ตอนที่ 25
คนที่ยอมแพ้ก่อน
เช้าวันอาทิตย์
แม้จะเป็นวันหยุด
แต่ร้านหมูกระทะพ่อสมชายยังคงเปิดตามปกติ
หลังจากเมื่อวานลูกค้าแน่นร้านจนแทบไม่มีโต๊ะว่าง
วันนี้แม่มาลัยจึงตื่นตั้งแต่ตีห้า
เพื่อเตรียมน้ำซุปและหมักหมูให้เพียงพอ
แพรวเดินลงมาจากชั้นบน
ในมือถือสมุดบันทึกเล่มใหม่
ทุกคืนหลังร้านปิด
เธอจะจดความคิดเห็นของลูกค้าทุกคน
ตั้งแต่รสชาติน้ำจิ้ม
ความสดของวัตถุดิบ
ไปจนถึงบรรยากาศภายในร้าน
เธอเชื่อคำของพ่อสมชายเสมอ
"ร้านที่ดี...ต้องฟังลูกค้าให้มากกว่าฟังตัวเอง"
หญิงสาวเปิดสมุด
อ่านข้อความที่เขียนไว้เมื่อคืนอีกครั้ง
"น้ำจิ้มหอมขึ้น"
"รสนุ่มกว่าเดิม"
"เหมือนของพ่อสมชายมากขึ้น"
ทุกประโยคทำให้เธอมีกำลังใจ
แต่ยังมีอีกหนึ่งประโยค
ที่เธอวงเอาไว้ด้วยปากกาสีแดง
> "ยังขาดกลิ่นหอมตอนท้าย"
แพรวมองข้อความนั้นอยู่นาน
ก่อนปิดสมุดลง
เธอรู้ว่าการจะทำให้เหมือนเดิม
ต้องเริ่มจากความเข้าใจ
ไม่ใช่การเดา
...
คังจุนเดินเข้ามาในร้าน
พร้อมกล่องกระดาษใบหนึ่ง
แพรวมองอย่างสงสัย
"วันนี้เอาอะไรมาคะ"
ชายหนุ่มยิ้ม
ก่อนวางกล่องลงบนโต๊ะ
"เครื่องเทศ"
"ผมลองหาตัวที่ใกล้เคียงกับสูตรเดิม"
แพรวเปิดกล่องดู
ด้านในมีงาขาวคั่ว
งาดำ
พริกแห้งหลายชนิด
กระเทียมดำ
น้ำผึ้งดอกลำไย
และเครื่องเทศพื้นบ้านอีกหลายอย่าง
เธอหัวเราะเบา ๆ
"คุณไปกว้านซื้อมาทั้งตลาดหรือไง"
คังจุนเกาศีรษะ
"เกือบ"
"แม่ค้าหลายร้านจำผมได้แล้ว"
แพรวอดหัวเราะไม่ได้
บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความสบายใจ
เหมือนทั้งสองเริ่มทำงานเข้าขากันมากขึ้นทุกวัน
...
หลังเปิดร้านได้ไม่นาน
แพรวกับคังจุนก็เริ่มทดลองน้ำจิ้มอีกครั้ง
ครั้งนี้
ทั้งคู่ไม่ได้รีบร้อน
แต่ค่อย ๆ ปรับทีละอย่าง
เพิ่มงาคั่วเล็กน้อย
ลดน้ำผึ้งลงครึ่งช้อน
เปลี่ยนเวลาหมัก
ทุกอย่างถูกจดลงในสมุดอย่างละเอียด
แม่มาลัยยืนมองอยู่ไม่ไกล
ก่อนยิ้มออกมา
"พ่อแกก็คงทำแบบนี้"
"ลองทีละอย่าง"
"แล้วจดไว้ทุกครั้ง"
แพรวพยักหน้า
"หนูไม่อยากพลาด"
"ถ้าผิด"
"จะได้รู้ว่าผิดตรงไหน"
คังจุนยิ้มอย่างชื่นชม
ผู้หญิงคนนี้
ไม่ได้เก่งเพราะโชคช่วย
แต่เก่งเพราะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
...
หลังพักน้ำจิ้มไว้
ทั้งสองช่วยกันเตรียมร้าน
ระหว่างเช็ดโต๊ะ
แพรวเปิดสมุดบันทึกของพ่ออีกครั้ง
สายตาหยุดอยู่ที่ประโยคหนึ่ง
> "ถ้าทำสิบครั้งแล้วยังไม่ได้"
> "พักก่อน"
เธอขมวดคิ้ว
"พ่อหมายความว่าอะไรนะ"
คังจุนเดินเข้ามาดู
ก่อนอ่านซ้ำอีกรอบ
"พัก..."
"อาจหมายถึงพักใจ"
แพรวส่ายหน้า
"แต่เรายังทำไม่ถึงสิบครั้งเลย"
คังจุนหัวเราะ
"งั้นก็ยังไม่ต้องพัก"
ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกัน
แต่ไม่นาน
เสียงหัวเราะก็ค่อย ๆ หายไป
เมื่อแพรวชิมน้ำจิ้มรอบล่าสุด
เธอวางช้อนลงช้า ๆ
ก่อนถอนหายใจ
"ยังเหมือนเดิม"
"ต่างแค่นิดเดียว"
แต่ความนิดเดียว
กลับทำให้ไปไม่ถึงรสชาติที่ต้องการ
แพรวเงียบไป
มองโอ่งดินเผาตรงหน้า
ก่อนเอามือกุมหน้าผากเบา ๆ
เธอเริ่มรู้สึกเหนื่อย
ไม่ใช่เพราะการทำอาหาร
แต่เพราะความคาดหวังของตัวเอง
คังจุนสังเกตเห็น
จึงเดินเข้ามาใกล้
"พอแค่นี้ก่อนก็ได้"
แพรวส่ายหน้า
"ไม่ได้"
"เราใกล้จะเจอแล้ว"
"อีกนิดเดียว"
ชายหนุ่มมองเธอเงียบ ๆ
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"บางครั้ง..."
"ยิ่งรีบ"
"เรายิ่งมองไม่เห็นคำตอบ"
แพรวเม้มริมฝีปาก
เธอรู้ว่าคังจุนหวังดี
แต่ตอนนี้
เธอไม่อยากหยุด
ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว
"คุณพักก็ได้"
"เดี๋ยวฉันทำต่อเอง"
คำพูดนั้นทำให้คังจุนชะงัก
เขาไม่ได้โกรธ
แต่รู้สึกว่าระยะห่างบางอย่าง
กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ
"ก็ได้"
"ถ้าคุณคิดว่าแบบนั้นดีที่สุด"
เขาหันกลับไปจัดของที่มุมร้าน
ส่วนแพรวก็ยังคงยืนอยู่หน้าโอ่งดินเผา
ทั้งคู่ไม่ได้ทะเลาะกัน
ไม่มีเสียงดัง
ไม่มีคำพูดรุนแรง
แต่ความเงียบระหว่างคนสองคน
กลับทำให้บรรยากาศในร้าน
หนักอึ้งกว่าที่เคย
แม่มาลัยมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ
ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
เพราะนางรู้ดีว่า
เวลาที่คนเราตั้งใจทำบางอย่างมากเกินไป
สิ่งที่หลุดมือก่อนเสมอ
คือความรู้สึกของคนที่อยู่ข้าง ๆ
บรรยากาศภายในร้านเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
แพรวยังคงยืนอยู่หน้าโต๊ะเตรียมน้ำจิ้ม
มือค่อย ๆ คนส่วนผสมในโอ่งดินเผา
เหมือนหวังว่าหากคนอีกสักครั้ง
รสชาติจะเปลี่ยนไปเอง
ส่วนคังจุนเดินไปจัดเรียงผักสดที่หน้าร้าน
แม้ทั้งคู่จะอยู่ไม่ห่างกัน
แต่กลับไม่มีใครพูดอะไร
แม่มาลัยมองภาพนั้นด้วยความเป็นห่วง
นางรู้ดีว่า
ทั้งสองไม่ได้โกรธกัน
แต่ต่างคนต่างแบกความกดดันไว้คนละแบบ
...
ไม่นานลูกค้าชุดแรกก็เดินเข้ามา
เสียงเรียกสั่งอาหารทำให้ทุกคนกลับเข้าสู่หน้าที่ของตัวเอง
แพรวรีบเดินไปรับออเดอร์
คังจุนยกถาดหมูออกจากครัว
ทั้งคู่ยังคงทำงานเข้าขากัน
แต่บทสนทนาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
กลับเหลือเพียงคำสั้น ๆ
"โต๊ะสามได้แล้ว"
"ครับ"
"ผักหมด"
"เดี๋ยวเติม"
แม่มาลัยได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
น้องพีเองก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
เด็กชายเดินเข้ามากระซิบถามยาย
"ป้าแพรวกับพี่คังงอนกันเหรอครับ"
แม่มาลัยยิ้มอ่อน
"เปล่าหรอก"
"แค่เหนื่อยนิดหน่อย"
แม้จะตอบแบบนั้น
แต่นางเองก็รู้ว่าความเหนื่อย
บางครั้งก็ทำให้คนเผลอผลักคนที่หวังดีออกไป
...
ช่วงเที่ยง
ลูกค้าแน่นร้านอีกครั้ง
แพรวกำลังรีบยกถาดอาหารไปโต๊ะด้านใน
แต่เพราะมัวคิดเรื่องสูตรน้ำจิ้ม
เธอจึงไม่ทันสังเกตว่าพื้นเปียก
เท้าลื่นทันที
"แพรว!"
คังจุนรีบวิ่งเข้ามา
ก่อนใช้แขนรับตัวเธอไว้
ถาดหมูเอียงเกือบตก
แต่เขารีบประคองไว้ทัน
ลูกค้าหลายโต๊ะหันมามองด้วยความตกใจ
แพรวรีบตั้งหลัก
ก่อนก้มหน้า
"ขอโทษ..."
คังจุนมองเธอ
น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม
"เจ็บไหม"
แพรวส่ายหน้า
"ไม่"
"ขอบคุณ"
เพียงสองคำ
แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เพราะเธอเพิ่งรู้ตัวว่า
ตลอดเช้า
คนที่คอยช่วยเธออยู่เสมอ
คือคังจุน
...
หลังจากลูกค้าซาลง
แพรวเดินออกไปหลังร้านเพียงลำพัง
เธอนั่งลงใต้ต้นมะม่วงต้นเดิม
ต้นไม้ที่พ่อสมชายชอบนั่งพัก
สายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน
ทำให้ความวุ่นวายในใจค่อย ๆ สงบลง
เธอหยิบสมุดของพ่อออกมาอีกครั้ง
พลิกไปหน้าที่เคยอ่านเมื่อเช้า
> "ถ้าทำสิบครั้งแล้วยังไม่ได้"
> "พักก่อน"
คราวนี้
เธออ่านต่ออีกหนึ่งบรรทัด
ซึ่งก่อนหน้านี้พับติดกันจนมองไม่เห็น
> "เพราะคำตอบจะมาหาเราเอง"
แพรวยิ้มบาง ๆ
ก่อนหัวเราะให้ตัวเอง
"พ่อ..."
"หนูรีบเกินไปจริง ๆ"
เธอปิดสมุด
สูดลมหายใจลึก
แล้วเดินกลับเข้าร้าน
...
คังจุนกำลังล้างภาชนะอยู่หลังครัว
เมื่อเห็นแพรวเดินเข้ามา
เขาก็ยิ้มบาง ๆ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แพรวเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า
ก่อนโค้งศีรษะเล็กน้อย
"ขอโทษนะ"
คังจุนชะงัก
"เรื่องอะไร"
"เมื่อเช้า"
"ฉันเอาแต่คิดถึงสูตร"
"จนลืมฟังคนที่ช่วยฉันมาตลอด"
ชายหนุ่มยิ้มอ่อน
ก่อนส่ายหน้า
"ผมไม่ได้โกรธ"
"ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณกดดันตัวเอง"
แพรวเงยหน้าขึ้น
ดวงตาเริ่มแดง
"ต่อไป..."
"ถ้าฉันดื้อ"
"ช่วยเตือนอีกนะ"
คังจุนหัวเราะเบา ๆ
"ตกลง"
"แต่คุณก็ต้องฟังด้วย"
แพรวยิ้ม
ก่อนยื่นมือออกไป
"งั้น..."
"เริ่มใหม่"
คังจุนมองมือของเธอ
ก่อนจับไว้เบา ๆ
"เริ่มใหม่"
ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน
บรรยากาศที่อึดอัดตลอดทั้งวัน
ค่อย ๆ หายไป
แม่มาลัยที่แอบมองจากในครัว
ยิ้มอย่างโล่งใจ
"แบบนี้สิ..."
"ถึงจะเหมือนสมชาย"
น้องพีที่เดินถือถาดผักผ่านมา
เห็นทั้งสองจับมือกัน
ก็รีบปรบมือเสียงดัง
"ดีกันแล้ว!"
แพรวรีบดึงมือกลับด้วยความเขิน
คังจุนถึงกับหัวเราะ
ลูกค้าหลายโต๊ะหันมายิ้มตาม
ทั้งร้านกลับมาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง
...
ก่อนร้านปิดในคืนนั้น
แพรวเดินไปเปิดโอ่งดินเผา
ตั้งใจจะเก็บน้ำจิ้มเข้าตู้เย็น
แต่ทันทีที่ยกฝาขึ้น
เธอกลับได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
คังจุนเดินเข้ามาข้าง ๆ
"ได้กลิ่นไหม"
แพรวพยักหน้าช้า ๆ
"ได้"
"เหมือน..."
เธอหลับตาลง
พยายามนึกถึงรสชาติในวัยเด็ก
ก่อนยิ้มออกมา
"นี่แหละ..."
"กลิ่นที่ลุงประสิทธิ์พูดถึง"
ทั้งสองมองหน้ากัน
โดยไม่ต้องเอ่ยอะไร
เพราะรู้พร้อมกันว่า
บางครั้ง...
การหยุดพักเพียงก้าวเดียว
อาจพาพวกเขาเข้าใกล้คำตอบ
มากกว่าการวิ่งตามมันทั้งวัน
จบตอนที่ 25 ❤️🥓📖