ตอนที่ 18 : โกดังหมายเลขสาม
ตีห้าครึ่ง
ท้องฟ้ายังปกคลุมด้วยเมฆสีเทา
สายลมยามเช้าพัดผ่านป้ายไม้เก่าของร้านหมูกระทะพ่อสมชายจนเกิดเสียงเอี๊ยดเบา ๆ
แพรวแทบไม่ได้นอนทั้งคืน
จดหมายของพ่อยังวางอยู่บนโต๊ะ
กุญแจทองเหลืองหมายเลข 3
ถูกเธอกำไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะหายไป
ในครัว
แม่มาลัยกำลังเตรียมหมูหมักเงียบ ๆ
เหมือนทุกเช้า
ราวกับไม่อยากให้ชีวิตประจำวันของครอบครัวเปลี่ยนไป
"แม่..."
แพรวเดินเข้าไปหา
"หนูจะไปโกดังวันนี้"
แม่มาลัยหยุดมือ
ก่อนหันมายิ้มอ่อน ๆ
"แม่รู้"
"แต่สัญญากับแม่อย่างหนึ่ง"
"ถ้ารู้สึกว่าอันตราย..."
"ให้กลับมา"
แพรวพยักหน้า
ก่อนกอดแม่แน่น
แม่มาลัยลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ
"พ่อของลูกสร้างร้านนี้ขึ้นมา"
"ไม่ใช่เพื่อให้ลูกเอาชีวิตไปเสี่ยง"
คำพูดนั้นทำให้แพรวนิ่งไป
...
เจ็ดโมงเช้า
คังจุนขับรถกระบะมาจอดหน้าร้าน
ครั้งนี้สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าทุกวัน
เมื่อแพรวขึ้นรถ
เขายื่นเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มให้
"ใส่ไว้"
"ข้างในโกดังฝุ่นเยอะ"
แพรวรับมา
ก่อนยิ้มบาง ๆ
"ขอบคุณ"
น้องพีวิ่งตามออกมา
พร้อมยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ ให้ทั้งคู่
"ข้าวเหนียวหมูทอดครับ"
"เดี๋ยวหิว"
คังจุนหัวเราะเบา ๆ
ก่อนลูบหัวเด็กชาย
"ขอบใจ"
รถค่อย ๆ แล่นออกจากร้าน
ขณะที่แม่มาลัยยืนมองอยู่หน้าประตู
จนรถลับสายตา
...
ระหว่างทาง
ทั้งรถเงียบผิดปกติ
แพรวมองกุญแจในมือ
ก่อนถามเบา ๆ
"คุณกลัวไหม"
คังจุนหัวเราะนิด ๆ
"กลัว"
"แต่ผมกลัวไม่รู้ความจริงมากกว่า"
หญิงสาวหันไปมองเขา
ก่อนยิ้ม
เป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ
แต่ทำให้บรรยากาศในรถอบอุ่นขึ้น
ทันใดนั้น
โทรศัพท์ของคังจุนดังขึ้น
เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ
> "ถ้ายังอยากให้ร้านหมูกระทะเปิดต่อ อย่าเปิดประตูโกดัง"
ทั้งคู่สบตากันทันที
คังจุนลบข้อความนั้น
ก่อนเหยียบคันเร่งต่อ
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
โกดังเย็นหมายเลข 3 ปรากฏอยู่ตรงหน้า
อาคารปูนเก่า
ประตูเหล็กขึ้นสนิม
วัชพืชขึ้นปกคลุมเกือบครึ่งกำแพง
ดูเหมือนไม่มีใครเข้ามาหลายสิบปี
แพรวหยิบกุญแจทองเหลืองขึ้นมา
มือของเธอสั่นเล็กน้อย
คังจุนเดินมายืนข้าง ๆ
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง
"ไม่ว่าจะเจออะไร"
"เราจะรู้ความจริงไปด้วยกัน"
แพรวพยักหน้า
เธอเสียบกุญแจเข้ารูกุญแจ
เสียงโลหะเสียดสีกันดังแกร๊ก...
กุญแจหมุนได้พอดี
แต่ก่อนที่เธอจะผลักประตู
ทั้งสองกลับได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน
ดังมาจากด้านในโกดัง...
---
เสียงฝีเท้าดังสะท้อนออกมาจากด้านในโกดัง
แกรก...
แกรก...
แพรวชะงัก
มือที่จับลูกบิดประตูแข็งค้าง
หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงของตัวเอง
คังจุนก้าวเข้ามายืนด้านหน้าโดยอัตโนมัติ
เหมือนกำลังปกป้องเธอ
ทั้งสองเงียบ
ตั้งใจฟัง
แต่ไม่นาน
เสียงนั้นก็หยุดลง
เหลือเพียงความเงียบและกลิ่นอับของอาคารเก่าที่ลอยออกมาจากช่องประตู
"อาจเป็นหนูก็ได้"
คังจุนพูดเบา ๆ
แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจ
แพรวสูดลมหายใจลึก
ก่อนผลักประตูเหล็กช้า ๆ
เสียงบานพับเก่าครางดัง
ฝุ่นจำนวนมากฟุ้งขึ้นกลางอากาศ
แสงแดดยามเช้าส่องลอดช่องหลังคาที่แตก
เผยให้เห็นลังไม้เรียงรายเต็มโกดัง
บางลังมีตราประทับของบริษัทคังฟู้ด
บางลังไม่มีเครื่องหมายใดเลย
ทุกอย่างเหมือนถูกหยุดเวลาไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน
...
คังจุนหยิบไฟฉายขึ้นมา
ทั้งสองค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปด้านใน
ฝุ่นเกาะหนาจนมองเห็นรอยเท้าชัดเจน
แพรวหยุดเดินทันที
"คุณดูนี่"
คังจุนก้มลงมอง
รอยเท้าบนพื้นมีสองแบบ
แบบหนึ่งเต็มไปด้วยฝุ่น
เป็นรอยเก่า
แต่อีกรอยหนึ่ง
กลับชัดและใหม่มาก
เหมือนเพิ่งมีคนเดินผ่านเมื่อคืน
ทั้งสองสบตากัน
แปลว่า...
โกดังแห่งนี้ยังมีคนแอบเข้ามา
...
พวกเขาเดินตามรอยเท้าไป
จนถึงชั้นวางเหล็กด้านในสุด
ตรงนั้นมีลังไม้ใบหนึ่งถูกดึงออกมาจากตำแหน่งเดิม
คังจุนช่วยยกลง
แพรวใช้มือปัดฝุ่น
ก่อนจะเห็นตัวหนังสือสีซีด
S.S.
"สมชาย..."
เธอพึมพำ
แม่เคยเล่าว่า
พ่อมักใช้ตัวย่อชื่อตัวเองเวลาทำเครื่องหมายของสำคัญ
คังจุนใช้ชะแลงงัดฝาลัง
เสียงไม้แตกดังขึ้น
ด้านในไม่ได้มีเงิน
หรือของมีค่า
แต่เป็นสมุดบันทึกหลายเล่ม
แฟ้มเอกสาร
และกล่องเหล็กสีดำใบเล็ก
แพรวค่อย ๆ เปิดกล่อง
ด้านในมีนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่ง
หน้าปัดหยุดอยู่ที่เวลา
22:47 น.
พร้อมแหวนเงินธรรมดาอีกหนึ่งวง
และกุญแจดอกเล็ก
ที่ไม่มีป้ายกำกับ
แพรวจับนาฬิกาไว้แน่น
"นี่ของพ่อ..."
แม่มาลัยเคยบอก
พ่อสมชายใส่นาฬิกาเรือนนี้ทุกวัน
แต่หลังเกิดเหตุ
ตำรวจบอกว่า
หาไม่พบ
แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
...
คังจุนเปิดแฟ้มเอกสารเล่มแรก
ด้านในเป็นใบสั่งซื้อสินค้า
มีชื่อบริษัทคังฟู้ด
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหยุดหายใจ
คือชื่อผู้เซ็นรับสินค้า
ไม่ใช่พ่อของเขา
แต่เป็นชื่อที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ชเวอินซอก"
เขาพึมพำ
"คนนี้เป็นใคร..."
ยังไม่ทันได้เปิดหน้าถัดไป
เสียงกระจกแตกก็ดังขึ้น
เพล้ง!
ทั้งคู่สะดุ้งพร้อมกัน
ก้อนหินก้อนหนึ่งกลิ้งมาตกใกล้เท้า
คังจุนรีบดึงแพรวเข้าหลบหลังเสา
ทันใดนั้น
เสียงเครื่องยนต์ก็ดังมาจากด้านนอก
พวกเขาแอบมองผ่านช่องกำแพง
รถตู้สีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าโกดัง
ชายสองคนลงจากรถ
หนึ่งในนั้นพูดเสียงดัง
"ค้นให้ทั่ว"
"นายบอกว่าของยังอยู่ที่นี่"
หัวใจของแพรวเต้นแรง
คนพวกนี้
มาเพราะลังใบนี้
คังจุนรีบปิดฝากล่อง
ก่อนกระซิบ
"เราออกทางด้านหลัง"
ทั้งสองรีบอุ้มกล่องเหล็กและแฟ้มเอกสาร
วิ่งไปยังประตูเล็กหลังโกดัง
แต่ก่อนจะออก
แพรวหันกลับไปมองอีกครั้ง
ตรงผนังด้านในสุด
มีรูปถ่ายเก่าถูกตอกหมุดไว้
แม้จะซีดจาง
แต่เธอจำได้ทันที
เป็นรูปพ่อสมชาย
ยืนจับมือชายชาวเกาหลีคนหนึ่ง
และมีเด็กสองคนยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
คังจุน...
กับยูริ...
ด้านล่างรูป
มีข้อความเขียนด้วยลายมือของพ่อสมชาย
> "ครอบครัว...สำคัญกว่าธุรกิจเสมอ"
แพรวยังไม่ทันดึงรูปลงมา
เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา
คังจุนคว้ามือเธอ
ทั้งสองรีบวิ่งออกประตูหลัง
ทิ้งโกดังเงียบงันไว้เบื้องหลัง
โดยไม่รู้เลยว่า
ชายคนหนึ่ง
กำลังยืนมองพวกเขาจากชั้นสองของโกดัง
พร้อมรอยยิ้มเย็นชา
และพูดกับตัวเองเบา ๆ
> "ในที่สุด...เกมก็เริ่มแล้ว"
จบตอนที่ 18 ❤️🥓📖