ตอนที่ 36
ฝนคืนเดิม
เช้าวันนั้น
ท้องฟ้าเหนือร้านหมูกระทะพ่อสมชายมืดครึ้มตั้งแต่ยังไม่ถึงแปดโมง
เมฆสีเทาลอยต่ำปกคลุมทั่วตลาด
ลมเย็นพัดผ่านหน้าร้านจนป้ายไม้เก่าที่แขวนอยู่ใต้ชายคาแกว่งเบา ๆ
เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังกรุ๊งกริ๊งเป็นระยะ
ราวกับกำลังเตือนว่า
วันนี้จะไม่ใช่วันธรรมดา
แพรวตื่นลงมาตั้งแต่เช้ามืด
ในมือถือแฟ้มเอกสารที่เพิ่งเรียงใหม่เมื่อคืน
ใบเสร็จรับวัตถุดิบ
สมุดบัญชีของพ่อสมชาย
แผนที่เส้นทางไปจุดเกิดเหตุ
และคำให้การของตำรวจที่ขัดแย้งกัน
ทุกอย่างถูกใส่ไว้ในแฟ้มเดียวกันอย่างเป็นระเบียบ
เธอยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์
มองรูปพ่อสมชายบนผนังอยู่นาน
รูปนั้นยังเป็นรูปเดิม
พ่อยิ้มใจดี
สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม
มือข้างหนึ่งถือทัพพี
เหมือนกำลังเรียกลูกค้าเข้าร้าน
แต่วันนี้
แพรวกลับมองรอยยิ้มนั้นด้วยหัวใจที่หนักกว่าทุกครั้ง
เพราะเธอกำลังจะกลับไปยังสถานที่
ที่พรากพ่อไปจากชีวิตของเธอ
สถานที่ที่เธอหลีกเลี่ยงมาตลอดหลายปี
“ตื่นเช้าจังลูก”
เสียงแม่มาลัยดังขึ้นจากด้านหลัง
แพรวหันกลับไป
แม่มาลัยถือหม้อน้ำซุปใบเล็กอยู่ในมือ
กลิ่นรากผักชี กระเทียม และพริกไทยลอยขึ้นมาพร้อมไอร้อน
“หนูนอนไม่ค่อยหลับค่ะ”
แม่มาลัยวางหม้อลงบนเตา
ก่อนเดินมาหยุดข้างลูกสาว
นางมองแฟ้มเอกสารในมือแพรว
แล้วถอนหายใจเบา ๆ
“จะไปวันนี้จริง ๆ เหรอ”
แพรวพยักหน้า
“ค่ะ”
“ถ้ารออีก หนูก็คงคิดวนอยู่แบบนี้”
แม่มาลัยเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกสาวเบา ๆ
สัมผัสของแม่ยังอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง
“แม่ไม่ได้ห้าม”
“แต่แม่อยากให้ลูกจำไว้”
“ความจริงสำคัญ”
“แต่ตัวลูกสำคัญกว่า”
แพรวเม้มริมฝีปากแน่น
ก่อนพยักหน้า
“หนูจะระวังค่ะ”
เสียงรถคันคุ้นเคยจอดหน้าร้านพอดี
ไม่นานคังจุนก็เดินเข้ามา
ในมือมีร่มสีดำ
เสื้อแจ็กเก็ตสีเข้ม
และถุงกระดาษใส่ข้าวเหนียวหมูทอดสองห่อ
เขามองแพรว
แล้วเหมือนเข้าใจทุกอย่างโดยไม่ต้องถาม
“พร้อมไหม”
แพรวสูดลมหายใจลึก
ก่อนตอบ
“พร้อม”
น้องพีวิ่งลงมาจากชั้นบนในชุดนักเรียน
ผมยังยุ่งเล็กน้อย
เด็กชายมองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสามคนสลับกัน
ก่อนถามเสียงเบา
“ป้าแพรวจะไปที่ที่ตาสมชายเกิดอุบัติเหตุเหรอครับ”
แพรวชะงัก
เธอไม่คิดว่าน้องพีจะรู้
แม่มาลัยหันไปมองหลาน
แต่ยังไม่ทันพูดอะไร
น้องพีก็เดินเข้ามากอดเอวแพรวแน่น
“ป้ารีบกลับมานะ”
คำพูดสั้น ๆ
ทำให้แพรวต้องกะพริบตาไล่น้ำตา
เธอย่อตัวลงกอดหลาน
“ป้าจะกลับมาก่อนพีกลับจากโรงเรียนนะครับ”
เด็กชายพยักหน้า
ก่อนหันไปมองคังจุน
“พี่คังต้องดูแลป้าแพรวนะ”
คังจุนย่อตัวลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเด็กชาย
ก่อนพูดอย่างจริงจัง
“สัญญา”
น้องพีพยักหน้า
เหมือนมอบหน้าที่สำคัญที่สุดให้เขาแล้ว
ไม่นาน
รถของคังจุนก็แล่นออกจากร้าน
ทิ้งกลิ่นน้ำซุปและควันเตาหมูกระทะไว้เบื้องหลัง
แพรวนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ
แฟ้มเอกสารวางอยู่บนตัก
มือของเธอกำขอบแฟ้มแน่น
นอกหน้าต่าง
ถนนตลาดเริ่มมีผู้คน
ร้านขายผักตั้งแผง
รถเข็นข้าวเหนียวหมูปิ้งมีควันลอยขึ้น
ทุกอย่างดูธรรมดา
แต่หัวใจของเธอกลับเหมือนกำลังค่อย ๆ เดินย้อนกลับไปในคืนที่ไม่เคยได้เห็นด้วยตาตัวเอง
“ถ้าไม่ไหว”
คังจุนพูดขึ้น
โดยไม่ได้หันมามอง
“เรากลับได้ทุกเมื่อ”
แพรวส่ายหน้า
“ฉันต้องไป”
“อย่างน้อย…”
“ฉันอยากเห็นด้วยตาตัวเอง”
คังจุนพยักหน้า
เขาไม่ได้ห้าม
ไม่ได้ปลอบด้วยคำสวยหรู
เพียงขับรถให้ช้าลงเล็กน้อย
เหมือนให้เวลาเธอได้เตรียมหัวใจ
เมฆบนฟ้าเริ่มหนาขึ้น
สายฝนเม็ดเล็ก ๆ ตกลงบนกระจกหน้ารถ
ทีละหยด
ทีละหยด
เสียงที่เคยธรรมดา
วันนี้กลับฟังเหมือนเสียงจากอดีต
จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากร้านไม่มากนัก
ถนนเส้นเล็กตัดผ่านสวนยางและโกดังเก่า
สองข้างทางเงียบกว่าที่แพรวจำได้
เมื่อรถจอดลงข้างทาง
ฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นพอดี
คังจุนกางร่ม
ก่อนเดินอ้อมมาเปิดประตูให้แพรว
เธอลงจากรถช้า ๆ
รองเท้าแตะพื้นเปียก
กลิ่นดินหลังฝนลอยขึ้นมา
ตรงหน้าคือทางโค้งเล็ก ๆ
ที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ข้างถนน
ถัดไปไม่ไกล
มีเสาไฟเก่าต้นหนึ่ง
และร่องรอยคูน้ำข้างทาง
แพรวรู้ทันที
แม้ไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้ง
ว่าตรงนี้แหละ
คือที่ที่พ่อจากไป
หัวใจของเธอกระตุกอย่างรุนแรง
มือที่ถือแฟ้มเริ่มสั่น
คังจุนขยับเข้ามายืนข้าง ๆ
ร่มสีดำบังฝนให้เธอเกือบทั้งหมด
ไหล่ของเขาเปียก
แต่เขาไม่พูดอะไร
แพรวมองถนนตรงหน้า
ภาพในหัวค่อย ๆ ซ้อนทับขึ้นมา
คืนนั้น
ฝนคงตกหนักแบบนี้
ถนนคงลื่น
ไฟคงมืด
พ่อคงกำลังขับรถออกมาจากร้าน
หรือบางที…
พ่ออาจไม่ได้มาถึงตรงนี้ตามเวลาที่ตำรวจเขียนไว้เลย
เธอเปิดแฟ้มออก
หยิบแผนที่ที่พ่อวาดไว้ขึ้นมา
กระดาษถูกใส่ในซองพลาสติกกันน้ำอย่างดี
บนแผนที่มีเส้นทางจากร้านมาถึงจุดเกิดเหตุ
และข้อความของพ่อ
> “ต่อให้รีบที่สุด…”
> “ก็ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 18 นาที”
แพรวเงยหน้ามองถนน
ก่อนพูดเบา ๆ
“จากร้านมาถึงตรงนี้…”
“ถ้าพ่อเซ็นรับของตอนสองทุ่มสามสิบสอง”
“พ่อไม่มีทางมาถึงตรงนี้ทันสองทุ่มสี่สิบ”
คังจุนมองเส้นทาง
ก่อนพยักหน้า
“ใช่”
“โดยเฉพาะถ้าฝนตกหนักแบบวันนี้”
“ยิ่งไม่มีทาง”
คำพูดนั้นทำให้แพรวรู้สึกเหมือนหายใจติดขัด
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะความจริงบางอย่างกำลังเริ่มชัดขึ้น
ตลอดยี่สิบปี
ทุกคนเชื่อว่าพ่ออยู่ที่นี่ในเวลานั้น
แต่เอกสาร
ใบเสร็จ
และเส้นทางจริง
กำลังบอกว่า
เรื่องนั้นอาจเป็นไปไม่ได้
ทันใดนั้น
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นไกล ๆ
แพรวสะดุ้งเล็กน้อย
ภาพในอดีตที่เธอไม่เคยเห็น
กลับเหมือนกำลังถูกสร้างขึ้นในใจ
ถนนเปียก
ไฟหน้ารถ
เสียงเบรก
เสียงฝนกระแทกพื้น
และบางอย่างที่ยังไม่ถูกพูดถึง
คังจุนก้มลงมองพื้นริมถนน
ก่อนขมวดคิ้ว
“แพรว”
หญิงสาวหันไปหา
“อะไร”
เขาชี้ไปยังเสาไฟเก่าข้างทาง
“ในรายงานตำรวจ…”
“บอกว่ารถเสียหลักตรงโค้งนี้ใช่ไหม”
แพรวรีบเปิดเอกสาร
“ใช่”
“ตรงนี้”
คังจุนเดินเข้าไปใกล้เสาไฟ
เขาก้มดูฐานปูนเก่า
แม้เวลาจะผ่านมานาน
แต่ด้านหนึ่งของฐานเสา
ยังมีรอยแตกที่ถูกซ่อมไว้
สีปูนต่างจากส่วนอื่นเล็กน้อย
“ถ้ารถของพ่อคุณเสียหลักชนตรงนี้…”
เขาพูดช้า ๆ
“รอยกระแทกควรอยู่ด้านหน้า”
“แต่รอยซ่อม…”
แพรวเดินเข้าไปใกล้
มองตามนิ้วของเขา
คังจุนพูดต่อ
“มันอยู่ด้านข้าง”
หัวใจของแพรวเต้นแรงขึ้น
“หมายความว่าไง”
คังจุนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบด้วยเสียงต่ำ
“หมายความว่า…”
“รถอาจไม่ได้เสียหลักเอง”
ฝนตกหนักขึ้น
เสียงเม็ดฝนกระทบร่มดังถี่กว่าเดิม
แพรวมองรอยซ่อมที่ฐานเสาไฟ
แล้วรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว
เพราะถ้ารถไม่ได้เสียหลักเอง
ก็แปลว่าในคืนฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อน
อาจมีบางอย่าง
หรือบางคน
ทำให้รถของพ่อสมชายต้องพุ่งออกนอกทาง
สายฝนยังคงตกไม่หยุด
เม็ดฝนกระทบร่มสีดำเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
แพรวยืนมองรอยซ่อมที่ฐานเสาไฟ
หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงฝน
เธอค่อย ๆ ย่อตัวลง
ใช้นิ้วลูบปูนที่ถูกซ่อมใหม่เมื่อหลายปีก่อน
แม้เวลาจะผ่านไปนาน
แต่สีของปูนยังแตกต่างจากส่วนเดิมเล็กน้อย
ราวกับกำลังบอกว่า
ที่นี่...
เคยเกิดบางอย่างขึ้นจริง
...
"คังจุน..."
แพรวพูดเบา ๆ
"คุณแน่ใจเหรอ"
ชายหนุ่มไม่ได้รีบตอบ
เขาเดินสำรวจรอบบริเวณอย่างละเอียด
ตั้งแต่ร่องน้ำ
ขอบถนน
จนถึงต้นไม้ใหญ่ที่อยู่เลยโค้งไปไม่ไกล
ก่อนหันกลับมา
"ผมไม่ได้บอกว่ามีคนชน"
"แต่ผมกำลังบอกว่า..."
"รายงานตำรวจอาจไม่ตรงกับสภาพจริง"
แพรวเงียบลง
ประโยคนั้น
หนักกว่าที่เธอคิด
เพราะหากรายงานผิด
ทุกสิ่งที่คนทั้งหมู่บ้านเชื่อมาตลอด
ก็อาจผิดทั้งหมด
...
คังจุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เปิดแผนที่
ก่อนเทียบกับแผนที่ลายมือของพ่อสมชาย
เขาลองเดินจับเวลาจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
แม้จะเป็นเพียงการคำนวณคร่าว ๆ
แต่ผลที่ได้
กลับใกล้เคียงกับสิ่งที่พ่อสมชายเขียนไว้
สิบแปดนาที
ไม่น้อยไปกว่านั้น
เขาหันมามองแพรว
"พ่อคุณคำนวณถูก"
แพรวกำแฟ้มเอกสารแน่น
น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
พ่อไม่ได้บันทึกทุกอย่างไว้เพราะความดื้อรั้น
แต่พ่อกำลังพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ด้วยหลักฐาน
ไม่ใช่อารมณ์
...
ทั้งสองเดินต่อไปตามแนวถนน
ฝนเริ่มเบาลง
แต่พื้นยังเปียกชื้น
แพรวหยุดตรงคูน้ำข้างทาง
แล้วก้มลงมอง
หญ้าขึ้นปกคลุมเกือบทั้งหมด
ไม่มีร่องรอยของเหตุการณ์ในวันนั้นเหลืออยู่แล้ว
เธอหลับตา
พยายามจินตนาการถึงคืนเมื่อยี่สิบปีก่อน
เสียงฝน
เสียงเครื่องยนต์
เสียงเบรก
แล้วก็...
เสียงหนึ่ง
ที่เหมือนแว่วเข้ามาในหัว
"คังจุน!"
แพรวลืมตาทันที
หัวใจเต้นแรง
"เมื่อกี้..."
คังจุนหันมา
"เป็นอะไร"
แพรวส่ายหน้าเบา ๆ
"ไม่รู้"
"เหมือนฉันได้ยินเสียงใครเรียก"
คังจุนยิ้มอ่อน
"บางที"
"เราอาจคิดมาก"
แพรวพยักหน้า
แต่ลึก ๆ
เธอรู้สึกว่า
เสียงนั้น
ไม่ใช่จินตนาการ
...
ทั้งคู่กำลังจะเดินกลับไปที่รถ
จู่ ๆ คังจุนก็หยุด
เขามองไปยังต้นไม้ใหญ่ริมถนน
ต้นไม้ต้นเดียวกับที่อยู่เลยโค้งออกไป
"แพรว"
"คุณดูนั่น"
แพรวเดินเข้าไป
ตรงลำต้นด้านหนึ่ง
มีรอยแผลยาว
แม้ต้นไม้จะโตขึ้นมากแล้ว
แต่ยังเห็นร่องรอยเก่าอยู่
คังจุนเอามือแตะเบา ๆ
"ถ้ารถชนต้นไม้"
"รอยควรอยู่ด้านนี้"
เขาเดินอ้อมไปอีกด้าน
แล้วส่ายหน้า
"แต่ถ้ารถพุ่งจากโค้ง..."
"มันไม่น่าจะมาชนมุมนี้"
แพรวเริ่มเข้าใจ
ทุกอย่าง
เริ่มไม่ตรงกับรายงานอีกแล้ว
...
ขณะที่ทั้งสองกำลังถ่ายภาพเก็บไว้
เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันหนึ่งก็ดังขึ้น
รถเก่าค่อย ๆ จอดห่างออกไปไม่กี่เมตร
ชายชราวัยประมาณเจ็ดสิบปี
เปิดประตูลงมา
เขาถือร่มเก่า ๆ
แล้วมองแพรวอยู่นาน
"หนู..."
"เป็นลูกสมชายใช่ไหม"
แพรวชะงัก
"ค่ะ"
ชายชรายิ้มเศร้า
"หน้าเหมือนพ่อมาก"
แพรวพยายามนึก
แต่ไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน
"ลุงรู้จักพ่อหนูเหรอคะ"
ชายชราพยักหน้า
"รู้จัก"
"ลุงผ่านถนนเส้นนี้ทุกวัน"
"เมื่อก่อนทำสวนอยู่แถวนี้"
คังจุนสบตาแพรว
ก่อนถามอย่างสุภาพ
"ลุงอยู่แถวนี้มาตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนใช่ไหมครับ"
ชายชราพยักหน้าอีกครั้ง
"ใช่"
แพรวรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้น
เธอสูดลมหายใจลึก
ก่อนถามคำถามที่เก็บไว้ในใจมาตลอด
"ลุง..."
"คืนที่เกิดเหตุ"
"ลุงเห็นอะไรหรือเปล่า"
ชายชราเงียบ
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
สายตามองไปยังถนนเส้นเดิม
เหมือนกำลังย้อนกลับไปในคืนฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อน
ผ่านไปหลายวินาที
เขาจึงตอบเบา ๆ
"ลุง..."
"ไม่ได้เห็นทั้งหมด"
แพรวพยักหน้า
"แค่อะไรก็ได้ค่ะ"
ชายชราหลับตา
ก่อนพูดช้า ๆ
"ลุงจำได้..."
"คืนนั้นฝนตกหนักมาก"
"จนมองแทบไม่เห็นทาง"
"แต่ก่อนจะได้ยินเสียงชน..."
"ลุงเห็นไฟหน้ารถ"
"สองคู่"
ทั้งแพรวและคังจุนหยุดหายใจ
"สองคู่?"
ชายชราพยักหน้า
"ใช่"
"ตอนนั้นลุงยังคิดเลย"
"ทำไมรถสองคันถึงขับตามกันมา"
แพรวรีบเปิดรายงานตำรวจ
ในเอกสารระบุชัดเจนว่า
มีรถเพียงคันเดียว
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
ชายชราไม่ได้พูดต่อ
เพียงถอนหายใจเบา ๆ
ก่อนมองสายฝนที่ยังตกพรำ
"หลังจากวันนั้น..."
"ไม่มีใครมาถามลุงอีกเลย"
"ลุงก็คิดว่า..."
"คงไม่มีใครอยากรู้แล้ว"
แพรวรู้สึกน้ำตาร้อนผ่าว
เธอค่อย ๆ ยกมือไหว้ชายชรา
"ขอบคุณนะคะ"
"เรื่องที่ลุงจำได้..."
"สำคัญกับหนูมาก"
ชายชรายิ้มอ่อน
ก่อนขึ้นรถและขับจากไปช้า ๆ
เหลือเพียงเสียงฝน
กับความเงียบ
แพรวหันไปมองคังจุน
ทั้งสองไม่จำเป็นต้องพูดอะไร
เพราะต่างเข้าใจตรงกัน
คืนฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อน
ไม่ได้มีรถเพียงคันเดียว
และนั่นหมายความว่า...
ยังมีใครอีกคนอยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น
ความจริงที่ทุกคนเชื่อมาตลอด
กำลังเริ่มแตกร้าว
และคำตอบของคืนฝนตก...
กำลังพาพวกเขาไปสู่ความลับที่ใหญ่กว่าเดิม
จบตอนที่ 36 ❤️🥓📖