ตอนที่ 9. ถูกเรียกตัว

1523 Words
รถสปอร์ตสีดำของวายุยังคงแล่นไปตามถนนยามค่ำคืน ไฟถนนทอดยาวเป็นเส้นผ่านกระจกหน้ารถ บรรยากาศในรถเงียบลงอีกครั้ง เชอลีนยังคงนั่งกอดเสื้อแจ็กเก็ตของวายุไว้บนตัก มองออกไปนอกหน้าต่าง จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของวายุก็ดังขึ้นวายุเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงคอนโซลกลาง ชื่อที่ขึ้นมาทำให้เขาเลิกคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองเชอลีนแวบหนึ่ง แล้วกดรับสาย เขาเปิดลำโพงทันทีเพราะเรื่องพี่ชายของเขา…ไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่โทรมา วินเซนโซ่ อีกฝ่ายมักจะโทรมาหาเขาเวลานี้เป็นประจำเสียงทุ้มหนักของปลายสายดังออกมาจากลำโพง “วายุ มาหาพี่ที่เพ้นท์เฮาส์หน่อย ตอนนี้” วายุขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนนี้?” เขามองนาฬิกาบนหน้าปัดรถก่อนจะพูดต่อเหมือนบ่นไปเรื่อย “พี่ไม่รู้เหรอว่าพรุ่งนี้ผมต้องไปเรียน” ปลายสายเงียบไปวินาทีหนึ่งก่อนจะตอบกลับสั้น ๆ “มันสำคัญ” คำตอบนั้นทำให้วายุถอนหายใจเบา ๆ เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ครับ เดี๋ยวไป” สายถูกตัดไปทันทีวายุวางโทรศัพท์ลงบนคอนโซลก่อนจะยักไหล่เบา ๆ เหมือนไม่มีอะไร เชอลีนหันมองเขาเล็กน้อยสายตาเธอเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ตอนอยู่กับเธอ วายุเหมือนผู้ชายกวนประสาทคนหนึ่ง ชอบแกล้ง ชอบยั่ว พูดจาไม่จริงจังแต่เมื่อกี้ตอนเขาคุยกับพี่ชาย น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปชัดเจนนิ่ง สุขุม และดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทันที เชอลีนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา …จริงสิ พวกเขาเป็น มาเฟีย ความคิดนั้นทำให้เธอหันกลับไปมองวายุอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เป็นสายตาที่เธอเริ่มจะมองเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รถสปอร์ตสีดำของวายุค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงก่อนจะหยุดนิ่งหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ของครอบครัวเชอลีน ประตูรั้วเหล็กสูงตระหง่านเปิดค้างไว้ ไฟสนามส่องสว่างทั่วบริเวณ วายุเหลือบมองบ้านตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ถึงแล้ว” เชอลีนปลดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะหันมามองเขาอารมณ์หงุดหงิดก่อนหน้านี้เหมือนจะเบาลงไปมากแล้ว “ขอบคุณนะ…ที่มาส่ง” เธอพูดสั้น ๆ วายุเลิกคิ้วเหมือนแปลกใจนิด ๆ “อ้าว นึกว่าจะเงียบใส่ฉันไปจนถึงพรุ่งนี้” เชอลีนทำหน้ามุ่ย “ก็ฉันไม่ได้ไร้มารยาทขนาดนั้น” วายุหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพยักหน้าเหมือนรับคำขอบคุณนั้นไว้ เชอลีนเปิดประตูรถลงไปยืนข้างนอกอากาศกลางคืนพัดผ่านเบา ๆ เธอกำลังจะปิดประตูรถ แต่เสียงของวายุก็ดังขึ้น “เชอลีน” เธอหันกลับมามอง วายุเอนแขนพาดพวงมาลัย มองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆก่อนจะพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “พรุ่งนี้เจอกัน” เชอลีนขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจอกัน?” วายุยิ้มมุมปาก “อย่าลืม” เขาพูดต่อ “กิจกรรมรับน้องที่ลานเกียร์ด้วยล่ะ” เชอลีนอ้าปากจะเถียง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร วายุก็เหยียบคันเร่งรถสปอร์ตสีดำพุ่งออกไปจากหน้าบ้านทันที “เฮ้!” เชอลีนร้องตามหลังไป แต่ก็สายเกินไปแล้วเธอยืนมองท้ายรถของเขาที่ค่อย ๆ หายไปจากสายตา อยู่แบบนั้นครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ “คนอะไร…กวนประสาทจริง ๆ” เธอกำลังจะหันเดินเข้าบ้าน แต่แล้วก็ชะงักเชอลีนก้มมองตัวเอง เสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มที่เธอยังสวมอยู่หลวม ๆ บนตัวหญิงสาวเบิกตาเล็กน้อย “ตายแล้ว…” เธอพึมพำกับตัวเอง “ลืมคืนเสื้อเขา” เชอลีนยืนมองถนนที่วายุขับออกไปอีกครั้งก่อนจะเม้มปากเบา ๆ ไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอมีความรู้สึกแปลก ๆ ว่าพรุ่งนี้ เธอคงได้เจอเจ้าของเสื้อตัวนี้อีกแน่ ๆ…และอาจจะวุ่นวายกว่าเดิมด้วย ชั่วโมงต่อมา เสียงลิฟต์เปิดดังขึ้นวายุปรากฏตัวที่เพ้นท์เฮาส์ของพี่ชายของเขาในทันที เมื่อเข้ามาในห้องเขายังไม่ทันได้มองด้วยซ้ำว่าในห้องมีใคร หรือว่าพี่เขาอยู่กับใคร วายุก็บ่นให้วินเซนโซ่ที่ชอบมาแบบ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ เป็นแบบนี้ประจำ “กลับมาแล้วทำไมไม่กลับบ้าน แล้วพี่เรียกผมกลางดึกแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องโลกแตก ผมจะ...” คำพูดเขาหยุดกลางประโยค เพราะเขาเห็นคนแปลกหน้าเต็มห้องแม็กซ์เวลยกมือทัก “ไง น้องชายบอส” วายุขมวดคิ้ว “นี่ใครกัน” อองรีมองวายุแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู เหมือนกับว่าวายุคือบอสในร่างเด็กวัยรุ่นจริง ๆ วินเซนโซ่พูดสั้น ๆ “ลูกน้องในทีม” แล้วเขามองไปที่นาตาลี “และนี่” นาตาลียืนขึ้นเล็กน้อย วายุหันไปมองเธอเธอเองก็มองเขาวินเซนโซ่พูดต่อ “นาตาลี” วายุยิ่งงงกว่าเดิม “โอเค…แล้ว? สำคัญยังไง เกี่ยวอะไรกับผมอย่าบอกนะว่านี่คือพี่สะใภ้” วายุพูดเองเออเองแต่นั่นก็ทำให้แม็กซ์เวล และอองรียิ้มตาม “สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมวายุครับ” วายุรีบแนะนำตัว ก่อนที่นาตาลีจะรีบหยุดความคิดของเขา “ไม่ใช่ค่ะน้องวายุ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันค่ะ” นาตาลีโบกไม้โบกมือพันกันวุ่นวายไปหมด “หือ ไม่ใช่ตอนนี้อนาคตก็คงใช่ เพราะพี่ผมไม่เคยพาผู้หญิงที่ไหนมาอยู่ข้างกายแบบนี้” วายุพูดทีเล่นทีจริง วินเซนโซ่เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะพูดประโยคเดียว “หุบปาก ต่อไปนายจะดูแลเธอ” วายุแทบสำลัก “อะไรนะ?” เขาชี้ตัวเอง “ผมเนี่ยนะ” แม็กซ์เวลหัวเราะเบา ๆ วายุหันไปหาพี่ชายทันที “พี่จะให้ผมดูแลเธอยังไง ผมต้องเรียนหนังสือนะ! แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่...” วินเซนโซ่ตอบทันที “นั่นแหละที่ต้องดูแล ไม่ได้ทำอะไรมากเลย” วายุขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม “หมายความว่าไง” วินเซนโซ่มองนาตาลี ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทั้งสองคนหยุดนิ่ง “ต่อจากนี้” เขาพูดช้า ๆ “นาตาลีจะไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยของนาย” เงียบ ทั้งห้องเงียบสนิท วายุหันไปมองนาตาลีนาตาลีก็มองเขากลับ ทั้งสองพูดพร้อมกัน “อะไรนะ!?” หลังจากประโยคช็อกนั้น บรรยากาศในเพนต์เฮาส์ก็เงียบลงทันที วายุยังคงยืนอึ้ง สายตาสลับมองระหว่างพี่ชายกับนาตาลีเขาเหมือนกำลังพยายามประมวลผลทุกอย่างที่เพิ่งได้ยิน วินเซนโซ่มองน้องชายครู่หนึ่งก่อนจะพูดสั้น ๆ “วายุ…ตามฉันมา” เขาเดินไปทางห้องทำงานวายุถอนหายใจแรงก่อนจะเดินตามไปประตูห้องปิดลงภายในห้องทำงานแสงไฟสลัว กระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวเมืองกรุงเทพที่ยังไม่หลับวายุทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “โอเค…พี่เริ่มอธิบายได้แล้ว” วินเซนโซ่ยืนพิงโต๊ะ หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาแต่ไม่ได้ดื่มเขาพูดช้า ๆ “นาตาลีตกอยู่ในอันตราย” วายุขมวดคิ้ว “อันนี้ผมเดาได้” เขาชี้ไปทางประตู “แต่พี่จะให้เธอไปเป็นอาจารย์ที่มหาลัยผมเนี่ยนะ?” “ใช่” วายุทำหน้าเหมือนจะปวดหัว “พี่…ถ้าพวกที่ตามฆ่าเธอรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนล่ะ” วินเซนโซ่ตอบเรียบ ๆ “มันจะไม่รู้” วายุจ้องพี่ชาย “แล้วเรื่องข้อมูลอะไรนั่น…แฟลชไดรฟ์อะไรนั่น” เขาพูดตรง ๆ “ก็แค่ให้มันไปไม่จบเหรอ” วินเซนโซ่นิ่ง วายุยักไหล่ “เอาของให้พวกมันก็จบ” วินเซนโซ่ยกสายตาขึ้นมองน้องชาย แววตาเย็นลงเล็กน้อย “ไม่ได้” วายุขมวดคิ้ว “ทำไม ทำไมทุกอย่าง่มันดูซับซ้อนจัง” วินเซนโซ่ตอบช้า ๆ “มันเกี่ยวกับพ่อ” วายุชะงัก เขานั่งตัวตรงทันที “ยังไง” วินเซนโซ่เงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังเลือกคำพูด ก่อนจะถามกลับ “นายจำตอนนั้นได้ไหม” วายุขมวดคิ้ว “ตอนไหน” วินเซนโซ่มองออกไปที่เมืองเสียงของเขาต่ำลง “ตอนที่พ่อถูกยิง” วายุเงียบ ภาพในอดีตเหมือนถูกดึงกลับมาบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงปืนเลือดบนพื้นเสียงคนตะโกนเสียงไซเรน เขากำหมัดแน่น “จำได้ ตอนนั้นถึงผมจะยังเด็กแต่ผมก็จำมันได้ดี” วินเซนโซ่พูดต่อ “พ่อเกือบตายวันนั้น” วายุพยักหน้า “ใช่” วินเซนโซ่หันกลับมามองเขาก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้วายุหยุดหายใจไปชั่ววินาที “คนที่ยิงพ่อ” เขาพูดช้า ๆ “คือพ่อของนาตาลี” เงียบ วายุเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่เขาจ้องพี่ชายอย่างไม่อยากเชื่อ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD