เชอลีนเดินกระแทกส้นเท้าออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุด ๆ เสียง ตึก ตึก ตึก ของรองเท้าบูทดังชัดท่ามกลางเสียงเพลงในผับ ด้านหลังของเธอ วายุเดินตามมาอย่างสบาย ๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับอารมณ์เดือดของหญิงสาวเลยพอเดินมาถึงโต๊ะเชอลีนก็หันกลับมาชี้หน้าวายุทันที
“ห้ามพูดถึงเรื่องเมื่อกี้อีกนะ!” น้ำเสียงของเธอจริงจังจนเพื่อนทั้งสามคนที่นั่งอยู่ถึงกับชะงัก ใบหม่อนกะพริบตาปริบ ๆ
แตงกวาหันไปมองนัทตี้ เนเน่เอียงหัวอย่างงง ๆ
“เรื่องอะไร?” คำถามดังขึ้นพร้อมกันแทบจะทันที
เชอลีนอ้าปากเหมือนจะพูด แต่ยังไม่ทันได้ตอบวายุก็พูดขึ้นมาสบาย ๆ “ก็เรื่องเข้าห้องน้ำผิดไง” โต๊ะเงียบไปหนึ่งวินาที
ก่อนที่…“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ!” เสียงหัวเราะจะระเบิดออกมาพร้อมกัน
ใบหม่อนแทบจะฟุบลงกับโต๊ะ
“เดี๋ยวนะ! แกเข้าห้องน้ำผู้ชายเหรอ!”
แตงกวาตบโต๊ะดังปัง “โอ๊ยยย ฉันไม่ไหวแล้ว!” เนเน่หัวเราะจนแทบสำลักเครื่องดื่ม “เชอลีน! แกทำได้ยังไง!” นัทตี้ถึงกับน้ำตาไหล
“นี่มันตำนานเลยนะ!” เชอลีนยืนตัวแข็ง หน้าแดงจัด
ก่อนจะหันไปจ้องวายุเขม็ง
“พี่!” วายุยักไหล่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะยกมือมาแตะที่ริมฝีปากตัวเอง และนั่นทำเอาเชอลีนถึงกับเงียบไปในทันที
“ฉันก็แค่ตอบตามความจริง” เชอลีนแทบอยากจะเอาแก้วน้ำสาดหน้าเขา
แต่เพื่อนยังคงหัวเราะไม่หยุดใบหม่อนยังแกล้งถามต่อ
“แล้วตอนเข้าไปเจออะไรบ้าง” วายุยกแก้วที่อยู่ตรงหน้าเชอลีนขึ้นมาจิบ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ก็เจอเด็กคนหนึ่งยืนทำหน้างงอยู่หน้ากระจก”
เขาหันมามองเชอลีน สายตาเจ้าเล่ห์ชัดเจน “น่ารักดี”
คำพูดนั้นทำให้เพื่อนทั้งโต๊ะร้อง
“โอ๊ยยยย!” เชอลีนรีบคว้าหมอนอิงจากโซฟาเขวี้ยงใส่เขาทันที
“หยุดพูดเลยนะ!” วายุรับหมอนเอาไว้ได้สบาย ๆ
ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ส่วนด้านบนของผับ แทนไทกับพวกกระทิงที่มองเหตุการณ์อยู่ไกล ๆ ก็ส่ายหัว โซ่ยกแก้วขึ้นจิบ ก่อนจะพูดเรียบๆ “กูว่ามันสนุกกับการแกล้งเด็กคนนั้นจริง ๆ”
กระทิงพยักหน้า “ไม่ใช่แค่แกล้งหรอก”
นะโมหัวเราะเบา ๆ “มันกำลังจีบ”
แทนไทมองลงไปที่โต๊ะนั้น ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“แล้วเด็กคนนั้นก็ยังไม่รู้ตัวด้วย”
“กลิ่นสงครามมาแล้ว” แตงกวาพูดขึ้น
วายุหัวเราะในลำคอ เสียงต่ำจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเพลง
“ปากเก่ง” เขาพึมพำก่อนเดินไปนั่งข้าง ๆ เชอลีนแล้วเอนตัวลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งวางบนพนักเก้าอี้ของเชอลีนเหมือนกำลังคร่อมพื้นที่ของเธอไว้ “แต่ยังดื้อเหมือนเดิม”
เชอลีนกำลังจะอ้าปากเถียงแต่ทันใดนั้นผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ ก็เดินเข้ามาชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวยิ้มให้เธอ
“ขอโทษครับ” เขาพูดเสียงสุภาพ
“พอดีผมเห็นคุณนั่งอยู่ตั้งนาน เลยอยากขอเลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้ว” ใบหม่อนกับแตงกวาทำตาโตทันทีเนเน่รีบหยิบแก้วขึ้นมาจิบเหมือนกำลังดูละคร
เชอลีนกำลังจะตอบ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรมือใหญ่ของวายุก็ยื่นออกไปวางบนโต๊ะ ดัง ปึก ชายหนุ่มคนนั้นชะงัก วายุเงยหน้าขึ้นมองเขาช้า ๆ สายตาคมเข้มเย็นจัด
“เธอมากับกู” เสียงของเขานิ่งแต่มันหนักจนคนฟังรู้สึกได้
ผู้ชายคนนั้นหัวเราะแห้ง ๆ
“ผมแค่....”
“กูรู้” วายุพูดตัด “แต่กูไม่อนุญาต” คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศตึงทันที ชายหนุ่มมองเชอลีนสลับกับวายุ ก่อนจะยกมือขึ้น
“โอเค ๆ ผมไม่ยุ่งก็ได้” เขารีบถอยกลับโต๊ะตัวเองทันที
ทันทีที่เขาเดินไป เชอลีนก็หันมามองวายุอย่างไม่พอใจ
“พี่ทำแบบนั้นทำไม” วายุเลิกคิ้ว “แบบไหน”
“ก็แบบเมื่อกี้ไง!” เธอพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย
“ฉันจะคุยกับใครมันก็เรื่องของฉัน” วายุจ้องเธออยู่สองวินาที ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตราย
“ใช่ แต่เธอจูบพี่แล้วนะ เธอก็ต้องรับผิดชอบสิ”
เขาพูดช้า ๆ เบา ๆ ทำเอาเชอลีนพูดไม่ออกเพราะกลัวว่าพูดไปเพื่อนก็จะได้ยินอีก
วายุหยิบแก้วเหล้าของเชอลีนขึ้นมาดู ก่อนจะวางมันลง
“แต่ถ้าเธอเมา” สายตาคมของเขากลับมาจ้องเธออีกครั้ง
“มันจะกลายเป็นเรื่องของฉันทันที”
เชอลีนอึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหม่อนกระซิบเบา ๆ
“โอ๊ยยย พี่เขาหวงแกชัดๆ”
แตงกวาพยักหน้าแรง “หวงมากด้วย”
เชอลีนหันไปมองเพื่อน “เงียบ!”
วายุหัวเราะเบา ๆ แล้วเขาก็พูดประโยคหนึ่งออกมา
“ลุกขึ้น” เชอลีนขมวดคิ้ว
“อะไร อะไรอีก”
“พี่บอกให้ลุก” เขาพูดนิ่ง ๆ “เราจะกลับ”
คำสั่งนั้นทำให้เชอลีนแทบลุกพรวด “ฉันไม่กลับ!” เธอพูดทันที
“ฉันเพิ่งมาเองนะ” วายุพยักหน้าเหมือนเข้าใจดีแต่แววตากลับยิ่งดุขึ้น “งั้นดี” เขาพูดเรียบ ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับข้อมือเธอ
แล้วดึงให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
“พี่วายุ!” เชอลีนร้องตกใจ ใบหม่อนกับแตงกวาหัวเราะลั่น
เนเน่ยกมือถือขึ้นเหมือนจะถ่ายคลิป วายุไม่สนใจใครทั้งนั้น
เขาดึงเชอลีนเดินฝ่าฝูงชนออกไปจากโต๊ะหญิงสาวพยายามดึงมือกลับ
“ปล่อยนะ!” วายุหันมามองเธอสายตาดุจนคนรอบข้างยังต้องหลบ แล้วเขาก็พูดเสียงต่ำใกล้หูเธอ
“เด็กดื้อ อย่าทำให้ฉันต้องใช้วิธีแรงกว่านี้”
เชอลีนชะงัก ส่วนด้านบนของผับกระทิง โซ่ นะโม และแทนไท กำลังยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมด
แทนไทหัวเราะลั่น
“กูบอกแล้ว คืนนี้สนุก”
โซ่ยกแก้วขึ้นจิบ “พนันกันไหม”
นะโมถาม “เรื่องอะไร”
โซ่ยิ้ม “อีกไม่เกินสองเดือน”
สายตาเขามองไปทางวายุกับเชอลีนที่กำลังเถียงกันอยู่กลางฟลอร์
“ไอ้วายุแม่งต้องคลั่งเด็กคนนั้นหนักแน่”
กระทิงพยักหน้า
“ตอนนี้กูก็ว่าเริ่มแล้วนะ