บทที่ 1บำบัด 30%

1317 Words
๑ บำบัด ณ ห้องตรวจในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ชายหนุ่มร่างสูงวัยสามสิบต้น ๆ นั่งอยู่ตรงหน้านายแพทย์หนุ่มวัยเดียวกัน ดวงหน้าของเขาหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยในช่วงที่ภาวะวิกฤติโควิด 19 ยังระบาดแม้จะใกล้เข้าสู่กลางปี 2022 แล้วก็ตาม เขาสูดลมหายใจเข้าลึกขณะนั่งรอคำวินิจฉัยที่แพทย์กำลังอธิบาย “ตอนนี้นายกำลังมีภาวะเครียด ค่อนข้างหนัก หากไม่ได้รับการรักษาอาจจะกลายเป็นซึมเศร้าได้” นายแพทย์หนุ่มผิวขาวหน้าตี๋เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา สายตาจับจ้องอยู่ที่ผู้เป็นเพื่อน ซึ่งเคยเรียนมัธยมมาด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายไปเรียนคนละสาขาตอนเรียนปริญญาตรี แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ “แล้วฉันต้องทำยังไงวะหมอ ตอนนี้ฉันเบื่อทุกอย่าง ไม่อยากทำอะไรเลย นอนก็ไม่หลับ แม้แต่ข้าวก็ไม่อยากกิน ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร ฉันเหนื่อย แต่ไม่อยากให้กระทบกับงาน ไม่งั้นป๊า...” เขาเอ่ยค้างไว้แค่นั้น เพราะคนเป็นเพื่อนรู้ดีอยู่แล้วว่ากรอบที่ทำให้เกิดความกดดันในชีวิตของเขามีอะไรบ้าง ทว่าเขาก็ไม่เคยจะหลุดออกจากกรอบนั้นได้เลย แม้ว่าตอนนี้อายุปาเข้าไปสามสิบสองปี ซึ่งเขาสามารถมีอิสระที่จะจัดการกับชีวิตของตัวเองได้ “ฉันรู้ว่านายต้องมาปรึกษาเรื่องนี้กับฉันสักวัน เพราะนายมีชีวิตที่กดดันทุกเรื่องมาตั้งแต่เกิด ขอโทษเถอะนะที่ฉันอาจต้องวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา” “ฉันเข้าใจ นายพูดมาได้เลย” “สิ่งแรกที่ฉันจะให้นายทำก็คือ รู้จักใช้ชีวิตให้มีความสุข ทำในสิ่งที่อยากทำ ต้องการอะไรก็ทำอย่างนั้น ไม่ต้องกดดันตัวเองเพื่อใครอีก” “นายก็รู้ว่ามันยาก แต่ฉันจะพยายาม” “ฉันไม่ได้อยากให้นายแข็งข้อกับพ่อนาย แต่ฉันอยากให้นายทำตัวเองให้ผ่อนคลายลง ถ้านายหาเงินได้มากมายแต่ต้องทุกข์ใจมากขนาดนี้ ฉันว่ามันไม่คุ้มนะธี” นายแพทย์บริวัตรเอ่ยกับธีภพผู้เป็นเพื่อนรัก ซึ่งวันนี้อุตส่าห์เดินทางมาหาเขาเพื่อปรึกษาอาการผิดปกติของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาพยายามให้คำแนะนำหลายครั้ง แต่พบว่าผู้เป็นเพื่อนไม่ยอมเปิดใจ จนถึงขั้นที่เขาจะเข้าไปช่วยเหลือได้ ด้วยธีภพเป็นลูกชายนักธุรกิจระดับหมื่นล้านที่ในครอบครัวมุ่งแต่แสวงหาเงินทองจนร่ำรวยมหาศาล ลูก ๆ ทุกคนในตระกูลอัครวรกิจ จะต้องแข่งขันสู่ความเป็นหนึ่งเพื่อให้ผู้เป็นบิดาพึงพอใจ ไม่ว่าเป็นเรื่องการเรียนที่ต้องได้เกรดยอดเยี่ยมที่สุด เรียนสูงที่สุด หาเงินให้ได้มากที่สุด ซึ่งเรื่องสุดท้ายนี้เป็นประเด็นสำคัญ ทุกคนในบ้านจะพูดถึงแต่เรื่องธุรกิจ คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรที่สามารถทำกำไรให้ได้มากที่สุดในปีถัดไป หรือไตรมาสถัดไป ธีภพเป็นผู้บริหารธุรกิจนาฬิกานำเข้าแบรนด์หรู ซึ่งเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของอัครวรกิจ ที่จะต้องทำยอดขายแข่งกับพี่ชาย พี่สาว และน้องชาย ซึ่งแต่ละคนก็มีบริษัทของตัวเองที่อยู่ในเครือของอัครวรกิจเช่นเดียวกัน ซึ่งต่างก็แสวงหาความมั่งคั่งและการยอมรับจากผู้เป็นบิดาที่เป็นใหญ่ในครอบครัว และท้ายที่สุดที่ทำให้เขามีอาการย่ำแย่เช่นนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากความรัก ซึ่งเขากับคนรักคบกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แต่กลับต้องล้มเหลวเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากอีกฝ่ายรอเขาพร้อมไม่ไหว จึงได้ขอเลิกและไปคบหากับไฮโซหนุ่มรูปหล่อที่ร่ำรวยระดับต้น ๆ ของประเทศ ทั้งยังเป็นถึงนักแสดงชื่อดัง ทำให้ธีภพทุ่มเทกับงานอย่างหนักเพื่อให้เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจของตนมากยิ่งขึ้น เป็นการทดแทนความรักที่สูญเสียไป “แล้วอีกอย่าง ฉันอยากแนะนำให้นายหาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงจะได้คลายเครียด การที่เราได้ดูแลอะไรสักอย่างด้วยความรัก มันจะทำให้นายมีความสุขและอยากมีชีวิตอยู่” “หึ ฉันไม่เลี้ยงสัตว์ เอามาเลี้ยงคงจะได้เครียดหนักกว่าเดิม อีกอย่างฉันไม่มีเวลา กลัวเอามาแล้วเลี้ยงไม่ดี เดี๋ยวจะตายเสียเปล่า ๆ บาปกรรมหนักขึ้นไปอีก” ธีภพส่ายหน้ายิก อย่างไรเขาก็ไม่มีวันเลี้ยงสุนัขหรือแมวแน่ ๆ ไม่ใช่ไม่ชอบสัตว์ แต่เขากลัวเห็นมันตาย “งั้นก็ลองหาซื้อต้นไม้มาปลูกก็ได้ ฉันไปบ้านใหม่ของนาย ไม่เห็นมีต้นไม้สักต้น เห็นแต่ต้นไทรเกาหลีที่โครงการเขาปลูกไว้ให้” “ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปปลูกต้นไม้ มีแค่ไทรเกาหลีกับสนามหญ้าก็พอแล้วมั้ง ฉันไม่ชอบอะไรรก ๆ” ชายหนุ่มที่มีบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสก์แต่แทบไม่มีต้นไม้สักต้นปลูกในบ้านกล่าว “แต่ถ้านายอยากหายจากความเครียดที่เป็นอยู่ นายก็ไปคิดดูแล้วกันว่าจะเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวหรือว่าจะเลี้ยงต้นไม้ อ้อ ตอนนี้เขาฮิตบอนสีกัน นายลองไปเสิร์ชดูในเพจบอนสีก็ได้ เผื่อลองเอามาเลี้ยงดูสักต้นคลายเครียด เมื่อวานฉันก็เพิ่งสั่งมาเลี้ยงต้นนึง สวยดี นี่ไง มันเป็นไม้ฟอกอากาศด้วยนะ จะได้สดชื่น นี่ฉันก็รอมันโตอีกหน่อยค่อยเอากลับไปใส่กระถางใหญ่ที่บ้าน” นายแพทย์หนุ่มกล่าว พลางยกกระถางบอนสีใบจิ๋วที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานให้ดูด้วยท่าทางมีความสุข “บอนสีเหรอ มันน่าเลี้ยงตรงไหน ก็แค่ต้นบอน นายมียาอะไรให้กินแล้วทำให้ฉันคลายเครียดไหม” ธีภพมองสิ่งตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม “ฉันก็ไม่รู้ว่ามันน่าเลี้ยงตรงไหน เมื่อก่อนฉันก็ถามเพื่อนแบบนี้เหมือนกัน แต่พอลองซื้อมาต้นนึง ฉันก็อยากได้ต้นต่อไปอีก เลยอยากแนะนำให้นายลอง ส่วนยาน่ะฉันจัดยาให้นายแล้ว แต่นายต้องไปทำตามคำแนะนำของฉันด้วย เพราะสิ่งที่นายต้องบำบัดเป็นอันดับแรกก็คือจิตใจ ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองอย่างก็ควรได้รับการบำบัดไปพร้อม ๆ กัน นายควรออกกำลังกาย หรือไปนวดสปาผ่อนคลายบ้างก็ดีนะ” “โอเค ฉันจะลองดู” ธีภพกล่าวพลางถอนใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า คนที่ประสบความสำเร็จเกือบทุกอย่างเช่นเขา จะต้องเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์ แต่เอาเถอะ ถ้ามันจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นกว่านี้ ก็คงไม่มีอะไรดีกว่าการลองทำตามคำแนะนำของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญกว่า ตอนนี้จิตใจเขาแห้งฝ่อไปหมด ไม่มีแรงกระตุ้นใด ๆ ที่ทำให้เขาอยากทำงานหรือสนใจสิ่งแปลกใหม่ เขาบอกลาเพื่อนแล้วเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกสับสน เมื่อกลับไปที่รถ เห็นมนัสชายวัยไม่ห่างจากเขามากนัก ซึ่งเป็นคนขับรถกำลังรออยู่ มนัสเป็นคนขับรถที่บิดาส่งมาให้ จะทำหน้าที่ทุกอย่างราวกับเป็นหุ่นยนต์ เมื่อเขาไปถึง มนัสก็โค้งให้เล็กน้อยแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้เข้าไปนั่ง คนขับรถหนุ่มขับรถออกไปจากโรงพยาบาลอย่างเงียบ ๆ เพราะหากเขาไม่ถามอะไร มนัสก็จะไม่พูดเป็นเรื่องปกติ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรกับมนัสนอกจากจะบอกว่า “เข้าออฟฟิศ” มนัสก็รีบขับรถไปยังเส้นทางที่คุ้นชินในทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD