EP.6
“…..”ข้าวของของเขาที่เธอเทออกมาเธอก็เก็บใส่กระเป๋าเหมือนเดิม รวมถึงของตัวเองก็รวบเก็บ หยิบกระเป๋าพาดบ่าไม่มีอารมณ์ที่จะอยู่ทานข้าวทานยา หลังมือข้างขวามีสายน้ำเกลือติดอยู่ ในเมื่อเธอต้องการที่จะออกไปจากที่นี่ก็ต้องดึงมันออก
“ผมบอกให้คุณมากินข้าว”เขาหยุดการกระทำของเธอทันที กุมมือของเธอป้องกันการแกะมันอีก ไม่ทันไรก็โดนเธอสะบัดออก
“ฉันไม่หิว”
“คุณจะไปไหน”
“ไม่ต้องรู้”
“กินข้าว คุณไม่ได้กินอะไรมาวันหนึ่งแล้วนะ เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปอีก”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว คุณก็เห็น”
“ใช่ผมเห็น แต่คุณก็ต้องให้หมอเห็นแบบนั้นด้วย คุณถึงจะได้ออกจากที่นี่ได้”
หากเขาร้อนใจแบบเธอเขาจะไม่พูดแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาหวังดีจริงๆหรือเปล่า เธอรังเกียจสายตาของเขาที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ถึงแม้ไม่มีการถึงเนื้อถึงตัวแต่เขาก็ลวนลามเธอทางสายตา ชุดคนไข้ที่ใส่อยู่มันค่อนข้างบาง
“อย่ามายุ่งกับฉันได้ไหม”
“ผมอุตส่าห์ช่วยคุณมานะ คุณจะพูดแบบนี้ได้ไง”
“ทำไมล่ะ คุณจะทวงบุญคุณฉันเหรอ อยากได้อะไรเป็นรางวัลที่คุณช่วยฉันไว้ล่ะ คิดไว้ยังล่ะ”
“ไม่ ผมไม่ได้จะทวงบุญคุณอะไรเลย ผมแค่จะบอกคุณว่า กรุณามากินข้าวกินยารอหมอมาตรวจก่อนเถอะคุณ ถือว่ารักษาน้ำใจผม เร็วสุดพรุ่งนี้ก็ได้ออกจากที่นี่แล้ว”
“ขอบคุณที่ช่วยนะ พอใจไหม? จะเอาอะไรอีก”
“ครับ ขอบคุณสำหรับคำขอบคุณ แต่คุณก็ต้องมากินข้าว”
“ถ้าคุณอยากให้ฉันกินมาก คุณก็ออกไป เดี๋ยวฉันโทรตามญาติฉันมาดูแลได้”
“ผมว่าผมดูแลมีนได้ดีกว่าใครๆ ให้ผมดูแลมีนเถอะนะ”
เธอกำหมัดแน่นเพราะรำคาญ แค่ความรู้สึกวิตกที่ของสำคัญหายไปมันทำให้กระวนกระวายจนอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว เขายิ่งเพิ่มให้จิตใจร้อนรุ่มเข้าไปใหญ่ “อย่าทำตัวน่ารำคาญมากได้ป่ะ ตอนนี้คุณหมดประโยชน์กับฉันแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ก็ได้นะ ขอเตือนไว้ก่อน ว่าอย่าทำให้ฉันหมดความอดทน”
“เลือดเย็น”
“เป็นประโยคที่ปัญญาอ่อนที่สุดที่เคยได้ยินมา” แม้เธอจะเป็นอย่างที่เขาและใครหลายคนบอกแต่เธอสะอิดสะเอียนกับคำๆนี้มากๆ
“ดูเหมือนคุณจะร้ายกาจไม่เบานะ”
“ไม่ต้องยุ่ง”ร่างบางกอดอกเดินกลับเตียงไปนั่งทานข้าวเพื่อตัดรำคาญ แม้ว่าเธอจะหิวข้าวมากๆแต่รู้สึกได้ว่าทานได้ไม่เยอะ
“ข้าวต้มไม่อร่อยเหรอครับมีน อาหารโรง’บาลก็จืดชืดแบบนี้แหละอยากได้เครื่องปรุงไหม”
เจ้าของชื่อเล่นเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เรียกด้วยความสงสัย เธอวางช้อนลงกระทบชามเสียงดังหลังทานไปได้ไม่กี่คำ เขายังจ้องมองเธอไม่วางตา ท่าทางของเขามันไม่น่าเข้าใกล้ แค่หายใจในพื้นที่เดียวกันก็สะอิดสะเอียน ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในทุกเรื่องคงไม่พ้นเขา หากเขาไม่มีความดีความชอบที่ช่วยเธอออกมาจากป่า เธอคงไม่ใจเย็นด้วยขนาดนี้“คุณรู้จักชื่อเล่นฉันได้ไง”
“คุณเป็นคนมีชื่อเสียงในวงการการออกแบบเครื่องประดับไม่ใช่เหรอ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมจะไม่รู้จักคุณ”
“แล้วคุณเป็นใครล่ะ บอกฉันบ้างสิ วันนั้นทำไมถึงไปอยู่ในป่าได้”
“ผมเหรอ?... เก็บของป่าขายปะทังชีวิต”
“เหอะ!”นึกไว้แล้วว่าเขาคงไม่บอกความจริง แต่เธอคาดเดาได้ว่าเขาต้องเป็นผู้มีอิทธิพลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งตามที่พยาบาลเล่า
“ผมขอถามอะไรหน่อยสิ ตามที่มีนเล่ามา มีคนตามฆ่ามีนอยู่ มันเป็นใครล่ะ”
“ฉันคิดว่าคุณรู้แล้วซะอีก”
“ผมเนี่ยนะ ผมจะไปรู้ได้ยังไง มีนไปทำอะไรให้คนพวกนั้นตามฆ่าล่ะ”
“ไม่ต้องใส่ใจชีวิตฉันมาก”
“ต้องใส่ใจสิ ผมเป็นคนมีน้ำใจ หน้าห้องมีน ผมให้ลูกน้องมาเฝ้าหลายคน กลัวว่าศัตรูมีนมันจะบุกมาถึงที่นี่ กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ แล้วก็ไม่อยากให้ใครมาเยี่ยมมีนด้วย ผมจะดูแลมีนเอง”
“ฉันอิ่มแล้ว”หมดอารมณ์ที่จะทานข้าวต้มต่อ เธอทานยาและน้ำปิดจบมื้อแรกทันที คาดว่าวันนี้เธอคงไม่สามารถออกไปไหนได้
“คุณจะออกไปได้ยัง”
มาเฟียหนุ่มไม่ตอบอะไรกลับ เก็บถาดอาหารออกจัดที่เพื่อให้มิลินนอนพักผ่อนได้สะดวก “ให้ผมเช็ดตัวให้ไหม”เขาถามพลางบิดผ้าชุบน้ำหมาดๆ
“ฉันเช็ดเองได้”
“ให้ผมดูแลดีกว่านะ”มาร์ตินดึงสายเสื้อผู้ป่วยที่ผูกกันอยู่ออกเส้นแรกทางด้านบนเปิดทางให้ตัวเองเช็ดได้สะดวก
“ทำอะไรอ่ะ!”เธอรีบเอามือมาปิดเกรงว่าเขาจะเห็นหน้าอกเธอ ทั้งที่เขาเคยเห็นแล้วแต่เธอก็ไม่ชอบอยู่ดีเพราะครั้งนี้เธอไม่ได้เต็มใจ
“เช็ดตัวไงครับ เอามือออกแป๊บนึงสิ ผมจะได้เช็ดให้”
“ไม่ต้อง ฉันเช็ดเองได้”เธอดึงผ้ามาจากมือของเขา“จุดประสงค์ของคุณคืออะไร” เธอตั้งคำถามขึ้นมาตรงๆนัยน์ตาคู่นั้นหื่นกระหายจนเธอมองออก โยนผ้าผืนนั้นใส่หน้าเขาทันที
“ก็เช็ดตัวให้คุณไง”
“แต่สายตาคุณมันไม่ใช่แค่นั้น”
“แล้วมันแค่ไหน”
“อย่ามาทำตัวรุ่มร่าม”
“ผมแค่เช็ดตัว ไม่มีอะไรเลยคุณ”
“พอแล้ว ไม่ต้องทำแล้ว ฉันจะนอน”มิลินผูกเสื้อให้เรียบร้อยแล้วจะตะแคงข้างหันหลังหนีแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นเป้ากางเกงของเขามันตุงออกมาจนดูผิดปกติ
เพียะ!
“สวยแต่ดุจังเลยครับ”มาเฟียหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างร้ายกาจ เขาไม่สะทกสะท้านกับการโดนตบและชอบมันด้วยซ้ำที่มีรอยมือของเธออยู่บนหน้า
“ไปให้ไกล อย่ามาเข้าใกล้ฉัน”
“ไม่อยากอ้าขาให้ผมแล้วเหรอ”
“ไปให้ไกล!”
“ถ้ามีนไม่อยากทำไม่เป็นไร แต่ให้ผมดูแลมีนเถอะ”
“อย่ามายุ่ง ออกไป!”
“ผมอยากดูแลมีนมากๆเลยครับ”
ดึงผ้าห่มมาปิดบังตัวและใบหน้าให้มิดชิด ปิดหูไม่ฟังประโยคที่เขาพล่าม เรื่องสร้อย เรื่องทำของใส่มันต้องเป็นดังข้อสันนิษฐานของเธอทั้งหมดแน่นอนจากพฤติกรรมของเขาที่ไม่ต่างจากโรคจิต
สองวันต่อมา
@คฤหาสน์มาร์ติน
“ที่นี่บ้านคุณเหรอ”กวาดสายตามองไปรอบห้องขนาดใหญ่ ภายในห้องมีสีดำสลับขาว ไลฟ์สไตล์การตกแต่งค่อนข้างคล้ายกับความชอบของเธอเอง แม้กระทั่งชุดที่เขานำมาให้เธอใส่หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ถูกใจเธอไม่น้อย
“ครับ”
หญิงสาวหย่อนสะโพกที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับมาเฟียหนุ่ม เธอส่ายใบหน้าเบาๆเมื่อมาร์ตินยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาให้ แม้จะไม่รับของมึนเมาแต่ก็ทานอาหารที่เขาจัดเตรียมมาให้เพื่อดับความหิวโหยสักนิด อาหารโรงพยาบาลไม่ถูกปากเธอเท่าที่ควร มื้อนี้จึงเป็นมื้อแรกที่ได้ทานรสชาติจัดจ้าน
“หิวเหรอ”
“อือ”
“คุณอยากกินอะไรอีกไหม เดี๋ยวผมสั่งมาเพิ่ม”
มิลินถอนหายใจแรงอย่างเดือดดาล สองมือกำช้อนส้อมแน่น กระแทกกับโต๊ะรัวๆเพื่อบอกว่าเธอไม่พอใจ“ฉันจะกลับได้ตอนไหน”
“กลับไหน”
“คอนโดฉันไง ฉันมีที่อยู่นะ ไม่ได้เร่ร่อนเป็นสัมพเวสี”
“แน่ใจว่ามันปลอดภัย”
“ทำไมถึงคิดว่ามันไม่ปลอดภัยล่ะ”
“ก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัยเท่าที่นี่”
“หมายความว่าไง”
“มันก็แปลไม่ยากนะ”เขาตักสปาเก็ตตี้ใส่จานให้เธอ เฉยเมยต่อคนที่กำลังกระฟัดกระเฟียดไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คนที่ตามฆ่ามีนมันคงต้องการตัวมีนมาก เพราะฉะนั้นมีนก็กบดานที่นี่ไปก่อนไง อยู่กับผมปลอดภัยกว่าเยอะ”
“ดูเหมือนคุณจะพูดไม่รู้เรื่องนะ”
“ดูเหมือนว่ามีนจะไม่เข้าใจคำว่าหลบไอ้พวกนั้นซักพักนะ”
“คิดว่าฉันไม่มีปัญญาหาทางหนีเองเหรอ”
“ดูเหมือนมีนจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากผมอีกต่อไปนะ”
“ก็รู้หนิ แล้วจะยื้อเพื่อ? แม้ว่าข้างนอกอันตรายแต่ฉันก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองตายหรอก”
“ผมไม่เคยยื้อ”
“คุณต้องการอะไรคุณก็พูดมาตรงๆดีกว่า”
“เหตุผลผมก็บอกมีนไปแล้วว่าทำไมผมถึงให้มีนมาอยู่นี่ ผมอยากดูแลมีนครับ”
“…”เขาพูดมันซ้ำๆจนเธอเริ่มกลัว โทนเสียงของเขามันเป็นเสียงของคนโรคจิตดีๆนั่นเอง มิลินโยนจานใบเล็กทิ้งอย่างไม่ใยดี บ่งบอกว่าเธออารมณ์เสียอย่างมาก
“ฮ่าๆๆๆๆ”มาร์ตินไม่ใส่ใจกับการกระทำแบบนั้น
“เลิกเล่นอะไรบ้าๆสักที ฉันรำคาญ ฉันอยากออกไปจากที่นี่”
“คุณจะหงุดหงิดอะไรก็ช่าง แต่เชื่อผมเถอะว่าที่นี่ปลอดภัย”
“เหอะ!”มิลินครางในลำคอเสียงดังอย่างเย้ยหยัน จนถึงตอนนี้สิ่งที่เธอสันนิษฐานไว้เธอว่าเธอคิดถูกมันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาไม่ได้มีน้ำใจจะช่วยเธอแบบไม่หวังสิ่งตอบแทน
หากจะเดินดุ่มๆออกไปจากที่นี่ ลูกน้องของเขาคงไม่ให้เธอออกไปอย่างง่ายดายเหมือนที่เขาทำ การโวยวายในตอนนี้อาจไม่ช่วยอะไร คงต้องปรับแผนใหม่ให้แยบยลกว่าเดิม
....................................................................................
ฮุๆๆๆ ทำไงกับไอ้โรคจิตนี่ดีนะ