ตอนที่ 19
หลักฐานในกล่องเหล็ก
รถของคังจุนจอดอยู่หลังร้านหมูกระทะพ่อสมชายในช่วงสาย
แสงแดดเริ่มแรงขึ้น แต่ในรถกลับเงียบจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน
แพรวนั่งกอดกล่องเหล็กสีดำไว้บนตัก
กล่องใบเล็กที่พวกเธอเอาออกมาจากโกดังเย็นหมายเลขสาม
ด้านในมีนาฬิกาข้อมือของพ่อสมชาย
แหวนเงินหนึ่งวง
กุญแจดอกเล็ก
สมุดบันทึกหลายเล่ม
และแฟ้มเอกสารที่อาจเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน
ทุกอย่างดูเงียบงัน
แต่หนักกว่าคำพูดนับพันคำ
คังจุนดับเครื่องยนต์
แต่ยังไม่ลงจากรถทันที
เขาหันมามองแพรว
"คุณโอเคไหม"
แพรวก้มมองกล่องในอ้อมแขน
ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
"ไม่ค่อย"
เธอตอบตามตรง
"แต่ฉันอยากรู้"
คำตอบนั้นทำให้คังจุนนิ่งไปครู่หนึ่ง
แววตาของเขาอ่อนลง
"ถ้าเปิดแล้วเจ็บมากกว่าเดิมล่ะ"
แพรวเงยหน้าขึ้นมองเขา
"อย่างน้อยมันก็เป็นความจริง"
"ฉันอยู่กับคำว่าอุบัติเหตุมายี่สิบปี"
"ถ้ามันไม่ใช่..."
เธอกลืนน้ำลาย
"ฉันก็ไม่อยากโกหกตัวเองต่อ"
คังจุนไม่ได้พูดอะไรอีก
เพียงพยักหน้า
ก่อนลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ
แพรวอุ้มกล่องลงมา
มือของเธอสั่นเล็กน้อย
คังจุนเห็น
แต่ไม่ได้พูด
เขาแค่เดินช้าลง
ให้จังหวะของตัวเองพอดีกับเธอ
ราวกับบอกโดยไม่ต้องเอ่ยว่า
เขาจะไม่ทิ้งให้เธอเดินคนเดียว
ภายในร้าน
แม่มาลัยกำลังเตรียมน้ำซุปอยู่หน้าเตา
เมื่อนางเห็นกล่องเหล็กในมือลูกสาว
ใบหน้าก็ซีดลงทันที
"เจอแล้วเหรอ"
แพรววางกล่องลงบนโต๊ะไม้หน้าเคาน์เตอร์
"ค่ะ"
"ในโกดังหมายเลขสาม"
แม่มาลัยหลับตาลงช้า ๆ
ราวกับสิ่งที่นางพยายามหลีกเลี่ยงมานาน
ในที่สุดก็เดินกลับมายืนตรงหน้า
น้องพีกำลังนั่งทำการบ้านอยู่มุมร้าน
พอเห็นบรรยากาศแปลกไปก็เงยหน้าขึ้น
"ป้าแพรว กล่องอะไรครับ"
แพรวฝืนยิ้ม
"ของเก่าของตาน่ะครับ"
"ของตาสมชายเหรอ"
เด็กชายถามด้วยตาเป็นประกาย
"ผมดูได้ไหม"
แพรวลังเล
แต่แม่มาลัยรีบพูดขึ้น
"พี ไปช่วยยายเด็ดผักหลังร้านก่อน"
เด็กชายทำหน้ามุ่ย
"แต่ผมอยากดูของตา"
แม่มาลัยเดินไปจับไหล่เขาเบา ๆ
"ไว้ยายเล่าให้ฟังทีหลังนะ"
น้ำเสียงของแม่มาลัยอ่อนโยน
แต่จริงจังพอให้น้องพียอมลุกขึ้น
เด็กชายเดินไปหลังร้าน
แต่ยังหันกลับมามองกล่องนั้นหลายครั้ง
จนประตูหลังร้านปิดลง
ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง
แพรวค่อย ๆ เปิดฝากล่อง
เสียงบานพับเก่าดังเบา ๆ
สิ่งแรกที่เธอหยิบขึ้นมาคือนาฬิกาข้อมือเรือนเก่า
สายหนังแข็งและแตกลาย
หน้าปัดมีรอยร้าว
เข็มหยุดอยู่ที่เวลา 22:47 น.
แพรวใช้ปลายนิ้วลูบหน้าปัดอย่างแผ่วเบา
"แม่เคยบอกว่าตำรวจหาไม่เจอ"
แม่มาลัยพยักหน้า
น้ำตาคลอ
"ใช่"
"วันนั้นเขาบอกว่าในที่เกิดเหตุไม่มีนาฬิกา"
"แม่คิดว่ามันคงกระเด็นหายไปไหนสักที่"
แพรวกำเรือนนาฬิกาไว้แน่น
"แต่มันมาอยู่ในกล่องที่พ่อซ่อนไว้"
คังจุนหยิบแฟ้มเอกสารออกมาเปิดอย่างระมัดระวัง
ด้านในเป็นใบส่งสินค้าเก่าหลายแผ่น
บางแผ่นมีตราประทับของบริษัทคังฟู้ด
บางแผ่นมีลายเซ็นของพ่อสมชาย
บางแผ่นมีลายมือภาษาเกาหลี
เขาอ่านไปทีละหน้า
สีหน้าค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น
"เอกสารพวกนี้เป็นการส่งวัตถุดิบระหว่างร้านพ่อสมชายกับบริษัทของครอบครัวผม"
แพรวเงยหน้าขึ้น
"แปลว่าพ่อฉันไม่ได้เป็นแค่เจ้าของร้านธรรมดา"
คังจุนพยักหน้า
"น่าจะเป็นคู่ค้าสำคัญ"
"หรือมากกว่านั้น"
เขาหยิบเอกสารอีกใบขึ้นมา
เป็นสำเนาสัญญาฉบับหนึ่ง
กระดาษเก่าและมีรอยพับ
ด้านบนเขียนว่า
สัญญาความร่วมมือด้านสูตรหมักและน้ำจิ้ม
แพรวอ่านประโยคนั้นแล้วนิ่งไป
"สูตรน้ำจิ้มของพ่อ..."
คังจุนอ่านต่อ
"ในสัญญาระบุว่า สูตรบางส่วนจะถูกใช้ร่วมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แช่แข็ง"
"แต่มีเงื่อนไขว่า..."
เขาหยุดไป
แพรวรีบถาม
"ว่าอะไร"
คังจุนเงยหน้าขึ้น
แววตาหนักแน่น
"ต้องได้รับความยินยอมจากสมชายทุกครั้ง"
แม่มาลัยนั่งลงช้า ๆ
มือสั่น
"พ่อแกเคยบอกว่า มีคนอยากซื้อสูตร"
"แต่เขาไม่ยอมขาย"
"เพราะเขาบอกว่าสูตรนี้เป็นของร้าน ไม่ใช่ของบริษัทไหน"
แพรวรู้สึกเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นแรกเริ่มเข้าที่
ถ้าสูตรน้ำจิ้มของพ่อมีมูลค่ามากพอ
ถ้ามีคนอยากเอาไปใช้โดยไม่ขออนุญาต
และถ้าพ่อของเธอไม่ยอม
อุบัติเหตุคืนนั้นอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
คังจุนเปิดสมุดบันทึกเล่มเล็ก
หน้าปกมีรอยไหม้ตรงมุม
หน้าแรกเป็นลายมือของพ่อสมชาย
สั้น ๆ
แต่ทำให้ทุกคนเงียบ
"ถ้าวันหนึ่งฉันไม่กลับมา ให้เริ่มจากสูตรน้ำจิ้ม"
แพรวรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด
มือที่ถือสมุดสั่นขึ้นทันที
แม่มาลัยยกมือปิดปาก
น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ
คังจุนมองข้อความนั้นด้วยแววตาเจ็บปวด
เพราะมันชัดเจนเกินไป
พ่อสมชายรู้ว่าตัวเองอาจเกิดอันตราย
และเขาทิ้งเส้นทางเอาไว้ให้คนข้างหลังตามหา
แพรวค่อย ๆ พลิกหน้าต่อไป
หน้าถัดมามีเพียงข้อความสั้น ๆ อีกประโยค
"อย่าโทษเด็กคนนั้น"
ด้านล่างมีชื่อเขียนไว้
คังจุน
ภายในร้านเงียบสนิท
ไม่มีใครพูดอะไรอยู่หลายนาที
สายตาของทุกคนจับจ้องข้อความสั้น ๆ บนหน้าสมุด
"อย่าโทษเด็กคนนั้น"
คังจุน
ชายหนุ่มยืนนิ่ง
เขาไม่คิดว่าชื่อของตัวเองจะปรากฏอยู่ในสมุดของพ่อสมชาย
ยิ่งอ่านข้อความนั้น
หัวใจยิ่งหนักอึ้ง
แพรวค่อย ๆ ปิดสมุดลง
ก่อนเงยหน้ามองเขา
แววตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยความสงสัยเหมือนเมื่อก่อน
แต่เป็นความเข้าใจมากขึ้น
"พ่อฉัน..."
เธอพูดเสียงเบา
"พ่อไม่เคยโทษคุณ"
คังจุนเม้มริมฝีปาก
เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง
ก่อนสูดลมหายใจลึก
"แต่ผมยังโทษตัวเอง"
แพรวขมวดคิ้ว
"ทำไม"
ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่
ก่อนตอบช้า ๆ
"ถึงผมจะจำเรื่องในวันนั้นไม่ได้ทั้งหมด"
"แต่ผมรู้ว่าครอบครัวผมเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนั้น"
"ต่อให้ผมไม่ได้เป็นคนทำ"
"ผมก็รู้สึกว่าตัวเองติดหนี้ลุงสมชาย"
แม่มาลัยมองคังจุนอยู่นาน
ก่อนลุกขึ้นเดินไปหา
นางยื่นมือแตะไหล่เขาเบา ๆ
"สมชายไม่เคยโกรธลูก"
"ถ้าเขาโกรธ"
"เขาคงไม่เขียนแบบนี้ไว้"
คังจุนเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เขาใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดที่อธิบายไม่ได้
แต่วันนี้
เพียงประโยคเดียวจากสมุดของพ่อสมชาย
กลับทำให้กำแพงในใจเริ่มแตกร้าว
แพรวเปิดสมุดต่อ
หน้าถัดไปไม่ใช่ข้อความ
แต่เป็นตารางตัวเลข
วันที่
จำนวนวัตถุดิบ
รายรับ
รายจ่าย
ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด
คังจุนไล่อ่านทีละบรรทัด
ก่อนหยุดที่หน้าสุดท้าย
"แพรว"
"ดูตรงนี้"
หญิงสาวรีบเดินเข้ามา
ตรงมุมล่างของหน้ากระดาษ
มีตัวหนังสือเล็ก ๆ ที่แทบมองไม่เห็น
'สูตรต้นฉบับไม่ได้อยู่ในร้าน'
แพรวนิ่งไป
"ไม่ได้อยู่ในร้าน..."
แม่มาลัยรีบเดินเข้ามาดู
เมื่อเห็นข้อความนั้น
นางถึงกับหลับตา
เหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง
"แม่จำได้แล้ว"
แพรวหันขวับ
"อะไรคะแม่"
"ก่อนพ่อจะออกจากบ้านวันสุดท้าย"
"เขาบอกแม่ว่า..."
แม่มาลัยหยุด
น้ำเสียงเริ่มสั่น
"'ถ้ามีใครมาถามหาสูตร ให้บอกว่ายังทำไม่เสร็จ'"
แพรวกับคังจุนสบตากัน
ตอนนี้ทั้งคู่เริ่มเข้าใจแล้วว่า
พ่อสมชายไม่ได้ซ่อนแค่เอกสาร
แต่กำลังปกป้องบางสิ่งที่มีค่ามาก
และสิ่งนั้นอาจเป็นสาเหตุของทุกอย่าง
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเรียบเรียงความคิด
น้องพีก็เดินกลับเข้ามา
ในมือถือถาดแตงกวาที่เพิ่งล้างเสร็จ
"ยายครับ"
"ผมล้างหมดแล้ว"
เด็กชายยิ้มอย่างภูมิใจ
บรรยากาศที่ตึงเครียดคลายลงเล็กน้อย
แม่มาลัยรับถาดมา
ก่อนลูบหัวหลานเบา ๆ
"เก่งมาก"
น้องพีหันไปเห็นนาฬิกาของตาสมชายบนโต๊ะ
ดวงตาเป็นประกายทันที
"ของตา!"
เขารีบเดินเข้ามา
แต่แพรวจับมือไว้ก่อน
"ระวังนะ"
เด็กชายพยักหน้า
ก่อนใช้นิ้วแตะนาฬิกาเบา ๆ
"ตาชอบใส่เรือนนี้"
แพรวยิ้มบาง ๆ
"พีจำได้เหรอ"
"จำได้ครับ"
"เวลาตาพาผมเดินตลาด"
"ตาจะยกมือดูนาฬิกาตลอด"
คำพูดของเด็กชายทำให้ทุกคนยิ้มออกมา
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
แต่ความอบอุ่นของครอบครัว
ช่วยบรรเทาความหนักอึ้งในใจได้ไม่น้อย
แพรวเก็บสมุดและเอกสารกลับลงกล่อง
อย่างระมัดระวัง
คังจุนช่วยปิดฝากล่อง
ก่อนพูดขึ้น
"ตอนนี้เรายังไม่ควรบอกใคร"
แพรวพยักหน้า
"จนกว่าจะรู้ความจริงมากกว่านี้"
แม่มาลัยเห็นด้วย
"ยิ่งมีคนรู้มาก"
"ยิ่งอันตราย"
ทันใดนั้น
เสียงรถจักรยานยนต์ก็ดังขึ้นหน้าร้าน
ทั้งสามหันไปมองพร้อมกัน
ชายหนุ่มบริษัทขนส่งเดินเข้ามา
"พัสดุของคุณแพรวครับ"
แพรวรับกล่องกระดาษมาอย่างงุนงง
"หนูไม่ได้สั่งอะไรนะ"
ชายหนุ่มยิ้ม
"มีคนชำระเงินเรียบร้อยแล้ว"
พูดจบก็ขี่รถออกไป
แพรววางกล่องไว้บนโต๊ะ
คังจุนมองอย่างระมัดระวัง
"เปิดดีไหม"
แพรวสูดลมหายใจ
ก่อนค่อย ๆ ใช้คัตเตอร์กรีดเทป
ด้านในไม่มีระเบิด
ไม่มีของอันตราย
มีเพียงขวดแก้วเล็ก ๆ หนึ่งใบ
บรรจุน้ำจิ้มสีแดงเข้ม
พร้อมกระดาษโน้ต
ลายมือสั้น ๆ
"นี่ไม่ใช่สูตรของสมชาย"
"ถ้าอยากได้ของจริง..."
"อย่าไว้ใจทุกคนที่อยู่ใกล้ตัว"
แพรวอ่านจบ
ก็เงยหน้ามองคังจุน
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไร
แต่ต่างรู้ดีว่า
คนที่ส่งของชิ้นนี้มา
กำลังต้องการให้พวกเขาเริ่มสงสัยกันเอง
และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น
แพรวค่อย ๆ พับกระดาษเก็บ
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ไม่ว่าจะมีใครพยายามทำให้เราแตกกัน"
"เราจะเชื่อหลักฐาน"
"ไม่ใช่ข่าวลือ"
คังจุนยิ้มเป็นครั้งแรกของวัน
ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
"ผมสัญญา"
นอกหน้าต่าง
สายลมยามเย็นพัดป้ายร้านหมูกระทะพ่อสมชายไหวเบา ๆ
ไม่มีใครรู้เลยว่า
การตัดสินใจเชื่อใจกันในวันนี้
จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดความจริง
ที่ถูกซ่อนไว้มานานกว่ายี่สิบปี
จบตอนที่ 19