เชอลีนยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องนอน
แสงไฟสีอุ่นสะท้อนให้เห็นหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางที่กำลังสำรวจตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมยาวสีน้ำตาลเข้มมีไฮไลท์สีน้ำน้ำเงินสองสามช่อด้านหน้าถูกม้วนลอนอ่อน ๆ ปล่อยสบายลงมาถึงกลางหลังคืนนี้เธอเลือกใส่เสื้อเกาะอกสีดำเข้ารูป กระโปรงหนังเอวสูงสีดำแนบกับสะโพกพอดี รองเท้าบูทส้นสูงทำให้ขาเรียวยาวยิ่งดูโดดเด่นลุคคืนนี้ของเธอทั้งสวย ทั้งดุ และเซ็กซี่แบบไม่ตั้งใจเชอลีนมองตัวเองในกระจกครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ
“คืนนี้จะไม่คิดถึงไอ้พี่วายุบ้านั่นแล้ว เชอะแล้วบอกไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแต่ดันจะไปแจ้งความเอาซะได้”
หญิงสาวคว้ากระเป๋าสะพายก่อนจะเดินออกจากห้องคืนนี้เธอตั้งใจมาสนุกเท่านั้น ไม่มีเรื่องรุ่นพี่และไม่มีเรื่องผู้ชายกวนประสาทคนนั้น
…อย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้น
สามทุ่มตรง
ลานจอดรถหน้าผับเปิดใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยรถยนต์และบิ๊กไบค์จอดเรียงราย เสียงเพลง EDM ดังทะลุออกมาจากด้านใน ไฟนีออนขนาดใหญ่ส่องชื่อร้านอย่างโดดเด่น
BLACK RUSH
ใบหม่อนมาถึงก่อน เธอยืนพิงรถเล่นมือถือรอเพื่อน ไม่นานรถของแตงกวาก็เลี้ยวเข้ามาจอดข้าง ๆ กระจกฝั่งคนขับลดลง
“คนเยอะชะมัด ผับเพิ่งเปิดแท้ ๆ” นัทตี้เดินเข้ามาสมทบพร้อมหัวเราะเบา ๆ
“ร้านใหม่ก็แบบนี้แหละ กำลังฮิต” ทันใดนั้นเสียงรองเท้าบูทส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองพร้อมกันเชอลีนเดินตรงเข้ามา ใบหม่อนถึงกับผิวปาก
“โอ๊ยยย แม่คุณเอ๊ย คืนนี้ใครจะรอด” แตงกวากวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แกแต่งตัวเหมือนจะไปล่าเหยื่อ” เชอลีนยักไหล่
“ฉันมาเต้น ไม่ได้มาจีบใคร”
เนเน่หัวเราะทันที “พูดเหมือนผู้ชายจะปล่อยแกเดินผ่านเฉย ๆ งั้นแหละ” ทั้งสี่คนหัวเราะก่อนจะพากันเดินเข้าไปในผับ
ทันทีที่ประตูเปิด เสียงเพลงก็ดังสนั่น ไฟหลากสีวูบวาบไปทั่วพื้นที่ ฟลอร์เต้นเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังโยกตัวตามจังหวะดนตรีกลิ่นแอลกอฮอล์และควันบาง ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แตงกวากวาดตามองรอบร้านก่อนจะชี้ไปที่โต๊ะว่างมุมหนึ่ง
“ตรงนั้น!” ทั้งสี่คนเดินไปนั่ง พนักงานเข้ามารับออเดอร์ทันที
ไม่นานเครื่องดื่มก็ถูกยกมาเสิร์ฟ เสียงหัวเราะของพวกเธอดังขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนเรื่องวุ่นวายตอนกลางวันหายไปหมดแต่สิ่งที่พวกเธอไม่รู้ก็คือ ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเธอกำลังอยู่ในสายตาของใครบางคน
ชั้นลอยด้านบนของผับ โซน VIP ชายหนุ่มห้าคนนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว
กระทิง โซ่ นะโม วายุ และเจ้าของผับ แทนไท
แทนไทเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มือหมุนแก้ววิสกี้เบา ๆ ก่อนจะมองลงไปด้านล่าง มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย
“เด็กปีหนึ่งมาเที่ยวผับกูแล้วว่ะ”
โซ่เลิกคิ้ว “ไหน”
แทนไทพยักหน้าไปทางโต๊ะมุมหนึ่ง ทุกคนหันไปมอง แล้วก็เห็นกลุ่มผู้หญิงสี่คนกำลังหัวเราะกันอย่างสนุก
นะโมหัวเราะเบา ๆ “โลกมันกลมจริง ๆ”
กระทิงส่ายหัว “สงสารเด็ก”
โซ่ขมวดคิ้ว “สงสารทำไม”
กระทิงพยักหน้าไปทางคนที่นั่งเงียบที่สุด วายุ ตั้งแต่เมื่อกี้เขาแทบไม่ได้พูดอะไรเลย สายตาคมเข้มของชายหนุ่มกำลังจ้องลงไปที่โต๊ะนั้น
นิ่ง และดุอย่างประหลาด แทนไทหัวเราะในลำคอ
“คืนนี้น่าจะสนุก” วายุยกแก้วขึ้นดื่มก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะช้า ๆ สายตายังไม่ละจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านล่าง
“เด็กดื้อ…” เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“อ้าวแล้วมึงจะไปไหนไอ้วายุ ? ” โซ่ถามด้วยความอยากรู้ แต่ว่าไร้เสียงตอบรับจากวายุ
ด้านล่าง เชอลีนกำลังยกแก้วขึ้นดื่ม ใบหม่อนกำลังเล่าเรื่องตลกจนทุกคนหัวเราะ แต่จู่ ๆ เงาของใครบางคนก็ทอดลงมาบนโต๊ะเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือหัวพวกเธอ
“เด็กปีหนึ่ง…” เชอลีนชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นทันที แล้วหัวใจก็สะดุด วายุยืนอยู่ตรงหน้า สายตาคมดุของเขากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดที่ชุดของเธอ เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเขาก็พูดช้า ๆ
“ใครอนุญาตให้มาเที่ยวผับ”
เสียงดนตรียังคงดังสนั่นแต่เชอลีนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบลงเพราะสายตาของผู้ชายตรงหน้า มันกำลังบอกชัดเจนว่าคืนนี้ เธออาจจะ กลับบ้านง่าย ๆ ไม่ได้แล้ว
“ไม่มีใครอนุญาตค่ะ แต่ว่าอายุถึงเกณฑ์ที่จะสามารถเข้าผับได้แล้ว” เชอลีนตอบโดยไม่สนใจวายุสักนิด ก่อนจะหันไปหยิบแก้วเครื่องดื่มและกระดกทีเดียวจนหมด
“ให้มันได้อย่างนี้สิ เธอคงไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสินะ”
“ห๊ะ อะไรนะ ใครกันแน่ที่ไม่รู้สึก” เชอลีนตอบออกมาแต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์วายุก็ดังขึ้นเขากดรับด้วยสีหน้าที่เครียดเป็นอย่างมาก
“ถ้ามันอยากตายก็ให้มันตาย ไม่ต้องเก็บมันไว้ ถ้าตายแล้วก็เก็บกวาดให้สะอาดอย่าให้มันมีปัญหาทีหลัง ” กลุ่มสาว ๆ ถึงกับชะงัก ก่อนที่วายุจะพูดต่อ
“อย่าลืมทำลายหลักฐานให้เรียบร้อย ” พูดจบเขาเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดเป็นอย่างมากทำเอาสาว ๆ ถึงกับพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตกใจ