เพื่อนเก่า

1700 Words
ตอนที่ 2 เพื่อนเก่า "เคน!!" มุกดา อึ้งไปเพียงครู่ เมื่อเจอหน้าคนที่เธอพยายามหนีมาตลอด ปกติแล้วงานแสดงของเธอและลูก เธอค่อนข้างจะสกรีนอย่างดี แต่งานถ่ายโฆษณาของแบรนด์เสี่ยวหงส์ ตอนแรกทางซีดีแจ้งว่าพรีเซ็นเตอร์เป็นอีกคน เธอเพิ่งทราบตอนมาถึงว่ามีการเปลี่ยนตัวกะทันหัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็น เคนสกาย ซุปเปอร์สตาร์คนดังที่เป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมที่เธอเองพยายามหลบให้ห่างที่สุด ตอนนี้เขาเป็นดาวที่อยู่บนฟ้า ส่วนเธอเป็นแค่ดาราตัวประกอบโนเนม ที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก แม้ความฝันและเส้นทางที่เดินของเธอกับเขาจะเหมือนกัน แต่ความเจิดจรัสนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ทำไงได้ในเมื่อตอนนั้นเธอเลือกที่จะหนีหายออกไปเอง "เซอร์ไพรส์มากเลย ไม่นึกว่าจะเจอมุกที่นี่ เจ้าหนูข้าวปุ้นนี่คือลูกชายมุกเองเหรอ?" เคน เอ่ยออกมาอย่างลิงโลด แม้จะรู้สึกตะหงิดอยู่ในใจ เมื่อมองเจ้าหนูน้อยข้าวปุ้น ที่ยืนอยู่ข้างร่างบางของหญิงสาว หญิงสาวคนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยลุ่มหลงสุดหัวใจ และยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่รู้ลืม เพียงแต่ตอนนี้มันฝังอยู่ลึกมาก ลึกดั่งรากไม้ใหญ่ที่ชอนไชลงดินไปจนสุดอย่างไม่มีวันจะได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน และไม่มีใครรู้หรอกว่ารากนั้นมันยึดแน่นเพียงใด ประกายบางอย่างปรากฏขึ้นในดวงตาสีนิลเข้ม ก่อนจะมลายหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมองใบหน้าสวยผุดผาดที่มีเครื่องหน้าเด่นชัด เธอสวย ...สวยมาก สวยยิ่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก สวยมากกว่าเมื่อหกปีที่แล้ว ความจริงสวยขนาดนี้ไม่น่าจะได้เป็นแค่ดาราตัวประกอบโนเนมในค่ายเล็กๆ แบบนี้ เธอควรจะเจิดจรัสไม่ต่างจากเขา ทำไงได้ล่ะ!!! ก็เธออยากเลือกเส้นทางนั้นเอง "เราก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะได้เจอเคน" มุกดา ยิ้มอย่างเสียไม่ได้ ขณะจับบ่าลูกชายไว้หลวมๆ "ใช่นี่น้องข้าวปุ้น ลูกชายของเราเอง นี่ถ้ารู้ว่าจะได้ถ่ายกับเคน เราคงจะมานั่งเฝ้าลูกตั้งแต่เช้า" หัวคิ้วของเคนกระตุกขึ้น เมื่อเหลือบมองใบหน้าบ้องแบ๊วที่คล้ายเขาราวถอดมาเป็นพิมพ์เดียวกัน ชั่วขณะความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามา "เจ้าหนูนี่หน้าคล้ายเรามากเลยนะ ถ้าบอกว่าเป็นลูกเราเนี่ย! เราก็เชื่อนะ" ในถ้อยคำนั้นมีความสั่นไหวอยู่เล็กน้อย ขณะที่คุณแม่คนสวยหัวเราะกลบเกลื่อน "สงสัยตอนท้องแล้วนั่งมองแต่รูปเคนมั้ง เพราะตอนนั้นเคนเริ่มดัง เราเปิด social มาก็เห็นมีแต่หน้าเคนเต็มฟีดไปหมด มีคนบอกว่าถ้าเราดูรูปใครบ่อยๆ ตอนท้อง ลูกก็จะออกมาคล้ายคนนั้น ...จะเป็นลูกเคนไปได้ยังไงล่ะเนอะ ฮ่าๆ" เสียงหัวเราะสดใสทำให้ใบหน้าของเธอดูสว่างเจิดจ้า จนเคนรู้สึกยุบยิบในหัวใจ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า "ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ? ในเมื่อ..." "ข้าวปุ้น หนูไหว้เคนสกายแล้วใช่ไหมลูก!!" มุกดา รีบเปลี่ยนเรื่องในทันที ขณะก้มลงเอ่ยกับลูกชาย "คุณเคนเป็นเพื่อนเก่าของแม่เอง หนูเรียกว่าน้าเคนก็ได้นะครับ" "หวัดดีครับคุณน้าเคน หวัดดีอีกรอบครับ" เด็กชายยกไหว้อย่างขอไปที ด้วยตั้งแต่เช้าตนเข้าฉากกับเคนสกายทั้งวันแล้ว แต่ก็ยังได้รับแจ้งว่าพรุ่งนี้ต้องมาอีกรอบ นั่นหมายถึงว่าแผนการที่จะได้ไปดู หมูเด้ง จำต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย นั่นทำให้หนูน้อย ทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ และไม่ได้คิดอยากจะสนใจเกี่ยวกับเรื่องอื่นอีกต่อไป ทว่า เคน กลับรู้สึกสนอกสนใจเจ้าหนูข้าวปุ้นขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งที่ปกติแล้วเขาเองจะไม่ค่อยใส่ใจและชอบคุยกับเด็กสักเท่าใดนัก ร่างหนาย่อกายลงนั่ง จนใบหน้าหล่อเหลาเสมอกับหน้าบ้องแบ๊วที่จ้องเขาตาเขม็ง "หนูชอบซุปเปอร์ฮีโร่เหรอครับ? หนูมีฮีโร่ตัวไหนบ้างแล้ว บอกน้าเคนบ้างสิครับ?" ข้าวปุ้น บิดตัวเล็กน้อยตอบอ้อมแอ้ม "ก็มีหลายตัวครับ มีซุปเปอร์แมน สไปเดอร์แมน ฮัค แต่ผมชอบไอร่อนแมนที่สุด" มือป้อมกอดหุ่นไอรอนแมนในมือเข้ากับอกไว้แน่น ขณะเอ่ยบอกอย่างภาคภูมิใจ "ชอบเหมือนน้าเคนเลยครับ น้าเคนก็มีอาร์ตทอยและเลโก้ของไอร่อนแมน อยู่ที่บ้านเยอะแยะเลย วันหลังข้าวปุ้นไปดูไหมครับ?" "ไปได้เหรอครับ?" เด็กชายตาลุกวาว "ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ?" รอยยิ้มผุดพรายบนใบหน้าหล่อเหลาของซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม ความรู้สึกบางอย่างแล่นปรี่ขึ้นมาในใจ เขาถึงรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมาอย่างประหลาด "ไม่ได้นะครับข้าวปุ้น อย่ารบกวนน้าเคนแบบนั้น" มุกดา รีบปรามลูกทันที ด้วยคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะพูดคุยชวนไปตามมารยาทเท่านั้น อย่างไรก็ตามเธอไม่ต้องการจะให้ลูกคลุกคลีกับเคน ความกังวลบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาในใจของเธอ "งั้นเรากับลูกขอตัวกลับก่อนนะ" หญิงสาวรีบตัดบท เมื่อเห็นว่าเขายังยืนคุยอยู่กับเธอไม่ยอมปลีกตัวไปไหน ทั้งๆ ที่ผู้ช่วยและผู้จัดการส่วนตัวของเขายืนมองอยู่ห่างๆ แต่เหมือนเคนจะส่งสัญญาณห้ามไม่ให้เข้ามารบกวน ดูเหมือนว่าทุกคนในกองจะค่อนข้างเกรงใจเขาพอสมควร ก็แน่ล่ะ!! ตอนนี้เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ดัง ไม่ต่างจากมาเฟียในวงการบันเทิง "จะรีบไปไหนล่ะมุก! อะไรกันนานทีจะได้เจอเพื่อนเก่าแก่ ไปกินข้าวด้วยกันก่อนไม่ได้เหรอ?" "ไม่ดีกว่า เราไม่อยากรบกวน อีกอย่างเราว่ามันไม่เหมาะ เดี๋ยวเคนเสียภาพพจน์มันจะไม่ดีเอา" เธอรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว โธ่เอ๊ย! ไม่น่าให้ลูกรับงานนี้เลย!! "แค่กินข้าวกับเพื่อนเก่า จะต้องเสียภาพพจน์อะไรกัน! งั้นถ้าไม่สะดวกไปทานข้าว เราขอคุยด้วยแป๊บนึงได้ไหม?" เคน ปราดมาแตะแขนเธอไว้ จนเจ้าหนูข้าวปุ้นต้องแหงนหน้าขึ้นมอง "เดี๋ยวหนูไปอยู่กับป้าไก่แป๊บนึงนะครับคนเก่ง แม่ขอคุยกับน้าเคนก่อน" หญิงสาวจำได้เอ่ยบอกลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ก็ได้ครับ" เด็กน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย พี่ไก่อมยิ้มมุมปากเมื่อเธอปรี่มาจูงมือหนูน้อยให้ไปนั่งรออยู่อีกมุมนึง "มุกมาเป็นดาราตั้งแต่เมื่อไหร่? เราไม่เห็นรู้เรื่องเลย เห็นบอกว่าไปทำสวนกับแฟนที่เชียงรายไม่ใช่เหรอ?" เคน เอ่ยถามทันที เมื่อเจ้าหนูน้อยข้าวปุ้นเดินห่างออกไป "ได้สักพักแล้ว พอดีเราอยากให้ลูกมาเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วพี่ไก่ชวนเราเข้ามาทำงานกับค่าย พอดีพี่เขาเห็นรูปเราที่ไปถ่ายงานกับมอเตอร์โชว์ก็เลยลองเรียกเข้ามา คือจริงๆ เราก็เพิ่งได้ถ่ายงานไม่กี่งาน แล้วเพิ่งไปเล่นละครเป็นตัวประกอบไปแค่เรื่องเดียว อย่าเพิ่งเรียกเราว่าดาราเลย" มุกดา หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ด้วยไม่ได้มองว่าการเข้ามาเป็นดาราคือการสร้างชื่อเสียง เพียงแต่เข้ามาเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองและลูกเท่านั้น มันคืองาน! และการเป็นคนไม่ดังก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมามีคนมาจ้องขุดคุ้ยเรื่องราวอะไร "แล้วมุกกับพี่บิ๊กยังคบกันอยู่เหรอ?" เขาถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ ความจริงแล้วเขาเฝ้าติดตามเธอและถามไถ่ข่าวคราวกับเพื่อนฝูงมาโดยตลอด หลังจากที่เธอมาบอกเขาว่าเธอท้องกับแฟนคือรุ่นพี่ที่ชื่อบิ๊ก ในวันที่เขาผ่านการเดบิวต์ แล้วเธอก็หายไปจากสังคมโซเชียล หายไปจากกลุ่มเพื่อน และหายไปจากชีวิตของเขา นับตั้งแต่นั้น.... ยอมรับว่าตอนนั้นเขาเจ็บหนัก จึงหันมาใช้สมาธิทั้งหมดทุ่มเทไปกับการทำงาน ที่ต้องฝึกฝนอย่างหนัก โดยไม่ได้สนใจใครอีกเลย เพราะถึงแม้พยายามจะลืมเท่าไหร่ เรื่องราวของเธอก็ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของเขามาโดยตลอด เคนไม่เคยลืมเรื่องราวของเธอเลยสักวัน มุกดา นิ่งไปเพียงครู่ ด้วยเธอลืมไปแล้ว ว่าข้ออ้างในวันนั้นที่เธอเดินออกไปจากชีวิตของเขา เมื่อรู้ว่าตัวเองท้อง และต้องการให้เขามีอนาคตและชีวิตที่ดีคือการบอก ว่าตัวเองท้องกับรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ เธอรู้ดีว่า เคน จีระภาส มีพรสวรรค์และประกายเจิดจ้า เธอรู้ดีว่าเขาต้องผ่านการเดบิวต์ และสักวันเขาจะต้องเป็นซุปเปอร์สตาร์ดังได้อย่างแน่นอน เขาจะต้องเป็นดาว เธอจะไม่มีวันเอาความผิดพลาดในวันนั้น มาดึงรั้งตัวเขาให้ติดอยู่กับดินเหมือนอย่างเธอเด็ดขาด ยิ่งมาเจอเขาในตอนนี้ที่เขาเป็นเหมือนดาวที่อยู่บนฟ้า เคนกำลังดังเป็นพลุแตก และเขาเหมาะที่จะอยู่อย่างนั้นไปอีกนานๆ ดังนั้นเธอจึงอยากจะเฝ้ามองความสวยงามอย่างนั้น ไม่ควรที่จะดึงดาวดวงนี้ให้ตกต่ำลงมาแม้เพียงนิด หญิงสาวจึงอมยิ้มเล็กน้อยแล้วเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยไม่สังเกตว่าสีหน้าของคนฟังหวั่นไหวเพียงใด "ใช่แล้ว เรายังคบกับพี่บิ๊กเพียงแต่ตอนนี้พี่เขารับราชการอยู่ที่เชียงราย ส่วนเราก็มาทำงานที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังไปๆ มาๆ ....พี่เขาดูแลเราและลูกเป็นอย่างดีจ๊ะ" ***********
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD