5 l คนแปลกหน้า🫦

1295 Words
ตอนที่5 คนแปลกหน้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง จะไม่ให้เธอตกใจได้ไง ก็ไอ้ผู้ชายคนนั้นคือคนเดียวกับคนที่ชนในห้างฯ คนเดียวกับที่ตามเธอไปถึงคลับ ซ้ำยังมาเจอที่นี่อีก... “ตามฉันมาอีกหรือไง วันซวยอะไรเนี่ย” “ไม่สำนึกบุญคุณกันเลย” “บุญคุณอะไรไม่ทราบ...” เธอหยุดพูดพร้อมกับมองการแต่งกายของเขา เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกสวมทับด้วยเสื้อหนังสีดำ จะว่าไปเหมือนกับของคนขับบิ๊กไบค์ที่มาส่งนี่หว่า มือบางยกขึ้นกลางอากาศบังสายตาไม่ให้เห็นศีรษะของชายหนุ่ม เปรียบเทียบเหมือนตอนเขาสวมหมวดกันน็อก ดูเฉพาะการแต่งกายและรูปร่าง นั่นเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี “เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าเป็นนาย” เธอตกใจหนักกว่าเก่า เปลี่ยนเป็นชี้หน้าเขาพร้อมกับถือวิสาสะมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ถ้ารู้แต่แรกว่าคนขับเป็นตานี่! ก็คงไม่มาด้วยหรอก... เจ็บใจชะมัด!! ระหว่างนั้นคนในห้องเห็นบุตรสาวกำลังคุยกับใครอยู่ ก็รีบก้าวเดินตามมา แต่พริมาเหลือบไปเห็นเข้าสะก่อน จึงคว้ามือชายหนุ่มไว้ “ไปส่งฉันหน่อยสิ” “ฮะ!” ร่างบางจูงมือเขาเดินฉับ ๆ ออกจากตรงนั้นโดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำทัดทานใด ๆ เสียงฝีเท้าของทั้งสองประสานกันอย่างเร่งรีบ ชายหนุ่มแม้จะขืนตัวในทีแรกแต่ก็ยอมปล่อยให้เธอจูงไปแต่โดยดี สายตาเขาเหลือบมองปลายเท้าเปล่าของหญิงสาวเป็นระยะ สังเกตเห็นฝุ่นผงเกาะอยู่บนนิ้วเท้าเล็ก ๆ ทำให้นึกเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะเหยียบโดนเศษแก้วหรือของมีคมระหว่างทาง ลงลิฟต์มาถึงชั้นล่าง ประตูเปิดออกปุ๊บจู่ ๆ ร่างสูงก็ช้อนอุ้มหญิงสาวแนบอกโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย “อ่ะ! ทำอะไรของนาย ปล่อยฉันนะ” เสียงโวยวายดึงความสนใจให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์หันมามอง “อยู่เฉย ๆ ได้ไหม เดินเท้าเปล่าแบบนี้เดี๋ยวก็เหยียบอะไรเข้าหรอก” หญิงสาวขบเนื้อใต้ริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นเข้ามาในใจเมื่อเห็นความใส่ใจของชายหนุ่มแปลกหน้า แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรเป็นพิเศษ แต่สายตาและการกระทำกลับทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยมากกว่าตอนอยู่กับไอ้แฟนเฮงซวยนั่นเสียอีก จึงไม่คิดจะโต้เถียงใด ๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มอุ้มพาเธอเดินออกมาจากลิฟต์ แต่ว่า... เขาไม่ได้ตรงไปยังประตูทางออกในทันที กลับเลี้ยวไปทางเคาน์เตอร์ของพนักงานต้อนรับ “มีรองเท้าไหมหรือสลิปเปอร์ก็ได้” ชายหนุ่มพูดกับพนักงานคนเดิม สีหน้าของหล่อนดูเลิ่กลั่กแปลก ๆ “ม...มีค่ะ” พนักงานหันหลังก้มไปหยิบของ ไม่นานก็ยืนเต็มความสูงหันกลับมา พร้อมกับรองเท้าสลิปเปอร์สำหรับรับรองลูกค้าคู่สีขาวส่งให้ พริมาจะเอื้อมมือไปหยิบ ทว่าชายหนุ่มกลับย่อตัวลงใช้มือข้างที่ช้อนแผ่นหลังบางเอื้อมไปหยิบแทน ก่อนจะหมุนตัวเดินต่อทางประตู รถบิ๊กไบค์คันเดิมจอดทิ้งไว้มุมด้านข้างหน้าโรงแรม เขาวางตัวเธอให้ยืนกับพื้นด้วยความนุ่มนวล วางรองเท้าในมือต่อหน้าเธอ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบหมวกกันน็อกเต็มใบมาสวมให้คนตัวเล็ก ระหว่างนั้นดวงตาคู่สวยเอาแต่จับจ้องใบหน้าสุขุม ความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ ตอนแรกพริมามองว่าเขาเป็นคนหยาบคาย แต่ตอนนี้ปฏิบัติกับเธอดียิ่งกว่าพ่อแท้ ๆ เสียอีก เมื่อจัดการให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันไปก้าวขึ้นคร่อมรถบิ๊กไบค์ก่อนจะหันไปส่งซิกให้เธอขึ้นตามมา ซึ่งหญิงสาวก็ทำอย่างว่าง่าย คราวนี้เธอเป็นฝ่ายสวมกอดเอวสอบหนาแน่น เพราะไม่อยากโดนลมปะทะจนเกร็งทั้งตัวอีก ทว่ารถขับออกมาไม่ทันไร ความรู้สึกอัดอั้นก็พลันระบายออกมาในรูปแบบน้ำตา หญิงสาวร้องไห้โฮภายใต้หมวกกันน็อก คิดว่าคงไม่มีใครได้ยิน แต่เปล่าเลย...คนขับได้ยินชัดเจน กระนั้นก็ไม่พูดอะไรได้แต่มองทางข้างหน้าขับรถต่อโดยไม่ใช้ความเร็วมากนัก จนกระทั่งมาถึงร้านนั่งดื่มเล็ก ๆ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ลานกว้างประกอบด้วยไม้ยื่นคร่อมเหนือน้ำเพื่อรับลมเย็นบวกกับเพลงที่เปิดคลอจากด้านใน ทำให้บรรยากาศดูสงบเงียบอย่างน่าประหลาด ไม่นึกว่าจะมีที่แบบนี้ในเขตกรุงเทพด้วย แต่ทำไมไม่ยักจะมีลูกค้า... ชายหนุ่มเดินนำเข้าไปในร้านด้วยท่าทางคุ้นเคย ปล่อยให้หญิงสาวยืนเช็ดคราบน้ำตาก่อนเดินตามไป พอเธอเข้ามาถึงกลางลานกว้าง เขาเลยถือเหล้าพร้อมโซดาและน้ำแข็งมาวางบนโต๊ะหนึ่งที่อยู่ใกล้กับระเบียงชมวิวมากที่สุด ร่างบางรู้หน้าที่โดยไม่ต้องบอก เดินไปหาพร้อมกับจัดการชงเหล้าเอง ก่อนจะหย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ติดกับเขา ปล่อยอารมณ์ขุ่นมัวในใจไปกับวิวหลักล้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ความเศร้าถาโถมเข้ามาทั้งเรื่องบิดา เรื่องแฟนหนุ่ม มันประดังในหัวทำให้เธอร้องไห้อีกรอบ ก่อนหน้านี้กระดกบรั่นดีมาหลายแก้ว เธอยังไม่รู้สึกเมาเหมือนกับเจอเหล้ายี่ห้อกลาง ๆ ซดดื่มแค่สองแก้วเท่านั้นสติที่เคยมีเต็มร้อยก็เริ่มถดถอยไปทีละนิด ความในใจก็เริ่มระบายกับคนข้าง ๆ พร้อมกับหยาดน้ำตา แทนที่เขาจะเบื่อกลับนั่งฟังเธอเงียบ ๆ ไม่พอ...จังหวะที่หันมาสบตากัน มือหนาก็เอื้อมมาเช็ดน้ำตาบนพวงแก้มให้อย่างอ่อนโยน ทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพริมาจู่ ๆ ก็เต้นแรงผิดจังหวะ ในกายร้อนแปลก ๆ คงเพราะฤทธิ์เหล้า...เธอคิดเช่นนั้น แต่เมื่อร่างแน่งน้อยลอบมองริมฝีปากหนา ก็พลันรู้สึกบางอย่างเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าเข้าหาฝ่ายตรงข้ามเสียเอง ริมฝีปากอวบอิ่มครอบครองกลีบปากหนาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่แค่ประเดี๋ยวเดียวก็หรี่ตาลงยามสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่น เป็นฝ่ายเพิ่มแรงจุมพิตเข้าไปอีกทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดติดกันจนไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน สองคนหลับตาพริ้มปล่อยอารมณ์คล้อยไปกับความต้องการ ทว่า... เมื่อเสียงเรือแล่นฝ่าคลื่นน้ำเข้ามาใกล้ ทำให้สองคนต้องหยุดชะงักดีดตัวผละจากริมฝีปากของฝ่ายตรงข้ามทันที ต่างคนต่างหันหน้าหนีด้วยเก้อเขิน ใบหน้าสะสวยแดงจัดเหมือนลูกตำลึงสุก ร้อนผ่าวถึงขั้นต้องเอามือพัดหน้าเพื่อระบายความร้อน ส่วนเขาก็แกล้งกระแอมเพื่อเรียกสติตัวเอง ก่อนทั้งคู่จะลอบมองคนข้าง ๆ และเมื่อบังเอิญสบตากันก็พลันทั้งคู่หยุดชะงัก ต่างจ้องตอบด้วยนัยน์ตาหวานหยาดเยิ้มส่งความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเขินอาย สับสน ซึ่งในเศษเสี้ยวนั้นมีความปรารถนาแฝงอยู่ อย่างกับว่ารอใครคนหนึ่งพูดอะไรบางอย่าง ใช่! และเป็นพริมาเองที่พูดออกมาก่อน “คืนนี้นายช่วยทำให้ฉันลืมเรื่องแย่ ๆ ได้ไหม” อร๊ายยยย เกลียดเขาก่อน ด่าเขาก่อน จูบเขาก่อน ชวนเขาก่อน น้องเป็นผู้หญิงนะ ร่วมโหวตค่ะ กด1. ให้น้องสมใจ🤭 กด2. สุภาพบุรุษไม่มีทางทำแบบนั้น🫣
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD