ตอนที่ 9
คำขู่จากพ่อของคังจุน
"แกจะกลับเกาหลีวันนี้"
"หรือจะให้ฉันทำลายร้านนี้ก่อน"
ประโยคนั้นดังขึ้นกลางร้านหมูกระทะพ่อสมชาย
ดังพอให้เสียงหัวเราะของลูกค้าหยุดลง
ดังพอให้เสียงเนื้อหมูที่กำลังฉ่าบนเตา กลายเป็นเสียงเดียวที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในความเงียบ
แพรวยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์
มือที่ถือถาดผักอยู่ค่อย ๆ กำแน่น
เธอมองชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงตรงหน้า
ท่าทางของเขาสง่า
เย็นชา
และดูเหมือนคนที่คุ้นเคยกับการออกคำสั่งมากกว่าการขอร้อง
แต่สิ่งที่ทำให้แพรวไม่พอใจที่สุด
ไม่ใช่สายตาดูถูกของเขา
ไม่ใช่น้ำเสียงเย็นเฉียบ
แต่เป็นคำว่า
ทำลายร้านนี้
เหมือนร้านหมูกระทะพ่อสมชายเป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง
ที่เขาจะเหยียบให้พังเมื่อไรก็ได้
คังจุนลุกขึ้นยืนช้า ๆ
ใบหน้าของเขาแข็งขึ้นทันที
แววตาที่เคยนิ่งสุขุม
ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธที่พยายามกดเอาไว้
"พ่อ"
เสียงของเขาต่ำมาก
"อย่าดึงคนอื่นมาเกี่ยว"
ชายตรงหน้าหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"คนอื่น?"
เขากวาดตามองร้านรอบหนึ่ง
ก่อนยิ้มเย็น
"แกมาที่นี่ทุกคืน"
"ส่งของให้ร้านนี้"
"ให้คนของแกคอยดูแลร้านนี้"
"แล้วแกยังกล้าพูดว่าไม่เกี่ยวอีกเหรอ"
ลูกค้าบางโต๊ะเริ่มหันมามองหน้ากัน
บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นอึดอัด
แม่มาลัยเดินออกมาจากหลังร้าน
ในมือถือถาดน้ำซุปที่ยังมีไอร้อนลอยขึ้นมา
แต่เมื่อเธอเห็นชายคนนั้นชัด ๆ
มือของเธอก็ชะงัก
ถาดในมือสั่นเล็กน้อย
"คุณคัง..."
เสียงของแม่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
แต่แพรวได้ยิน
และคังจุนก็ได้ยินเช่นกัน
แพรวหันไปมองแม่ทันที
"แม่รู้จักเขาเหรอ"
แม่มาลัยไม่ได้ตอบ
ดวงตาของเธอจ้องชายตรงหน้า
เหมือนกำลังมองใครบางคนจากอดีตที่ไม่อยากเจออีก
ชายวัยกลางคนเองก็ชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนมองแม่มาลัยอย่างพิจารณา
"มาลัย?"
ชื่อที่หลุดออกมาจากปากเขา
ทำให้แพรวใจหายวาบ
เขารู้จักแม่จริง ๆ
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคังจุน
ไม่ใช่แค่เรื่องรูปถ่ายเก่า
แต่มันเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอมากกว่าที่คิด
คังจุนหันไปมองแม่มาลัย
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยคำถาม
"คุณรู้จักพ่อผม?"
แม่มาลัยเม้มปากแน่น
ก่อนหลบสายตา
"เรื่องมันนานมากแล้ว"
คังจุนกำลังจะถามต่อ
แต่พ่อของเขากลับพูดแทรกขึ้น
"นานพอที่ทุกคนควรลืมมันไปแล้ว"
น้ำเสียงนั้นแข็งกร้าว
เหมือนต้องการปิดประตูอดีตทุกบาน
แพรววางถาดผักลงบนเคาน์เตอร์
แล้วเดินออกมายืนข้างแม่
"ขอโทษนะคะ"
เธอพูดอย่างพยายามควบคุมอารมณ์
"ที่นี่เป็นร้านของครอบครัวฉัน"
"ถ้าคุณจะมาคุยธุระส่วนตัว กรุณาคุยกันข้างนอก"
ชายสูงวัยหันมามองเธอเต็มตา
สายตานั้นเหมือนกำลังวัดค่าคนตรงหน้า
"เธอคือแพรวสินะ"
แพรวชะงัก
"คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง"
เขายิ้มบาง ๆ
"ฉันรู้มากกว่าที่เธอคิด"
คำตอบนั้นทำให้แพรวไม่สบายใจ
คังจุนก้าวมายืนบังเธอไว้โดยไม่รู้ตัว
ท่าทีนั้นทำให้พ่อของเขามองเห็นทันที
และแววตาของชายสูงวัยก็เย็นลงกว่าเดิม
"ปกป้องกันแล้วเหรอ"
คังจุนกัดกรามแน่น
"ออกไปคุยข้างนอก"
"ทำไม"
พ่อของเขาถามกลับ
"กลัวคนอื่นรู้ความจริงหรือไง"
"ผมบอกให้ออกไป"
ครั้งนี้น้ำเสียงของคังจุนไม่ใช่คำขอ
แต่เป็นคำสั่ง
ความเงียบกดทับอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนชายสูงวัยจะหัวเราะเบา ๆ
"ได้"
เขาหันหลังเดินออกจากร้าน
คังจุนเดินตามไปทันที
แพรวมองทั้งสองคนผ่านกระจกหน้าร้าน
หัวใจของเธอเต็มไปด้วยคำถาม
"แม่"
เธอหันกลับไปหาแม่มาลัย
"ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
แม่มาลัยหลับตาลงช้า ๆ
"บางเรื่อง..."
"ถ้าขุดขึ้นมา มันจะเจ็บทุกฝ่าย"
"แต่ตอนนี้มันกำลังกลับมาแล้วนะคะ"
แพรวพูดเสียงสั่น
"หนูมีสิทธิ์รู้"
แม่มาลัยมองลูกสาว
แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
"แม่รู้"
"แต่แม่ยังไม่พร้อม"
คำตอบนั้นทำให้แพรวเจ็บแปลบ
ไม่ใช่เพราะแม่ไม่บอก
แต่เพราะเธอเริ่มรู้สึกว่า ทั้งบ้านกำลังยืนอยู่บนความลับที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน
หน้าร้าน
คังจุนยืนเผชิญหน้ากับพ่อ
แสงไฟจากป้ายร้านส่องลงบนใบหน้าทั้งคู่
"พ่อมาที่นี่ทำไม"
"มาพาแกกลับ"
"ผมบอกแล้วว่าผมไม่กลับ"
"แกไม่มีสิทธิ์เลือก"
"ผมไม่ใช่เด็กแล้ว"
ชายสูงวัยมองลูกชายนิ่ง
"แต่แกยังทำตัวเหมือนเด็ก"
"หนีงาน"
"หนีคู่หมั้น"
"แล้วมานั่งเฝ้าร้านหมูกระทะเก่า ๆ เพราะความทรงจำเลอะเลือน"
คังจุนกำหมัดแน่น
"พ่อรู้อะไรเกี่ยวกับร้านนี้"
"รู้พอจะบอกแกได้ว่า อย่าเข้าใกล้มันอีก"
"ทำไม"
"เพราะมันไม่มีอะไรดีสำหรับแก"
"หรือเพราะมีบางอย่างที่พ่อไม่อยากให้ผมรู้"
คำถามนั้นทำให้ชายสูงวัยนิ่งไป
เพียงเสี้ยววินาที
แต่คังจุนเห็น
และนั่นยืนยันทุกอย่าง
พ่อของเขาปิดบังบางอย่างจริง ๆ
"ลุงสมชายเกี่ยวอะไรกับพ่อ"
คังจุนถามเสียงต่ำ
"เขาเคยช่วยชีวิตผมใช่ไหม"
"แล้วทำไมหลังจากนั้นทุกคนถึงหายไป"
"ทำไมผมถึงจำเรื่องนี้ไม่ได้"
ผู้เป็นพ่อมองเขานิ่ง
ก่อนตอบสั้น ๆ
"เพราะบางความทรงจำ ไม่ควรกลับมา"
คังจุนหัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวด
"พ่อไม่มีสิทธิ์ตัดสินแทนผม"
"ฉันมีสิทธิ์"
ชายสูงวัยพูดทันที
"เพราะฉันเป็นคนเก็บชีวิตแกกลับมาจากที่นี่"
บรรยากาศเงียบลงทันที
คำพูดนั้นเหมือนมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
คังจุนชะงัก
"หมายความว่ายังไง"
แต่พ่อของเขาไม่ตอบ
กลับหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากกระเป๋า
แล้วยื่นให้
"นี่คือตั๋วเครื่องบิน"
"คืนนี้"
"แกจะกลับเกาหลี"
คังจุนไม่รับ
"ไม่"
"ถ้าแกไม่กลับ"
ชายสูงวัยหันไปมองร้านพ่อสมชาย
"ฉันจะทำให้ร้านนี้ไม่มีวันเปิดได้อีก"
คังจุนก้าวเข้าไปใกล้
แววตาแข็งกร้าว
"อย่าแตะต้องร้านนี้"
"งั้นก็เลือก"
ชายสูงวัยพูดเสียงเรียบ
"ชีวิตของแก"
"หรือร้านของผู้หญิงคนนั้น"
ภายในร้าน
แพรวไม่ได้ยินทุกคำ
แต่เธอเห็นสีหน้าของคังจุน
เห็นความเจ็บปวดในแววตาเขา
และเห็นว่าผู้ชายที่ดูแข็งแรงคนนั้น
กำลังถูกบีบจนแทบไม่มีทางเลือก
ไม่นาน
ชายสูงวัยก็ขึ้นรถ
ก่อนขับออกไปจากร้าน
เหลือเพียงคังจุนยืนอยู่ใต้แสงไฟหน้าร้านคนเดียว
แพรวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหยิบแก้วน้ำเย็นเดินออกไป
"ดื่มก่อน"
คังจุนหันมามองเธอ
แววตาอ่อนล้ากว่าทุกครั้ง
"คุณไม่ควรออกมา"
"นี่ร้านฉัน"
แพรวตอบ
"ฉันจะเดินตรงไหนก็ได้"
คำตอบนั้นทำให้เขาหลุดยิ้มจาง ๆ
แต่รอยยิ้มนั้นดูเศร้าเกินไป
"ขอโทษ"
"คุณพูดคำนี้บ่อยมาก"
"เพราะผมทำให้คุณเดือดร้อน"
แพรวมองเขานิ่ง
"งั้นก็เลิกทำให้ฉันเดือดร้อนด้วยการปิดบัง"
คังจุนนิ่งไป
"ผมยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด"
"แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง"
เขาไม่ปฏิเสธ
สายตาของเขามองป้ายร้านพ่อสมชาย
ก่อนพูดเบา ๆ
"ผมรู้แค่ว่า พ่อของคุณเคยช่วยชีวิตผม"
"และผมคิดว่า..."
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
"ครอบครัวผมอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อคุณต้องเจ็บปวด"
หัวใจของแพรวกระตุก
ก่อนที่เธอจะถามต่อ
เสียงโทรศัพท์ของคังจุนก็ดังขึ้น
เขาก้มมองหน้าจอ
เป็นสายจากมินฮยอก
"ว่าไง"
ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง
สีหน้าของคังจุนเปลี่ยนทันที
"แน่ใจนะ"
แพรวมองเขาอย่างไม่สบายใจ
"มีอะไร"
คังจุนวางสายช้า ๆ
ก่อนหันมามองเธอ
"รถสีเทาที่ถ่ายรูปร้าน"
"ทะเบียนนั้นไม่ได้จดทะเบียนในชื่อคนธรรมดา"
"แล้วเป็นของใคร"
คังจุนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
"บริษัทในเครือของพ่อผม"
แพรวรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเย็นลงทันที
ยังไม่ทันได้พูดอะไร
ข้างในร้านก็มีเสียงน้องพีร้องเรียก
"ป้าแพรว! มีซองอยู่ใต้ประตูอีกแล้วครับ!"
แพรวกับคังจุนหันมองหน้ากันทันที
เธอรีบเดินกลับเข้าไป
น้องพียื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ด้วยสีหน้าสงสัย
บนซองมีข้อความเขียนด้วยปากกาสีดำ
"ถ้าอยากรู้ว่าใครทำให้พ่อสมชายต้องตาย เปิดดู"
มือของแพรวเย็นเฉียบ
คังจุนยืนอยู่ข้างหลังเธอ
ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย
เพราะทั้งสองคนรู้พร้อมกันว่า
ความลับที่ถูกฝังไว้มานาน
กำลังจะถูกใครบางคนขุดขึ้นมา
และครั้งนี้
มันอาจทำลายทุกอย่างจริง ๆ