เช้าวันต่อมา ลานเกียร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน นักศึกษาหลายคนเดินไปมา บ้างก็ถือแฟ้ม บ้างก็ยืนคุยกันเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะ เสียงทักทายดังปะปนกันไปทั่วบริเวณ
ทันใดนั้น
เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนจะค่อย ๆ ชะลอและจอดสนิทตรงข้างลานเกียร์
เอี๊ยด !!
เครื่องยนต์ดับลง ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออกวายุก้าวลงจากรถสีหน้าของเขาวันนี้นิ่งจนแทบจะเรียกได้ว่า บอกบุญไม่รับนักศึกษาหลายคนที่เห็นถึงกับหันมามอง เพราะแค่เขายืนอยู่เฉย ๆ ก็มีออร่าความดุแผ่ออกมาชัดเจนแต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้คิดอะไร
เสียงรถยนต์อีกคันก็ดังขึ้นรถสีดำเงาอีกคันขับเข้ามาจอดเทียบข้างรถของวายุ
บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มเงียบลงอย่างประหลาดประตูรถเปิดออก ชายร่างสูงสองคนในชุดสูทก้าวลงมาก่อนทั้งคู่สวมแว่นดำ ใบหน้าเรียบเฉย ท่าทางระวังตัวแค่มองก็รู้ทันทีว่า บอดีการ์ด
นักศึกษาหลายคนเริ่มหันมามองกันมากขึ้น ก่อนที่ประตูฝั่งหลังของรถจะเปิดออกอีกครั้งชายหนุ่มอีกคนก้าวลงมาทันทีที่เขายืนเต็มตัวเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นเบา ๆ เพราะใบหน้าของเขา…เหมือนวายุราวกับแกะ ต่างกันเพียงแค่ เขาดูสุขุมกว่า นิ่งกว่า และมีออร่าของคนที่คุ้นเคยกับอำนาจ
“นั่นพี่วายุร่างทองไหมว๊ะ”
“นั่นสิ นั่นพี่ชายเขาแน่”
“โอ๊ยหล่อโฮก หล่อวัวตายควายล้ม คำนี้ไม่เกินจริง” นักศึกษาสาวต่างก็พูดคุยกัน
ชายหนุ่มจัดปลายแขนเสื้อสูทเล็กน้อย ก่อนจะกวาดสายตามองรอบลานเกียร์อย่างสงบ จากนั้นหญิงสาวสวยอีกคนก็ลงจากรถตามมา ผมยาวสีเข้ม ใส่ชุดเรียบหรู ท่าทางดูเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง
ตอนนี้สายตาของคนเกือบทั้งลานเกียร์จับจ้องไปที่รถสองคันนั้นส่วนอีกมุมหนึ่งของลาน กระทิง โซ่ นะโม และแทนไท ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ก็หันมามองเหมือนกัน
แทนไทหรี่ตามองเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น
“นั่นพี่วินหรือเปล่าวะ…” เขาผิวปากเบา ๆ “โคตรหล่อ” นะโมพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่แหละ” เขามองอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ
“เหมือนกันขนาดนั้น” โซ่ยกมือเกาหัวอย่างงง ๆ
“แล้วมาทำไมวะ หรือว่าไอ้วายุสร้างเรื่องอะไร ?”
กระทิงถอนหายใจ ก่อนจะตอบกลับแบบงงไม่ต่างกัน
“ถามกูแล้วกูจะรู้ไหม”
ทั้งสี่คนมองหน้ากัน แล้วหันกลับไปมองทางวายุอีกครั้งขณะที่วายุยืนพิงรถตัวเองอยู่ สีหน้าของเขาไม่ได้ดูแปลกใจเลยสักนิด เหมือนรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
วินเซนโซ่เดินเข้ามาหาน้องชายของตัวเองอย่างช้า ๆ เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้า เขามองวายุครู่หนึ่งสายตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ ลานเกียร์ ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะพูดเรียบ ๆ
“ที่นี่เหรอ มหาลัยของนาย” วินเซนโซ่หัวเราะเบา ๆ
วายุพยักหน้า แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อสายตาของวินเซนโซ่ก็หยุดอยู่ที่ใครบางคน หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนอีกสี่คน
เชอลีน มุมปากของวินเซนโซ่ยกขึ้นเล็กน้อย
ก่อนจะพูดเบา ๆ “เด็กคนนั้น…”
เขาหันมามองวายุ “คนเดียวกับเมื่อคืนหรือเปล่า”
วายุชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบสั้น ๆ “พี่อย่ามายุ่ง”
คำตอบนั้นทำให้วินเซนโซ่หัวเราะทันที
“โอ้โห” เขาพูดเหมือนเจอเรื่องน่าสนใจ
“เริ่มหวงแล้วเหรอ” วายุถอนหายใจ “เลิกให้คนตามผมสักที น่ารำคาญไม่อย่างนั้นผมจะไม่ช่วยพี่ ” เขาหันมาตอบพี่ชายด้วยความโมโหเป็นอย่างมาก
“จะไปสมัครก็ไป โน่นทาง” วายุบุ้ยปากให้พี่ชายพานาตาลีไปสมัคร
“ผมไปล่ะ” วายุพูดและทำท่าจะเดินไป
“เดี๋ยว !! ” วินเซนโซ่เรียกน้องชายเอาไว้ วายุหันมามอง
“อะไรอีก ? ”
“เอาโทรศัพท์มา บันทึกเบอร์ของนาตาลีไว้ มีอะไรจะได้โทรหากัน” วายุถอนหายใจมองบน ก่อนจะล้วงกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ให้กับพี่ชายของเขา
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง เชอลีนที่เพิ่งเดินเข้ามาในลานเกียร์ยังไม่รู้เลยว่า วันนี้ เธอกำลังตกเป็น หัวข้อสนทนา ของมาเฟียสองพี่น้อง อย่างเต็มตัว
วายุถอนหายใจแรงหนึ่งครั้งก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นสีหน้าของเขาดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพราะพี่ชายแต่เพราะ พี่ชายดันเลือกมาปรากฏตัวที่มหาลัย แถมยังพา “คนนั้น” มาด้วยอีก เขาเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนที่ยืนรอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล
ทันทีที่วายุเดินมาถึง ทั้งสี่คนก็กรูเข้ามาทันทีแทนไทเป็นคนเปิดประเด็นก่อน
“เฮ้ย เมื่อกี้ใช่พี่วินจริง ๆ ใช่ไหมวะ”
นะโมพยักหน้าแรง ๆ “แล้วผู้หญิงคนนั้นใครวะ โคตรสวย”
โซ่หรี่ตามองวายุ “แล้วมาทำไมถึงโผล่มาที่มหาลัยมึง”
กระทิงยืนกอดอกมองหน้าเพื่อน “อย่าบอกนะว่ามาตามมึงเรียน”วายุหลับตา ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้งเหมือนกำลัง รวบรวมความอดทน จากนั้นก็พูดออกมาแบบตัดบท
“พี่สะใภ้กู” ทั้งสี่คนชะงัก
“ห๊ะ?” แทนไทอ้าปากค้าง นะโมขมวดคิ้ว
“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” วายุพยักหน้าอย่างหงุดหงิด “พี่สะใภ้กู” เขาพูดต่ออย่างสั้น ๆ
“มาสอนที่นี่” ทันทีที่ประโยคนั้นจบทั้งสี่คนก็เงียบไปพักหนึ่งก่อนที่แทนไทจะผิวปาก
“โอ้โห…” นะโมพยักหน้าเห็นด้วยทันที
“เข้าใจละ” โซ่ถึงกับหัวเราะออกมา
“งี้ก็ไม่ต้องถามต่อแล้ว” กระทิงยักคิ้ว “พี่สะใภ้ก็จบข่าว” วายุพยักหน้าเบา ๆ ในหัวของเขาคิดแค่อย่างเดียว คำนี้มันปลอดภัยที่สุด เพราะถ้าบอกว่าเป็นญาติ พวกเพื่อนมันต้องซักต่อแน่นอนว่าทำไมต้องมีบอดีการ์ดทำไมถึงดูเหมือนคนสำคัญขนาดนั้น แต่ถ้าเป็น พี่สะใภ้ เรื่องมันก็จบ ไม่มีใครกล้าถามต่อแทนไทพยักหน้าอย่างเข้าใจ “โอเค งั้นกูจะไม่ถามแล้ว”
นะโมยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ถ้าเป็นพี่สะใภ้มึงจริง…” เขาหันไปมองหญิงสาวที่กำลังคุยกับวินเซนโซ่อยู่ ก่อนจะพูดต่อ
“พี่ชายมึงนี่สายตาดีว่ะ”
โซ่หัวเราะ “จริง” กระทิงเสริมทันที “สวยขนาดนั้น” วายุหรี่ตามองเพื่อนทั้งสี่คนทันที สายตานิ่ง ๆ แต่แฝงความดุ
“พอ” ทั้งสี่คนเงียบกริบทันที ก่อนที่แทนไทจะยกมือขึ้น
“โอเค ๆ ไม่แซวละ”
แต่ไม่ทันไร นะโมก็หัวเราะออกมาอีก “แต่กูว่านะ…” เขาพูดพลางมองวายุ “วันนี้มหาลัยแม่งต้องมีเรื่องสนุกแน่” วายุขมวดคิ้ว “เรื่องอะไร” นะโมยักคิ้วไปทางด้านหลัง
“ก็…เด็กปีหนึ่งของมึงกำลังเดินมาแล้วไง”
วายุหันไปมองทันที และก็เห็น เชอลีน กำลังเดินเข้ามาพร้อมแก๊งเพื่อนสาวของเธอ และแน่นอน บนตัวของเธอ ยังคงใส่
เสื้อของเขาอยู่