วายุลากเชอลีนฝ่าฝูงชนออกมาจากด้านในผับ เสียงดนตรีค่อย ๆ เบาลงเมื่อประตูด้านหน้าถูกเปิดออก อากาศกลางคืนพัดเข้ามาปะทะใบหน้า แต่เชอลีนกลับไม่ได้รู้สึกเย็นลงเลยเพราะอารมณ์ของเธอตอนนี้…กำลังเดือด ทันทีที่มาถึงลานจอดรถเธอก็สะบัดมือออกจากมือของเขาทันที
“ปล่อยนะ!” วายุปล่อยมือจริง ๆแต่เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ สูงกว่าเธอเกือบศีรษะหนึ่ง สายตาคมเข้มจ้องเธอนิ่ง เชอลีนหายใจแรงเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น
“พี่มีสิทธิ์อะไรมาลากฉันออกมา!” เสียงเธอดังพอให้คนที่เดินผ่านหันมามอง แต่เธอไม่สนใจ
“ฉันจะนั่ง จะเต้น จะคุยกับใครมันก็เรื่องของฉัน”
เธอชี้นิ้วใส่เขา “พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน!”
ประโยคนั้นทำให้วายุเงียบไป เพียงครู่เดียว แต่แววตาของเขา…เปลี่ยนไปชัดเจนและอันตรายกว่าเดิม
เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว เชอลีนถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับรถคันหนึ่ง ยังไม่ทันตั้งตัว มือใหญ่ของวายุก็ยกขึ้นวางลงบนหลังคารถข้างศีรษะของเธอ ดัง ปึก
ตอนนี้เธอถูกขังอยู่ระหว่างเขากับตัวรถ ใกล้เกินไปใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขา เชอลีนพยายามทำหน้าแข็ง
“หลบไป”
วายุไม่ได้หลบ เขาก้มหน้าลงมาเล็กน้อยสายตาคมมองเธอตรง ๆ
“เธอแน่ใจนะ” เสียงของเขาต่ำลง “ว่าอยากท้าฉันแบบนี้”
เชอลีนขมวดคิ้ว “ฉันท้าอะไรพี่” วายุหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ ทีละคำ “ใส่ชุดแบบนั้นไปนั่งในผับ ให้ผู้ชายมองทั้งร้าน”
สายตาเขากวาดมองเธออีกครั้ง “แล้วบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับฉัน”
เชอลีนอ้าปากจะเถียง แต่เขาพูดต่อทันที “เด็กดื้อ”
คำเรียกนั้นทำให้เธอหงุดหงิด “อย่าเรียกฉันแบบนั้น!”
วายุยิ้มมุมปาก แต่รอยยิ้มของเขาดูเหมือนนักล่ามากกว่าคนปกติ
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไร” เขาก้มลงมาใกล้อีกนิดใกล้จนเสียงของเขาแทบกระซิบข้างหู
“แฟน?” เชอลีนตาโตทันที “พี่บ้าไปแล้วเหรอ!”
วายุหัวเราะ เสียงต่ำในลำคอ ก่อนจะยืดตัวขึ้นเล็กน้อย
“งั้นก็อย่าทำตัวเหมือนกำลังยั่วฉัน”
เชอลีนหน้าแดงทันที “ใครยั่วพี่!”
วายุเลิกคิ้ว “ไม่รู้ตัว?” เขาก้มลงมามองเธออีกครั้งสายตาครั้งนี้หนักกว่าเดิม “ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น” เสียงเขาต่ำลงอย่างน่ากลัว
“เธออาจไม่ได้ยืนเถียงฉันอยู่แบบนี้” คำพูดนั้นทำให้เชอลีนชะงักไปเล็กน้อย วายุถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะถอยออกมาหนึ่งก้าว เหมือนให้เธอมีพื้นที่หายใจแต่สายตาเขายังคงจ้องเธอไม่วาง
“คืนนี้กลับบ้าน” เขาพูดเรียบ ๆ
“พี่จะไปส่ง” เชอลีนกอดอกทันที
“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้”
วายุพยักหน้าเหมือนเข้าใจ แต่รอยยิ้มมุมปากของเขากลับดูเจ้าเล่ห์ขึ้น
“ได้”
เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะหยิบกุญแจรถขึ้นมา เสียงปลดล็อกรถสปอร์ตสีดำคันหนึ่งดังขึ้นเชอลีนมองตามอย่างงง ๆ วายุเปิดประตูรถก่อนจะหันกลับมามองเธอ
“งั้นพี่จะขับตาม” เชอลีนขมวดคิ้ว
“ตามทำไม” วายุยักไหล่ พูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆแต่สายตากลับจริงจังมาก
“กันผู้ชายคนอื่น” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“เพราะดูจากคืนนี้แล้ว” วายุสบตาเธอตรง ๆ
“เธอมีปัญหาเรื่องดึงดูดผู้ชาย” เชอลีนแทบพูดไม่ออก
ส่วนวายุแค่ยิ้ม ก่อนจะขึ้นรถตัวเองทิ้งให้เธอยืนอึ้งอยู่กลางลานจอดรถ
“ไหนละรถของเธอ ? ว่าแต่ขนาดเวลาปกติยังชนแล้วนี่ดื่มจะไม่ชนอีกเหรอ ? ” วายุถามและยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก ทำเอาเชอลีนพูดไม่ออก
“ไปขึ้นรถสิ คันไหน ? ” วายุยังคงถามต่อ แต่เชอลีนถอนหายใจออกมา ก่อนที่เธอจะเดินมาที่รถของวายุ และเดินอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่ง เชอลีนเปิดประตูรถขึ้นมานั่งเอาดื้อ ๆ หญิงสาวหน้าง้ำหน้างอ นั่งกอดอก และพูดขึ้นมาช้า ๆ
“ไม่ได้เอารถมา ถ้าอยากให้กลับก็ไปส่งก็แล้วกัน”
เชอลีนนั่งหน้าตึงอยู่บนเบาะข้างคนขับของรถสปอร์ตสีดำบรรยากาศในรถเงียบสนิท มีแค่เสียงเครื่องยนต์กับเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพงเธอกอดอก มองตรงไปข้างหน้า ไม่พูดอะไรสักคำเหมือนยังไม่หายหงุดหงิดจากเรื่องในผับ วายุเหลือบมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปด้านหลัง หยิบอะไรบางอย่างจากเบาะหลังขึ้นมา แล้วโยนมาให้เธอผ้าเนื้อหนาตกลงบนตักของเชอลีนเธอขมวดคิ้วก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูมันคือเสื้อแจ็กเก็ตของวายุ
“อะไร” เธอถามเสียงแข็ง วายุยังมองถนนอยู่ แต่ตอบเรียบๆ
“คลุมซะ” เชอลีนกำลังจะอ้าปากเถียง
แต่วายุก็พูดต่อ “สั้นขนาดนั้น” เขาเหลือบตามองกระโปรงของเธอแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“ถ้านั่งแท็กซี่กลับบ้าน คิดว่าจะถึงบ้านไหม”
คำพูดนั้นทำให้เชอลีนชะงักเธอก้มลงมองตัวเองทันทีกระโปรงหนังที่เธอใส่มันสั้นจริง ๆ ตอนอยู่ในผับเธอไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าต้องนั่งรถกลับคนเดียวตอนดึกแบบนี้…
เชอลีนเม้มปากเล็กน้อย เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ตอนที่มาผับคนขับรถที่บ้านเป็นคนมาส่ง หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ หยิบเสื้อของวายุมาคลุมไว้บนตัก วายุเห็นแบบนั้นก็ยิ้มมุมปากนิด ๆ
“คิดได้แล้ว?”
เชอลีนหันไปมองเขาทันที “ฉันก็ไม่ได้โง่นะ”
วายุหัวเราะเบา ๆ เสียงต่ำในลำคอ “ก็ไม่แน่”
เชอลีนทำหน้าบึ้งใส่เขา แต่ก็ไม่ได้ถอดเสื้อออกมือเธอยังกำชายเสื้อแจ็กเก็ตไว้แน่น ในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง ผ่านไปสักพัก
เชอลีนก็พูดขึ้นเบา ๆ “พี่จะไปส่งฉันจริง ๆ เหรอ”
วายุเลิกคิ้วนิด ๆ “เมื่อกี้ใครบอกกลับเองได้” เชอลีนหันหน้าหนีไปทางหน้าต่างทันที
“ก็…” วายุหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“บ้านเธออยู่ไหน” เชอลีนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกชื่อหมู่บ้านออกไป ทันทีที่ได้ยินวายุหันมามองเธอแวบหนึ่ง
“บ้านใหญ่เหมือนกันนี่” เชอลีนขมวดคิ้ว “พี่รู้จัก?”
วายุยักไหล่ “เคยผ่าน” แต่ความเป็นจริงแล้ว หมู่บ้านนี้คืออีกหนึ่งโครงการของครอบครัวของเขานั่นเอง
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“เด็กบ้านรวยแอบมาเที่ยวผับ” เชอลีนหันมาจ้องทันที
“ฉันไม่ได้แอบ!” วายุยิ้ม
“งั้นก็ดี”
เขาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถออกสู่ถนนใหญ่ ไฟถนนส่องผ่านกระจกเข้ามาเป็นจังหวะก่อนที่เขาจะพูดขึ้นอีกครั้งน้ำเสียงคราวนี้เบาลง แต่จริงจังอย่างประหลาด
“อย่างน้อยก็ยังมีคนมาส่ง”
เชอลีนเงียบไป เธอก้มมองเสื้อแจ็กเก็ตที่คลุมอยู่บนตัก กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของวายุยังติดอยู่บนผ้าโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่ขึ้นรถมาเธอไม่ได้ขยับออกห่างจากเขาเลยสักนิดเดียว