ตอนที่ 15 สูตรน้ำจิ้มของพ่อ

1755 Words
ตอนที่ 15 สูตรน้ำจิ้มของพ่อ เช้าวันอาทิตย์ ร้านหมูกระทะพ่อสมชายยังไม่ทันเปิด แต่กลิ่นน้ำซุปกระดูกหมูที่แม่มาลัยเคี่ยวไว้ตั้งแต่ตีห้า กลับลอยหอมไปทั่วครัวหลังร้าน แพรวนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวเก่า ตรงหน้าเธอคือสมุดบัญชีของพ่อสมชาย และกระดาษแผ่นเล็กสีเหลืองซีดที่เพิ่งหล่นออกมาจากท้ายเล่มเมื่อคืน ลายมือของพ่อยังชัดเจน "สูตรนี้...ใช้เฉพาะวันที่อยากเห็นทุกคนยิ้ม" แพรวค่อย ๆ ไล่อ่านส่วนผสมทีละบรรทัด พริกคั่ว กระเทียมไทย น้ำมะขาม น้ำผึ้งป่า เต้าเจี้ยว งาขาวคั่ว และสิ่งสุดท้ายที่ทำให้เธอขมวดคิ้ว แอปเปิลเขียวขูด "พ่อใส่แอปเปิลในน้ำจิ้มหมูกระทะจริงเหรอแม่" แม่มาลัยที่กำลังซอยกระเทียมหันมายิ้มบาง ๆ "จริง" "แล้วทำไมหนูไม่เคยรู้" แม่มาลัยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ "เพราะสูตรนี้พ่อเขาเลิกทำหลังเกิดเรื่อง" คำว่าเกิดเรื่องทำให้แพรวชะงัก แต่แม่มาลัยไม่พูดต่อ เพียงหยิบครกหินเก่าของพ่อออกมาวางบนโต๊ะ "ถ้าอยากลอง ก็ลองให้เหมือนที่พ่อทำ" แพรวมองครกใบนั้น ก่อนพยักหน้าช้า ๆ เธอเริ่มตำพริกคั่วกับกระเทียม กลิ่นหอมฉุนลอยขึ้นมาแตะจมูก แม่มาลัยช่วยเติมน้ำมะขาม ตามด้วยน้ำผึ้งป่าเพียงครึ่งช้อน "พ่อเขาชอบบอกว่า น้ำจิ้มที่ดีต้องไม่เผ็ดจนลืมหวาน" แม่มาลัยพูดทั้งรอยยิ้ม "แล้วต้องไม่หวานจนลืมว่าเคยเจ็บ" ประโยคนั้นทำให้แพรวเงยหน้ามองแม่ ในดวงตาของแม่มีทั้งความคิดถึงและความเศร้า แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเศร้าที่กดทับ มันเหมือนความทรงจำที่ค่อย ๆ ถูกเปิดออกอย่างอ่อนโยน แพรวขูดแอปเปิลเขียวลงไป คนให้เข้ากัน ก่อนใช้ช้อนแตะน้ำจิ้มขึ้นชิม รสชาติแรกคือความเผ็ด ตามด้วยเปรี้ยวหวานละมุน แล้วจบด้วยกลิ่นหอมบางอย่างที่ทำให้หัวใจอุ่นขึ้นอย่างประหลาด แม่มาลัยชิมตาม แล้วนิ่งไปนาน น้ำตาคลอขึ้นมาเงียบ ๆ "รสนี้แหละ" แม่พูดเสียงเบา "รสที่พ่อเขาเคยทำวันที่ร้านคนเต็มทุกโต๊ะ" แพรวรู้สึกเหมือนพ่อยังอยู่ตรงนี้ ยืนหัวเราะอยู่หลังเตา คอยบอกว่าใส่หวานอีกนิด เผ็ดอีกหน่อย แล้วชิมเองจนเหงื่อออกทั้งหน้า "วันนี้หนูจะใช้น้ำจิ้มนี้ขาย" แม่มาลัยมองลูกสาว ก่อนพยักหน้า "พ่อเขาคงดีใจ" เสียงรถจอดหน้าร้านดังขึ้นพอดี น้องพีที่กำลังเด็ดผักบุ้งอยู่ รีบวิ่งออกไปดู "ลุงคังจุนมาแล้ว!" เด็กชายตะโกนลั่น แพรวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบทำเป็นสนใจครกตรงหน้า ไม่นาน คังจุนก็เดินเข้ามาพร้อมลังผักสดและผลไม้ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้น ดูเรียบง่ายกว่าทุกวันที่เคยเห็น "ผมเอาแอปเปิลเขียวมาเพิ่ม" แพรวเงยหน้าทันที "คุณรู้ได้ยังไงว่าเราต้องใช้" คังจุนยิ้มบาง ๆ "เมื่อวานคุณพูดกับแม่มาลัยว่าขาดแอปเปิล" "คุณแอบฟังเหรอ" "ผมเรียกว่าหูดี" น้องพีหัวเราะคิกคัก "ลุงคังจุนอยากช่วยป้าแพรวแหละ" "พี" แพรวหันไปดุ แต่เด็กชายทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ คังจุนวางลังผักลง ก่อนหยิบมีดขึ้นมาช่วยหั่นแตงกวา ท่าทางตั้งใจมาก แต่ชิ้นแตงกวาที่ออกมากลับหนาบ้าง บางบ้าง จนแพรวอดหัวเราะไม่ได้ "คุณเคยเข้าครัวจริงไหม" "เคย" "เข้าครัวไปกิน?" คังจุนเงยหน้ามองเธอ ก่อนตอบหน้าตาย "ก็ถือว่าเข้า" แม่มาลัยหลุดหัวเราะ น้องพีหัวเราะดังที่สุด "ลุงคังจุนหั่นแตงกวาเหมือนทำฟืนเลยครับ" คังจุนมองแตงกวาในมือตัวเอง แล้วพยักหน้าอย่างยอมรับ "งั้นผมเหมาะกับงานยกของมากกว่า" บรรยากาศในครัวอบอุ่นขึ้นทันที แพรวไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังยิ้ม ยิ้มแบบที่ไม่ได้ฝืน และคังจุนก็มองเห็นรอยยิ้มนั้นพอดี สายตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงช่วยยกถาดหมูออกไปหน้าร้านเงียบ ๆ ช่วงบ่าย ป้าสาย ลุงชาติ ลุงแดง และลูกค้าประจำหลายคนแวะเข้ามาเร็วผิดปกติ พอรู้ว่าแพรวจะลองทำน้ำจิ้มสูตรเก่าของพ่อสมชาย ทุกคนก็ตื่นเต้นเหมือนกำลังรอของหายาก ลุงชาติเป็นคนแรกที่ได้ชิม เขาตักน้ำจิ้มขึ้นแตะปลายลิ้น แล้วนิ่งไปจนทุกคนกลั้นหายใจ "เป็นยังไงลุง" แพรวถามอย่างลุ้น ๆ ลุงชาติไม่ตอบ แต่ตักอีกคำ แล้วอีกคำ จนป้าสายตีแขนดังเพียะ "ให้คนอื่นชิมบ้างสิ!" ทั้งร้านหัวเราะลั่น ลุงชาติยิ้มกว้าง ดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อย "รสนี้แหละ" "รสที่ทำให้คนทั้งตลาดยอมรอคิวเป็นชั่วโมง" แพรวหันไปมองแม่มาลัย แม่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล น้ำตาคลอแต่ยิ้มอยู่ วันนั้น ก่อนร้านจะเปิดจริง ทุกคนในร้านต่างรู้สึกเหมือนพ่อสมชายได้กลับมาอีกครั้ง ผ่านน้ำจิ้มถ้วยเล็ก ๆ ที่ซ่อนความทรงจำไว้มากกว่าที่ใครคิด ห้าโมงเย็น ร้านหมูกระทะพ่อสมชายเปิดไฟต้อนรับลูกค้าตามปกติ แต่วันนี้แตกต่างจากทุกวัน กลิ่นน้ำจิ้มสูตรใหม่ลอยออกมาจากครัว ผสมกับกลิ่นน้ำซุปและหมูหมักสด จนคนที่เดินผ่านหน้าร้านอดหันมองไม่ได้ โต๊ะแรกเต็มภายในไม่ถึงสิบนาที โต๊ะที่สอง โต๊ะที่สาม และไม่นานก็มีลูกค้ายืนรอหน้าร้าน แพรวมองภาพตรงหน้าแล้วแทบไม่เชื่อสายตา ร้านที่เงียบเหงามาหลายเดือน กำลังกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ... "ขอโต๊ะสี่คนครับ" "ต่อคิวตรงนี้เลยนะคะ" แพรวยิ้มรับลูกค้าด้วยสีหน้าสดใส ขณะที่คังจุนช่วยยกถาดหมูออกจากครัว แม้จะใส่เสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ แต่กลับทำงานได้คล่องจนลูกค้าหลายคนคิดว่าเป็นพนักงานประจำ น้องพีวิ่งถือเหยือกน้ำเย็นไปตามโต๊ะ เสียงใส ๆ ดังไปทั่วร้าน "น้ำฟรีครับ เติมได้ไม่อั้น" จนลูกค้าหัวเราะกันทั้งร้าน แม่มาลัยยืนมองภาพทั้งหมด ก่อนยกมือแตะรูปพ่อสมชายที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วพูดเบา ๆ "เห็นไหมพี่...ร้านเรากลับมาคึกคักแล้ว" ... ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นวาย หญิงสาวสองคนที่นั่งโต๊ะริมหน้าต่างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป "น้ำจิ้มอร่อยมาก" "ถ่ายลงโซเชียลดีกว่า" ไม่กี่นาทีต่อมา คลิปสั้น ๆ ของร้านก็ถูกแชร์ออกไป ภาพควันหมูกระทะ น้ำจิ้มสีแดงเข้ม เสียงหัวเราะของลูกค้า และน้องพีที่กำลังยกน้ำอย่างตั้งใจ ทำให้ยอดแชร์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลุงชาติที่นั่งกินอยู่หัวเราะเสียงดัง "เดี๋ยวคืนนี้คนเต็มร้านแน่" แพรวยิ้ม แม้จะเหนื่อยจนเหงื่อเปียกหน้าผาก แต่หัวใจกลับเบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ... เกือบสามทุ่ม ลูกค้าชุดสุดท้ายของรอบแรกเดินเข้ามา เป็นชายสูงวัยสวมหมวกสีกรมท่า เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทา ใบหน้าดูใจดี แต่แววตากลับเหมือนซ่อนอะไรไว้ เขาสั่งเพียงชุดเล็กกับน้ำจิ้มเพิ่มหนึ่งถ้วย ก่อนนั่งกินเงียบ ๆ เพียงคนเดียว ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เขาเดินมาจ่ายเงิน แล้วหยุดมองสมุดบัญชีที่วางอยู่หน้าเคาน์เตอร์ "ยังเก็บไว้จริง ๆ" แพรวชะงัก "คุณรู้จักสมุดเล่มนี้เหรอคะ" ชายสูงวัยไม่ได้ตอบทันที กลับใช้นิ้วแตะหน้าปกเบา ๆ "พ่อเธอพกติดตัวตลอด" "เขาเคยบอกว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดอะไรขึ้น" "ให้เชื่อสมุดเล่มนี้มากกว่าคำพูดของคน" หัวใจของแพรวเต้นแรง "คุณรู้จักพ่อฉันใช่ไหม" ชายคนนั้นยิ้มบาง ๆ ก่อนหยิบปากกาจากกระเป๋าเสื้อ เขียนตัวเลขลงบนกระดาษทิชชู แล้วพับใส่มือแพรว "เก็บไว้" "มันจะพาเธอไปเจอคำตอบ" พูดจบ เขาก็เดินออกจากร้านอย่างช้า ๆ แพรวรีบวิ่งตาม แต่หน้าร้านกลับว่างเปล่า ไม่มีรถ ไม่มีผู้ชายคนนั้น ราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงนี้ ... "เกิดอะไรขึ้น" คังจุนเดินเข้ามาถาม แพรวยื่นกระดาษให้ เขาคลี่ออก บนนั้นมีเพียงข้อความสั้น ๆ โกดังเย็นหมายเลข 3 คังจุนนิ่งไปทันที "คุณรู้จักหรือ" ชายหนุ่มพยักหน้า "เป็นโกดังเก่าของบริษัทคังฟู้ด" "ปิดไปหลายปีแล้ว" "แต่..." เขาหยุดพูด แพรวรีบถาม "แต่อะไร" "พ่อผมห้ามทุกคนเข้าไป" ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่ ยิ่งมีคนห้าม ยิ่งแปลว่าที่นั่นต้องมีอะไรบางอย่าง ... ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน โทรศัพท์ของคังจุนก็สั่น หน้าจอขึ้นชื่อ ยูริ เขากดตัดสาย แต่ไม่ถึงวินาที ข้อความก็เด้งขึ้นมา พร้อมรูปถ่ายหนึ่งรูป เป็นภาพแพรวกำลังยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเมื่อช่วงเย็น ถ่ายจากมุมไกล เหมือนมีคนเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา ใต้รูปมีข้อความเพียงประโยคเดียว "ถ้าไม่อยากให้ร้านนี้หายไป เลิกอยู่ข้างเธอ" คังจุนกำโทรศัพท์แน่น เส้นเลือดที่มือปูดขึ้นอย่างชัดเจน แพรวที่เห็นข้อความนั้นพอดีรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว "มีคนตามเรา" เธอพูดเบา ๆ คังจุนพยักหน้า ก่อนเงยหน้ามองถนนฝั่งตรงข้าม รถสีดำคันหนึ่งกำลังจอดนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ กระจกติดฟิล์มมืดสนิท ไม่เห็นคนข้างใน แต่ทันทีที่สายตาของคังจุนมองไป รถคันนั้นก็สตาร์ตเครื่อง แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ลุงชาติเดินออกมายืนข้างแพรว ก่อนพูดเสียงเบา "คืนนี้ล็อกร้านให้ดี" "เมื่อยี่สิบปีก่อน" "ฉันก็เคยเห็นรถแบบนี้" แพรวหันมองทันที "ลุงหมายความว่า..." ลุงชาติถอนหายใจ แววตาเต็มไปด้วยความกังวล "คืนก่อนที่พ่อเอ็งจะเสีย" "รถสีดำคันหนึ่ง" "ก็มาจอดอยู่หน้าร้านแบบนี้เหมือนกัน" คำพูดนั้นทำให้ทั้งแพรวและคังจุนมองหน้ากันทันที เพราะทั้งคู่รู้แล้วว่า เรื่องราวทั้งหมด ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นในวันนี้ แต่กำลังย้อนกลับมาจากอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อน และคนที่ซ่อนความจริงไว้ กำลังเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง จบตอนที่ 15 ❤️🥓📖
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD