคเดิม" แพรวเงยหน้าขึ้น แม่มาลัยยิ้ม ก่อนพูดแทนคนที่จากไป > "ร้านนี้อยู่ได้..." > "เพราะเราไม่เคยทิ้งกัน" แพรวยิ้มทั้งน้ำตา เธอหันไปมองคังจุน ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร เพราะต่างรู้แล้วว่า ต่อจากนี้... ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร พวกเขาจะรักษาร้านหมูกระทะแห่งนี้ เหมือนที่ผู้ชายสองคนในอดีต เคยรักษาความฝันร่วมกันไว้ จบตอนที่ 33 ❤️🥓📖
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD