กลุ่มสาว ๆ เดินมาถึงหน้าตึกคณะวิศวกรรม แต่บรรยากาศค่อนข้างเงียบกว่าที่คิด รุ่นพี่หลายคนเริ่มทยอยกลับกันแล้วเชอลีนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะถามทันที “พี่วายุอยู่ไหมคะ”
โซ่ที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนอยู่หันมาเห็นพอดี เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ทันแล้วล่ะ มันออกไปตั้งนานแล้ว เห็นบอกว่าจะไปทำสีรถ”
เชอลีนขมวดคิ้วทันที “ทำที่ไหนคะ อู่ไหน เดี๋ยวหนูตามไป”ประโยคตรงไปตรงมาของเธอ ทำให้กลุ่มผู้ชายมองหน้ากันเงียบ ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ กระทิง จะเป็นคนพูดขึ้น
“พรุ่งนี้ค่อยมาดีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยุ่งกับมันเลย เชื่อพี่”
น้ำเสียงนั้นจริงจังจนเชอลีนชะงักไปเล็กน้อย
ด้าน ใบหม่อน ที่ยืนฟังอยู่ก็รีบหันมาพูดกับเพื่อน
“เชอลีน กลับก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากัน” สาว ๆ คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย บรรยากาศกำลังจะเงียบลง แต่จู่ ๆ แทนไท ก็พูดขึ้นพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไหน ๆ ก็มาแล้ว ไม่แนะนำตัวทำความรู้จักกันหน่อยเหรอ”
เขามองไปรอบ ๆ กลุ่มสาว ๆ ก่อนพูดต่อ
“หรือว่าจะรอแนะนำตัวพรุ่งนี้ ตอนประชุมเรื่องน้องใหม่”
ได้ยินแบบนั้น นัทตี้ ก็รีบพยักหน้า
“ก็ดีเหมือนกันนะคะ รู้จักรุ่นพี่ไว้ไม่เสียหาย”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นทันที ฝ่ายผู้ชายเริ่มแนะนำตัวกันทีละคน ทั้ง โซ่ กระทิง แทนไท และ นะโม
ส่วนฝั่งผู้หญิง เชอลีนก็แนะนำเพื่อนของตัวเองบ้าง
“เชอลีนค่ะ นี่ใบหม่อน แตงกวา นัทตี้ แล้วก็ เนเน่”ทุกคนพยักหน้าทักทายกัน บางคนยิ้ม บางคนแซวเล่นเหมือนรู้จักกันมานาน แต่ในใจของเชอลีนตอนนี้ กลับมีอยู่เรื่องเดียว
เธอยังไม่ได้เคลียร์กับวายุ และไม่รู้เลยว่าคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ตอนนี้ กำลัง เตรียมแผนเอาคืนเธออยู่หรือเปล่า
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ แทนไทแกล้งพูดขึ้นว่าปีนี้คณะต้องการ “ตัวแทนน้องใหม่ผู้หญิง” มาช่วยงานรับน้องแล้วทุกสายตาก็มองไปที่เชอลีน จากนั้นกระทิงก็พูดเสริมขึ้นมา
“ไอ้วายุมันเป็นประธานสายรุ่นพี่ เห็นมันบ่นเมื่อเช้าว่าขาดคน พี่ว่าถ้าน้องเชอลีนลองเปิดใจช่วยงานมันละก็ บางทีไอ้วายุมันอาจจะใจอ่อนก็ได้”
นัทตี้รีบเชียร์ “เชอลีนทำก็ได้นี่”
โซ่แอบยิ้ม เพราะรู้ว่านี่คือ แผนวายุ ความจริงคือ วายุฝากเพื่อนมาหาคนซวย 1 คน และคนนั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้า
กระทิงพูดกับเชอลีนแบบมีนัย “แต่ถ้าน้องจะไปยุ่งกับไอ้วายุ พี่เตือนไว้ก่อนนะ”
เชอลีนขมวดคิ้ว “ทำไมคะ”
แทนไทหัวเราะ “มันไม่เคยปล่อยใครที่มาหาเรื่องมันก่อน”
ทุกคนเริ่มเล่า วีรกรรมวายุที่เคย เอาคืนคนแบบโหด ๆ ของวายุให้เชอลีนฟัง แต่เชอลีนไม่กลัว เธอยิ้มแล้วพูดว่า
“งั้นก็ดีสิ หนูจะรอดูเหมือนกันว่าเขาจะทำอะไรได้”
โซ่มองเชอลีนแล้วถาม “น้องอยากเจอวายุจริง ๆ เหรอ”
เชอลีนพยักหน้า โซ่ยิ้มบาง ๆ “งั้นพรุ่งนี้มาที่ลานเกียร์ตอนห้าโมง”ทุกคนเงียบ เพราะจริง ๆ แล้ว วายุเป็นคนฝากคำนี้มา
“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นพวกหนูกลับก่อนนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ”
เชอลีนหันมาหาเพื่อน ๆ และพยักหน้าชวนกันกลับ
“เจอกันพรุ่งนี้นะทุกคน” โซเฟียโบกมือลาเพื่อน ๆ สี่สาวเดินคอตกออกมาจากคณะวิศวะเหมือนเพิ่งผ่านศึกหนักมาเชอลีนถอนหายใจยาวจนแก้มป่อง
“โอ๊ย…ชีวิตมหาลัยวันแรกของฉัน ทำไมมันเริ่มต้นด้วยการโดนขู่แจ้งความเนี่ย”
เนเน่ที่เดินข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอามือไปคล้องแขนเพื่อน
“อย่าไปเครียดกับเรื่องที่มันยังมาไม่ถึงเลยน่า ไปหาอะไรกินกันดีกว่า หิวจะตายอยู่แล้ว” แตงกวาที่เดินนำอยู่หันกลับมาอย่างมีแผนในหัว
“เออ พูดถึงเรื่องกิน…ฉันมีร้านแนะนำ” ทุกคนมองเธอทันที
“ร้านอะไร” แตงกวายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“ผับเปิดใหม่ย่านมหาลัย ชื่อกำลังดังเลยนะ เพลงดี คนหล่อเพียบ” ใบหม่อนทำตาโตทันที “จริงดิ!”
นัทตี้หัวเราะ “นี่แกจะพาพวกเราไปปลดปล่อยหรือไปล่าผู้ชายกันแน่” แตงกวายักไหล่แบบไม่คิดปิดบัง
“ทั้งสองอย่างแหละ ชีวิตต้องบาลานซ์”
เชอลีนที่ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าเครียดอยู่ เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมา
“เออ ดีเหมือนกัน ฉันต้องการอะไรแรง ๆ ลืมเรื่องไอ้พี่วายุบ้า ๆ นั่นซะที”
เนเน่ยกนิ้วเห็นด้วยทันที “งั้นสรุป เย็นนี้ไปตื๊ด!”
ใบหม่อนปรบมือเบา ๆ “โอเค สามทุ่ม เจอกันหน้าผับ ใครสายเลี้ยงทั้งโต๊ะ”
นัทตี้ชี้หน้าเพื่อนทันที “โดยเฉพาะแกเลยนะเชอลีน วันนี้แกเป็นสปอนเซอร์”
เชอลีนทำหน้ามุ่ย “โห ยังไม่ทันเข้ามหาลัยก็โดนรีดเงินแล้วเหรอ”
ทุกคนหัวเราะลั่น
หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวสำหรับคืนที่ดูเหมือนจะสนุกสุดเหวี่ยง