ตอนที่ 32ความลับของแม่มาลัย

2217 Words
ตอนที่ 32 ความลับของแม่มาลัย เช้าวันถัดมา หมอกสีขาวลอยคลุมหน้าร้านหมูกระทะพ่อสมชาย อากาศเย็นกว่าทุกวัน แต่ภายในร้านกลับเงียบผิดปกติ ไม่มีใครพูดถึงรูปถ่ายใบนั้น แม้จะรู้ว่าทุกคนกำลังคิดถึงเรื่องเดียวกัน แพรวกำลังเช็ดโต๊ะไม้ตัวเดิม สายตาเหลือบมองกล่องไม้ที่วางอยู่บนชั้น รูปถ่ายของหญิงสาวยังถูกเก็บไว้ในซองอย่างดี หลังจากเมื่อคืน แม่มาลัยบอกเพียงว่า "ยังไม่ถึงเวลาที่จะเล่าทั้งหมด" ประโยคนั้นยิ่งทำให้แพรวรู้สึกว่า เรื่องราวในอดีต ซับซ้อนกว่าที่เธอคิด ... คังจุนเดินเข้ามาพร้อมลังผักสด เมื่อเห็นแพรวเหม่ออยู่ เขาก็ยิ้มบาง ๆ "ยังคิดเรื่องรูปอยู่หรือ" แพรวพยักหน้า "อืม" "ยิ่งคิด..." "ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นสำคัญมาก" คังจุนวางลังผักลง ก่อนพูดอย่างใจเย็น "ถ้าแม่มาลัยยังไม่พร้อม" "เราก็รอ" แพรวยิ้มอ่อน "ฉันก็คิดแบบนั้น" "แต่ในใจ..." "ก็อดสงสัยไม่ได้" คังจุนหัวเราะเบา ๆ "ผมเองก็เหมือนกัน" ทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนกลับไปทำงานต่อ ... ช่วงสาย ลูกค้าประจำเริ่มทยอยเข้าร้าน เสียงหัวเราะของลุงชาติ เสียงน้องพีวิ่งเสิร์ฟน้ำ และกลิ่นหมูที่กำลังย่างบนเตา ทำให้ร้านกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แพรวกำลังเติมน้ำซุปให้ลูกค้าโต๊ะหนึ่ง เมื่อแม่มาลัยเดินเข้ามาแตะไหล่เบา ๆ "แพรว" "ว่างไหม" แพรวหันมา "ว่างค่ะ" แม่มาลัยมองคังจุน ก่อนเอ่ยขึ้น "คังจุน..." "มานั่งด้วยกัน" ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า ทั้งสามเดินไปนั่งที่โต๊ะไม้ตัวเล็กหลังร้าน โต๊ะตัวเดียวกับที่พ่อสมชายชอบนั่งดื่มกาแฟทุกเช้า สายลมพัดผ่านสวนกล้วย บรรยากาศสงบ เหมือนธรรมชาติเองก็อยากให้เรื่องราวนี้ถูกเล่าอย่างช้า ๆ ... แม่มาลัยวางแก้วชาไว้ตรงหน้า ก่อนพูดขึ้น "เมื่อวาน..." "แม่ยังเล่าไม่หมด" แพรวตั้งใจฟัง ไม่พูดแทรกแม้แต่คำเดียว แม่มาลัยถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "ผู้หญิงในรูป..." "ชื่อยูริ" ทันทีที่ได้ยินชื่อ คังจุนถึงกับเงยหน้าขึ้น "ยูริ..." ชื่อฟังดูเป็นภาษาเกาหลี แม่มาลัยพยักหน้า "ใช่" "แม่ของเธอเป็นคนไทย" "ส่วนพ่อเป็นคนเกาหลี" แพรวมองคังจุน ก่อนถามเบา ๆ "เธอรู้จักพ่อคุณก่อนเหรอ" คังจุนส่ายหน้า "ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้" แม่มาลัยยิ้มอ่อน "เพราะตอนนั้น..." "พ่อแกยังเด็ก" "ส่วนพ่อของคังจุน" "เพิ่งย้ายมาเมืองไทย" ... แม่มาลัยมองออกไปยังท้องฟ้า ราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน "ยูริ..." "เป็นคนแรก" "ที่เดินเข้ามาสมัครงานกับร้าน" แพรวแปลกใจ "พ่อรับเลยเหรอ" แม่มาลัยหัวเราะเบา ๆ "ไม่" "สมชายบอกว่าร้านยังไม่มีเงินจ้าง" "แต่เด็กคนนั้น..." "ตอบกลับว่า" > 'งั้นหนูช่วยฟรีก็ได้ค่ะ' แพรวหลุดยิ้ม เพียงประโยคเดียว ก็ทำให้เธอเห็นภาพหญิงสาวในรูปชัดขึ้น ... แม่มาลัยเล่าต่อ "วันแรก..." "ยูริล้างจานทั้งวัน" "วันต่อมา" "เธอช่วยหั่นผัก" "พอสัปดาห์ถัดไป" "ก็ช่วยเสิร์ฟ" "แล้วไม่นาน..." "ลูกค้าทั้งร้านก็รักเธอ" แพรวยิ้มตาม "เพราะเธอยิ้มเก่งใช่ไหม" แม่มาลัยพยักหน้า "ไม่ใช่แค่ยิ้ม" "แต่เธอจำลูกค้าได้ทุกคน" "ลุงชาติชอบกินสามชั้น" "ป้าสายไม่กินตับ" "เด็กโต๊ะห้าชอบไอศกรีม" "เธอจำได้หมด" คังจุนหัวเราะเบา ๆ "เหมือนเกิดมาเพื่อทำร้านอาหาร" "ใช่" แม่มาลัยตอบทันที "เธอมีพรสวรรค์" "ลูกค้าบางคน..." "ตั้งใจมาที่ร้าน" "เพราะอยากคุยกับยูริ" ... แพรวเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าทำไมทุกคนถึงยังจำผู้หญิงคนนี้ได้ แต่ยังมีคำถามหนึ่ง ที่เธอเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อคืน "แม่..." "ถ้ายูริดีกับทุกคนขนาดนี้" "แล้วทำไม..." "รูปของเธอถึงถูกเก็บซ่อนไว้" แม่มาลัยเงียบ นางกำแก้วชาเบา ๆ สายตาสั่นไหว ก่อนตอบเพียงสั้น ๆ "เพราะ..." "หลังจากวันหนึ่ง" "ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีก" แพรวรู้สึกเหมือนหัวใจตกวูบ แม่มาลัยไม่ได้ร้องไห้ แต่แววตาของนาง เต็มไปด้วยความเสียใจ ที่แม้เวลาจะผ่านไปยี่สิบปี ก็ยังไม่เคยจางหาย คังจุนไม่ถามต่อ เขารู้ดีว่า แม่มาลัยเพิ่งเปิดประตูบานแรกของอดีต และยังเหลืออีกหลายเรื่อง ที่นางยังไม่พร้อมจะพูดออกมา ขณะนั้นเอง น้องพีวิ่งมาจากหน้าร้าน "ป้าแพรว!" "มีลูกค้าถามหาพี่คังครับ" ทั้งสามหันไปพร้อมกัน แม่มาลัยสูดลมหายใจลึก ก่อนยิ้มบาง ๆ "เอาไว้คืนนี้..." "แม่จะเล่าต่อ" คำพูดนั้น ทำให้แพรวรู้ว่า ความจริงทั้งหมด กำลังค่อย ๆ เปิดเผยทีละน้อย และเรื่องของยูริ... เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ช่วงบ่ายของวันนั้น ลูกค้าเริ่มทยอยกลับจนร้านเงียบลงอีกครั้ง แดดอ่อน ๆ ส่องลอดต้นมะม่วงหน้าร้าน เกิดเป็นเงาทอดยาวบนพื้นไม้เก่า แพรวเก็บจานใบสุดท้ายเข้าครัว ก่อนมองไปยังแม่มาลัย นางกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเดิม ในมือมีแก้วชาอุ่น ๆ แต่กลับไม่ได้ยกขึ้นดื่ม สายตาของแม่มาลัยทอดมองออกไปไกล ราวกับกำลังมองเห็นภาพในอดีต แพรวเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ คังจุนก็ตามมานั่งอีกฝั่งหนึ่ง ไม่มีใครเร่งรัด ทั้งคู่เพียงรอ จนแม่มาลัยเป็นฝ่ายเริ่มพูด ... "เมื่อเช้า..." "แม่เล่าแค่ครึ่งเดียว" นางยิ้มบาง ๆ ก่อนวางแก้วชาลง "ยูริไม่ได้เป็นแค่เด็กที่มาช่วยร้าน" "แต่เธอ..." "เป็นเหมือนคนในครอบครัว" แพรวเงยหน้าขึ้น แม่มาลัยเล่าต่อ "วันแรกที่ยูริเข้ามา" "เธอเรียกแม่ว่า 'คุณป้า'" "ไม่ถึงเดือน" "ก็เรียกแม่ว่า 'แม่มาลัย'" "ไม่นาน..." "ก็เรียกสั้น ๆ ว่า 'แม่'" แพรวยิ้มโดยไม่รู้ตัว เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมแม่มาลัยถึงผูกพันกับผู้หญิงคนนี้มาก ... แม่มาลัยหัวเราะเบา ๆ "เด็กคนนั้นซุ่มซ่าม" "ทำจานแตกบ่อย" "วันแรกก็แตกไปสามใบ" คังจุนหัวเราะ "ถ้าเป็นร้านสมัยนี้" "คงโดนหักเงิน" แม่มาลัยส่ายหน้า "แต่สมชายกลับหัวเราะ" "'จานซื้อใหม่ได้'" "'แต่อย่าให้เด็กเสียความมั่นใจ'" แพรวหลับตาลง นั่นเป็นคำพูดที่เหมือนพ่อจริง ๆ พ่อสมชายไม่เคยตัดสินคนจากความผิดพลาดครั้งเดียว แต่จะมองว่าคนนั้นพร้อมจะเรียนรู้หรือไม่ ... แม่มาลัยเล่าต่อ "ยูริเรียนรู้เร็วมาก" "แค่ไม่กี่เดือน" "เธอก็ย่างหมูได้" "จัดน้ำจิ้มได้" "คุยกับลูกค้าเก่ง" "จนบางวัน..." "สมชายปล่อยให้เธอดูแลหน้าร้านแทน" แพรวยิ้มกว้าง "พ่อไว้ใจเธอมาก" "มาก" แม่มาลัยตอบทันที "สมชายเคยพูดกับแม่ว่า" > 'เด็กคนนี้...' > 'ต่อให้ฝากร้านไว้ทั้งวัน' > 'ก็ไม่ต้องห่วง' ... คังจุนฟังเงียบ ๆ ก่อนถามขึ้นเบา ๆ "แล้วพ่อผม..." "สนิทกับยูริไหมครับ" แม่มาลัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า "สนิท" "ทั้งคู่รู้จักกันก่อนจะมาที่ร้าน" คังจุนขมวดคิ้ว "รู้จักกันที่เกาหลีเหรอ" "ไม่" "รู้จักกันที่เมืองไทย" "ตอนคิมซองโฮเพิ่งย้ายมา" "ยูริเป็นคนช่วยแปลภาษา" แพรวหันมองคังจุน ทั้งคู่เพิ่งรู้ว่า ยูริไม่ได้เชื่อมแค่ครอบครัวของแพรว แต่ยังเป็นสะพานที่ทำให้พ่อของคังจุนปรับตัวกับชีวิตในไทยได้ ... แม่มาลัยลุกขึ้น เดินไปเปิดลิ้นชักไม้เก่า ก่อนหยิบผ้ากันเปื้อนสีครีมตัวหนึ่งออกมา ผ้าผืนนี้เก่ามากแล้ว แต่ถูกซักและพับไว้อย่างดี แพรวรับมาดู ตรงมุมผ้า มีตัวอักษรปักไว้ "YURI" เธอเงยหน้ามองแม่ทันที "แม่ยังเก็บไว้อีกเหรอ" แม่มาลัยยิ้ม "สมชายเป็นคนเก็บ" "เขาบอกว่า" "'วันหนึ่งเจ้าของคงกลับมาเอา'" แพรวรู้สึกจุกในอก เวลาผ่านมายี่สิบปี แต่พ่อก็ยังเก็บผ้ากันเปื้อนของยูริไว้ เหมือนยังเชื่อว่า เธอจะกลับมา ... คังจุนลูบตัวอักษรบนผ้ากันเปื้อนเบา ๆ ก่อนพูดขึ้น "ผมไม่เคยเห็นพ่อเก็บของใครนานขนาดนี้" แม่มาลัยยิ้มเศร้า "เพราะยูริ..." "ไม่ใช่ลูกจ้าง" "แต่เป็นคนสำคัญของครอบครัวเรา" แพรวเริ่มมีคำถามมากขึ้น คนสำคัญถึงขนาดนี้ แล้วทำไม... ไม่มีใครเคยพูดถึงเธอเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ... แพรวสูดลมหายใจลึก ก่อนถามสิ่งที่ค้างอยู่ในใจ "แม่..." "แล้วตอนนี้..." "ยูริอยู่ที่ไหน" คำถามนั้น ทำให้แม่มาลัยเงียบลงทันที รอยยิ้มค่อย ๆ เลือนหาย นางหลุบตา มือกำผ้ากันเปื้อนแน่นขึ้น ผ่านไปหลายวินาที จึงตอบด้วยเสียงเบา "แม่..." "ไม่รู้" แพรวชะงัก "ไม่รู้?" แม่มาลัยพยักหน้า "หลังคืนนั้น..." "ยูริหายไป" "ไม่มีใครติดต่อเธอได้อีก" "ไม่มีจดหมาย" "ไม่มีโทรศัพท์" "ไม่มีข่าวเลย" ทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบ คังจุนมองหน้าแม่มาลัย ก่อนเริ่มเข้าใจว่า เหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่ได้พรากแค่ความทรงจำ แต่มันยังพรากคนคนหนึ่ง ออกไปจากชีวิตของทุกคน ... จังหวะนั้นเอง แพรวสังเกตเห็นบางอย่าง ด้านในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน เหมือนมีกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ เธอค่อย ๆ สอดมือเข้าไป ก่อนดึงออกมาอย่างระมัดระวัง เป็นกระดาษโน้ตเก่า พับไว้หลายทบ หมึกเริ่มซีด แต่ยังพออ่านได้ ด้านหน้ามีเพียงประโยคสั้น ๆ > "ถ้ามีใครถามหาฉัน..." แพรวเงยหน้ามองแม่มาลัย หัวใจเต้นแรง เพราะรู้ว่า กระดาษแผ่นนี้... อาจเป็นข้อความสุดท้าย ที่ยูริทิ้งไว้ก่อนหายตัวไป คำพูดของแม่มาลัย > "ยูริหายไปในคืนเดียว..." ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของแพรว ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินดังเป็นจังหวะ ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในร้านเงียบงันกว่าเดิม แพรวมองกล่องกำมะหยี่ใบเล็ก ก่อนค่อย ๆ หยิบกุญแจสีทองขึ้นมาดู มันเป็นกุญแจดอกเล็กธรรมดา ไม่มีลวดลาย แต่ถูกขัดจนเงาวับ ราวกับมีคนหยิบขึ้นมาดูอยู่เสมอ "แม่..." "กุญแจดอกนี้..." "ของยูริเหรอ" แม่มาลัยพยักหน้าเบา ๆ "ใช่" "สมชายเก็บไว้" "ไม่เคยยอมให้ใครแตะ" คังจุนมองกุญแจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามด้วยความสงสัย "แล้วมันไขอะไร" แม่มาลัยส่ายหน้า "แม่ก็ไม่รู้" "สมชายไม่เคยบอก" "เขาแค่พูดว่า..." > 'ถ้าวันหนึ่งเจ้าของกลับมา' > 'ค่อยคืนให้' แพรวกำกุญแจไว้แน่น หัวใจรู้สึกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งรู้จักยูริมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่า เธอไม่ได้เป็นเพียงคนรู้จักของพ่อ แต่เป็นคนสำคัญจริง ๆ ... ลุงชาติที่นั่งเงียบมาตลอด ถอนหายใจเบา ๆ "ตลอดยี่สิบปี" "ลุงไม่เคยเห็นสมชายทิ้งความหวังเลย" แพรวหันไปมอง ลุงชาติยิ้มเศร้า "ทุกปี..." "ก่อนร้านจะหยุดปีใหม่" "สมชายจะเช็ดกุญแจดอกนี้" "แล้วพูดเหมือนเดิม" > 'เผื่อปีนี้...' > 'ยูริจะกลับมา' แม่มาลัยหลับตา น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอีกครั้ง "เขาไม่เคยพูดว่าเธอตาย" "ไม่เคยพูดว่าเธอจากไป" "เขาใช้คำว่า..." > 'กลับมา' เสมอ แพรวเม้มริมฝีปากแน่น เธอเพิ่งเข้าใจว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พ่อสมชายยังรอผู้หญิงคนนี้อยู่ แม้จะไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ... คังจุนก้มมองรูปถ่ายอีกครั้ง คราวนี้เขาสังเกตเห็นบางอย่าง ยูริในรูป กำลังสวมสร้อยเส้นเล็ก และที่ปลายสร้อย มีกุญแจดอกเล็กห้อยอยู่ เขารีบยกกุญแจในมือแพรวขึ้นมาเทียบ แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่รูปร่าง ขนาด และลวดลาย เหมือนกันทุกอย่าง "น่าจะเป็นดอกเดียวกัน" คังจุนพูดเบา ๆ แพรวหันไปมองแม่ "แม่..." "พ่อเคยบอกไหม" "กุญแจดอกนี้สำคัญยังไง" แม่มาลัยส่ายหน้า "ไม่เคย" "สมชายบอกแค่ว่า..." > 'มันเป็นของที่เจ้าของต้องมาเอาคืนเอง' ... ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีใครพยายามถามต่อ เพราะทุกคนรู้ดีว่า แม่มาลัยเล่าทุกอย่างเท่าที่พร้อมจะเล่าแล้ว แพรวค่อย ๆ วางกุญแจกลับลงในกล่องกำมะหยี่ ก่อนปิดฝากล่องอย่างเบามือ "หนูสัญญานะพ่อ..." "หนูจะหาคำตอบให้ได้" แม่มาลัยยิ้มทั้งน้ำตา ก่อนลูบศีรษะลูกสาว "แม่เชื่อ" "เพราะตอนนี้..." "แกไม่ได้ตามหาคำตอบคนเดียวแล้ว" แพรวหันไปมองคังจุน ชายหนุ่มยิ้มและพยักหน้า "เราจะหาคำตอบด้วยกัน" ทั้งสามคนมองกล่องกำมะหยี่บนโต๊ะ ไม่มีใครรู้ว่า กุญแจดอกเล็ก ๆ ดอกนั้น จะพาพวกเขาไปพบความจริงแบบไหน แต่ทุกคนรู้ตรงกันว่า ความลับของยูริ เพิ่งเปิดออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังเหลือเรื่องราวอีกมาก... ที่รอให้ถูกเปิดเผยในวันข้างหน้า จบตอนที่ 32 ❤️📖🥓
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD