หลังจากอ่านแชตของเด็กปีหนึ่งจบ วายุ ก็วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหินหน้าตึกวิศวะ รอยยิ้มบาง ๆ กระตุกขึ้นที่มุมปากแก๊งเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกันเริ่มสังเกตทันที
กระทิง เลิกคิ้ว “ยิ้มอะไรของมึงวะ น่ากลัวฉิบหาย”
แทนไท วางหนังสือในมือลง “ใครโทรมา”
วายุเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโยนเล่น
“เด็กปีหนึ่ง” เพื่อนทั้งโต๊ะเงยหน้าพร้อมกัน นะโม ทำหน้าตกใจเว่อร์ “เฮ้ย! ปีหนึ่งที่ไหนกล้าโทรหามึง”
วายุหัวเราะในลำคอ “ปีหนึ่งที่ขับรถชนบิ๊กไบค์กูเมื่อเช้า”
ทันทีที่พูดจบ ทั้งโต๊ะระเบิดเสียงหัวเราะทันที กระทิงถึงกับตบโต๊ะ
“ไอ้เหี้ย! น้องมันยังกล้าโทรมาหามึงอีกเหรอ”
วายุเล่าคร่าว ๆ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าและบทสนทนาในแชต ตั้งแต่ที่เชอลีนทักมา “สวัสดีค่ะ ใช่พี่วายุไหมคะ”
จนถึง “จะให้หนูทำอะไรก็ยอมค่ะ” นะโมหัวเราะจนเกือบสำลักน้ำ
“เด็กมันไม่รู้จริง ๆ ว่ากำลังคุยกับใคร”
แทนไทส่ายหน้าเบา ๆ “แล้วมึงตอบว่าไง”
วายุยักไหล่ “ยังไม่ได้ตอบ”
ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปต่อ เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อนออกผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ โซ่ เขาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ก่อนมองวายุ
“มีคนโทรหามึงยัง” เพื่อนทั้งโต๊ะหันไปมองทันที
กระทิงขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนะ มึงรู้ได้ไง” โซ่หัวเราะเบา ๆ
“ก็พี่นี่แหละคนให้เบอร์” ทั้งโต๊ะเงียบไปสองวินาที
ก่อนนะโมจะร้องลั่น “ไอ้เชี่ยยย!”
โซ่ยักไหล่ “ก็น้องมันถือป้ายกลางคณะเลย” เขาทำท่าชูป้ายล้อเลียน “ใครมีเบอร์พี่วายุ จ่ายหนึ่งหมื่น” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง
วายุเลิกคิ้วนิด ๆ “แล้วมึงก็ให้?”
โซ่พยักหน้า “โอนจริงด้วยนะ”
จากนั้นเขาก็เล่าเหตุการณ์ฝั่งของ เชอลีน ให้ฟังตั้งแต่การประชุมกันหน้าตึก ไปจนถึงตอนยืนชูป้ายซื้อเบอร์ พอเล่าจบ นะโมถึงกับพิงพนักเก้าอี้
“เด็กนี่แม่งกล้าดีว่ะ” กระทิงหันไปมองวายุ
“เอาไงต่อวะ” แทนไทเสริม
“เห็นบอกว่าจะมาหามึงเย็นนี้”
นะโมยิ้มเจ้าเล่ห์ “จะรอน้องมันไหม” วายุหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง สายตาคมมองแชตที่ยังค้างอยู่
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้หนูไปหาที่หน้าคณะนะคะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนวางมือถือกลับลงโต๊ะ
“ไม่” เพื่อน ๆ มองหน้าเขาพร้อมกันวายุเอนตัวพิงเก้าอี้ สายตาเย็นเฉียบ
“ยัยเด็กนี่…” มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย “ต้องถูกเอาคืน”
ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน หน้าตึกคณะของปีหนึ่งเริ่มเงียบลง นักศึกษาหลายคนทยอยกลับหอหรือกลับบ้าน
เชอลีน ยืนกอดอกอยู่ริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย ไม่นานรถคนขับที่บ้านก็มาจอดรับรถคันที่เธอขับชนเมื่อเช้าเธอยื่นกุญแจให้คนขับ
“เอารถกลับไปก่อนนะคะ” คนขับพยักหน้ารับแล้วขับรถออกไป ทันทีที่รถหายไปลับสายตา เพื่อนทั้งกลุ่มก็หันมามองเธอพร้อมกัน
ใบหม่อน ถามเสียงเบา “แล้วตอนนี้แกจะไปไหน”
เชอลีนสูดหายใจลึก “ไปหาพี่วายุที่คณะวิศวะ” คำตอบนั้นทำให้เพื่อน ๆ มองหน้ากันทันที
แตงกวา พูดขึ้นก่อน “งั้นพวกฉันไปด้วย”
เนเน่ พยักหน้าทันที “ปล่อยแกไปคนเดียว เดี๋ยวโดนพี่ปีสี่กินหัวเอา”
นัทตี้ ยิ้มบาง ๆ “ไปพร้อมกันนั่นแหละ อย่างน้อยก็มีพยาน”
เชอลีนมองเพื่อนทั้งสี่คนแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “ขอบใจนะ” ทั้งกลุ่มพยักหน้าพร้อมกัน เตรียมจะเดินออกไป แต่จู่ ๆ เสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“พวกเธอจะไปคณะวิศวะเหรอ”
ทุกคนหันกลับไปมอง หญิงสาวหน้าตาน่ารัก ผมยาวตรงในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาหา เธอยิ้มเล็กน้อย “ฉันได้ยินพอดี” จากนั้นก็พูดต่ออย่างเป็นกันเอง
“ฉันเป็นน้องสาวของพี่โซ่” ชื่อของพี่โซ่ทำให้ทุกคนเลิกคิ้ว
หญิงสาวเอียงหัวถาม
“ถ้าจะไปคณะวิศวะ ไปด้วยกันไหม”
ใบหม่อนมองหน้าเธอแล้วทำท่านึก “เดี๋ยวนะ…” เธอชี้นิ้วเบา ๆ
“เธออยู่ห้องเดียวกับพวกเรานี่นา” ใบหม่อนยิ้มออก
“เห็นนั่งหน้าสุดตลอดเลย” นัทตี้รีบถามทันที
“เธอชื่ออะไรเหรอ” ก่อนจะยิ้มเป็นมิตร “ถ้าไม่รังเกียจ มาเป็นเพื่อนกับพวกเราสิ” หญิงสาวดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า
ก่อนจะแนะนำตัว
โซเฟีย “เรียกสั้น ๆ ว่า เฟีย ก็ได้” เธอยิ้มอย่างเป็นกันเอง
“ฉันเป็นน้องสาวของพี่โซ่”
เชอลีนยิ้มตอบ ก่อนแนะนำตัวบ้าง “ฉันเชอลีน”
เธอชี้ไปทีละคน “นี่ใบหม่อน แตงกวา นัทตี้ แล้วก็เนเน่”
โซเฟียพยักหน้าทักทายทุกคนบรรยากาศเริ่มเป็นกันเองขึ้นอย่างรวดเร็ว
แตงกวาถามทันที “แล้วเธอจะไปคณะวิศวะทำไม”
โซเฟียยิ้มบาง ๆ “ไปหาพี่ชาย” ก่อนจะพูดเสริมเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“แล้วก็…เหมือนพวกเธอกำลังจะไปหาคนที่พี่ชายฉันรู้จักพอดี” คำพูดนั้นทำให้เชอลีนรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก่อนที่ใครจะถามอะไรต่อ ใบหม่อนก็ปรบมือเบา ๆ
“โอเค งั้นไปกันเถอะ”
กลุ่มเด็กปีหนึ่งหกคน จึงเดินมุ่งหน้าไปยัง คณะวิศวกรรมศาสตร์