ตอนที่ 13
ไม่รู้สึกอะไร?
"น้าเคนครับๆ ข้าวปุ้นอิ่มแล้วครับ อยากจะกลับห้องไปดูหนังไอรอนแมนแล้วครับ"
เสียงใสกังวานของ เด็กชายข้าวปุ้น ทำให้ เคน รีบผละห่างออกจากร่างนางเอกคนดังในทันที พาฝัน มองต้นเสียงด้วยความหงุดหงิด แต่พระเอกรูปหล่อหาได้สนใจไม่
"ตาปรือขนาดนั้น ยังจะดูใหวอีกเหรอครับ งั้น เดี๋ยวน้าเคนอุ้มช้าวปุ้นไปที่ห้องดีกว่าครับ อย่าเพิ่งขยับขานะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะถ่ายงานไม่ได้เอานะ"
เคนรีบลุกขึ้นแล้วปราดไปหาเด็กน้อยเพื่อจะอุ้มร่างเล็กขึ้น
"ไม่ต้องก็ได้ครับพี่เคน เดี๋ยวผมข้าวปุ้นไปเองก็ได้ พี่เคนอยู่คุยกับคุณฝันต่อเหอะ"
เรย์ รับอาสาแทบจะทันทีเมื่อเห็นมุกดาลุกขึ้น ด้วยตนต้องการเร่งทำคะแนนกับหญิงสาว
แต่ข้าวปุ้นเอ่ยเสียงงอแงแทบจะทันที
"ไม่เอาครับๆ ข้าวปุ้นจะให้น้าเคนอุ้มกลับห้อง น้าเรย์ไม่ต้องมาอุ้มหรอก"
พูดถูกใจ เอาไปสิบคะแนนเลย
เคนฉีกยิ้มกว้างหลังถูกใจในคำตอบ ขณะที่เรย์หน้าเจื่อนลงเล็กน้อย จนต้องเอามือลูบท้ายทอยตนเองด้วยความขวยเขิน
เคนจึงเอ่ยขึ้น
"ไม่เป็นไรหรอกเรย์ เดี๋ยวพี่อุ้มข้าวปุ้นไปเอง อีกอย่างตอนนี้พี่ค่อนข้างง่วงแล้วด้วย เดี๋ยวจะกลับไปท่องบทต่อเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วย ต้องมาถ่ายตอนเช้าตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้นสวยๆ"
พระเอกหนุ่มช้อนร่างของเจ้าหนูข้าวปุ้นขึ้นแนบอก แล้วอุ้มเดินห่างออกมา เด็กน้อยซบหน้าเข้ากับแผงอกกว้างที่เริ่มคุ้นชิน นั่นทำให้มุกดาจำต้องเดินตามเขามาด้วย
"ขอบคุณเคนมากเลยนะ แต่ส่งแค่นี้ก็ได้ เดี๋ยวเราอุ้มลูกไปเองดีกว่า"
"ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ถึงห้องแล้วนี่"
"คือเราเกรงใจอ่ะ"
ชายหนุ่มหยุดกึก ก่อนหันมามองเธอ
"เกรงใจเราที่เป็นเพื่อนเก่าเนี่ยนะ! แต่ดูไม่เกรงใจเรย์คนที่เพิ่งร่วมงานกันไม่กี่ครั้งเลยนะ?"
น้ำเสียงเขาหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อไป
ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหงุดหงิดเพราะอะไร
"เราก็เกรงใจทั้งคู่นั่นแหละ"
มุกดาเอ่ยเสียงราบเรียบ ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำสีหน้าไม่พอใจเธอเพราะอะไร ทั้งที่เมื่อสักครู่เขาก็นั่งเบียดชิดอยู่กับพาฝันนางเอกคนสวย เธอก็แค่ไม่อยากรบกวนเวลาของเขาก็เท่านั้น
"อีกอย่างเราไม่ได้สนิทกับใครทั้งนั้น และเราไม่อยากให้ เคนมามีข่าวที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับเรา เพราะก็ไม่รู้ว่าปาปารัสซี่จะแอบอยู่มุมไหนบ้าง"
แม้จะเป็นการไปส่งลูกในห้องพักของเธอ แต่ก็ถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อภาพซุปเปอร์สตาร์ดังอย่างเขาอยู่ดี
เคนยักไหล่เล็กน้อย
"ไม่ต้องห่วงหรอกปาปารัสซี่ในกองถ่ายเขาต้องการ PR เรื่องของเรากับพาฝันอยู่แล้ว ทิศทางของข่าวจะเป็นแบบนั้น เชื่อหรือเปล่าล่ะ? เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็มีภาพหลุดในงานเลี้ยงกองถ่ายออกไปแน่นนอน"
ทำไมเขาจะไม่รู้? ว่าถึงจะมีคนเห็นเขาเดินออกจากห้องของเธอจริงๆ ก็จะเป็นแค่คนในกองถ่าย ที่พี่กอบกุล คอนโทรลไว้อยู่แล้ว และไม่มีทางที่จะมีภาพหลุดออกไปข้างนอกแน่นอนหากพี่กอบกุลไม่อนุญาต
ดังนั้นเขาจะไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลย
เคน อุ้มเจ้าหนูข้าวปุ้นมาส่งจนถึงห้องพัก หน้ากลมบ๊องแบ๊วหลับตาพริ้มซบยังบ่าของเขา ความนุ่มนิ่มและกลิ่นแป้งเด็กที่หอมละมุนโชยมาแตะจมูก ทำให้เคนไม่อยากจะปล่อยร่างเล็กนี้จากอ้อมแขนตนเลยแม้แต่น้อย
"เปิดประตูสิมุก! เจ้าหนูหลับแล้ว"
หญิงสาวแตะคีย์การ์ดให้ประตูเปิดออก เคนพาเจ้าหนูไปยังเตียงแล้วประคองศีรษะลงนอนอย่างระมัดระวัง
"ขอบคุณมากนะเคน"
เธอยืนห่างจากเขาเว้นระยะพอสมควร ทำให้เคนรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ
"ถ้าคิดจะเข้าวงการ และอยากจะเป็นนักแสดงจริงๆ มุกจะต้องระวังตัวมากกว่านี้ เพราะข่าวฉาวต่างๆ จะส่งผลด้านลบมากกว่าดี ถึงแม้มุกจะรับบทเป็นนางร้ายก็เถอะ"
"เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา ถ้าเคนหมายถึงเรื่องคุณเรย์ เราเคยเจอเขาตอนร่วมงานกันไม่กี่ครั้งเท่านั้น"
เธอบอกเขาไปตามตรง
"ไม่จำเป็นต้องทำผิดนี่นา ที่เราพูดหมายถึงการรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง ดาราส่วนใหญ่ที่มีข่าวฉาวบางคนไม่ได้ทำแบบนั้นด้วยซ้ำ แต่ก็ยังมีคนกล่าวหาว่าไปนอนกับคนนั้นคนนี้ เราถึงบอกว่าต้องระวังตัว เวลาจะพูดคุยอย่างสนิทสนมกับใคร"
มุกดา นิ่งเพียงครู่ ด้วยจริงๆ แล้วเธอไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะคิดว่าตัวเองก็มีลูกอยู่แล้ว คงไม่ใช่ดาราดังที่จะต้องมีคนมาสนใจขนาดนั้น
อีกอย่างยุคสมัยนี้ สังคมค่อนข้างจะเปิดกว้างกับอาชีพนักแสดง และเข้าใจคำว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว
แต่สิ่งที่เธอกังวลคือภาพลักษณ์ของเขาต่างหาก
กระนั้นเธอก็ตอบอีกฝ่ายไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ขอบคุณเคนมาก เอาเป็นว่าเราจะระวังตัวนะ เคนก็ควรจะกลับไปได้แล้ว และเคนเองก็ควรที่จะต้องรักษาภาพพจน์ตัวเองให้มากๆ เหมือนกันนะ"
“.......”
"ไล่เราจังเลยนะ"
ชั่วขณะเคนรู้สึกสนุก เขาไม่อยากเดินออกจากห้อง จึงย่อกายลงนั่งที่โซฟาตัวใหญ่มุมห้องดื้อๆ "เราขอนั่งพักให้หายเหนื่อยแปปนึงดิ อุ้มข้าวปุ้นมาตั้งไกลจากห้องอาหาร เราปวดแขนมาก และเรายังไม่อยากรีบออกไปนั่งปั้นหน้า"
อะไรกัน!!
อุตส่าห์อุ้มลูกมาส่งถึงห้อง เสร็จแล้วเธอก็รีบไล่เขาทันที
"เคน!"
"เราขอน้ำเย็นหน่อยดิ เมื่อกี้กินขนมจีนน้ำยากะทิไป เรายังไม่ได้กินน้ำเลย ร้อนคอจัง!"
เขาเอ่ยเสียงเว้าวอน พลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสามเม็ดบนออก มุกดารีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่น และเดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นมายื่นให้เขา
เคนอมยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นกิริยาของเธอ
"เหมือนในห้องพักเราจะมีแค่น้ำเปล่าอย่างเดียวนะ ถ้าเคนอยากดื่มน้ำผลไม้เราจะบอกพี่ไก่ให้"
"ไม่เป็นไรๆ เราอยากดื่มน้ำเปล่านี่แหละ"
เขารับขวดน้ำมาจากมือเธอ ปลายนิ้วสากปัดเกี่ยวโดนมือนิ่ม เพียงแค่นั้นสองแก้มของ มุกดา ก็ผ่าวร้อนขึ้นมา
ดวงตาคู่สีนิลเข้มของเคนหรี่แคบลง
"เราเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าข้าวปุ้นกลัวปูมากๆ แถมยังชอบกินขนมจีนน้ำยากะทิเหมือนเราอีก"
ชายหนุ่มเอ่ยแหย่ในสิ่งที่ตัวเองสงสัย
"นั่นน่ะสิ! ตอนแรกเราก็สงสัยเหมือนกันที่ลูกเป็นแบบนั้น ...แต่คงบังเอิญละมั้ง"
มุกดาพยายามข่มน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ทั้งที่ภายในใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"เป็นเรื่องบังเอิญที่เหลือเชื่อมากเลยนะ จะมีคนบนโลกกี่คนที่กลัวปูกับเสียงฟ้าร้องพร้อมกัน แต่ยังชอบกินขนมจีนน้ำยากะทิเหมือนกันอีก อีกอย่างมุกคิดถึงเรามากขนาดนั้นเหรอ? ถึงจะเอาชื่อฉายาสมัยมัธยมของเราไปตั้งเป็นชื่อลูก"
คิตะ เป็นชื่อของเขาที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้
มุกดาชะงักเล็กน้อย แต่รีบหัวเราะกลบเกลื่อนแทบจะทันที
"ใช่...คือเราว่าชื่อคิตะมันเพราะดี ตอนนั้นเราคิดอะไรไม่ออก เราก็เลยใช้ชื่อนี้เป็นชื่อจริงของลูก"
เธอก้มลงเพื่อจะหยิบขวดน้ำที่เขาดื่มแล้วไปทิ้งขยะมุมห้อง เป็นจังหวะที่เคนเงยหน้าขึ้น ทำให้ปลายจมูกโด่งของเขาชนกับแก้มเนียนใสของเธอ
"อ๊ะ!!"
มุกดาอุทาน เมื่อความวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนต้องเหยียดกายขึ้นผละออกห่างจากเขาอย่างรวดเร็ว ร่างของเธอจึงเซถลาไปด้านหลัง
หมับ!!
เคนคว้าเอวคอดนั้นไว้ รั้งร่างหญิงสาวให้เอนมานั่งลงตักเขา
"เคน!! โทษทีๆ"
มุกดาพยายามแกะมือเขาออก แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยินยอม มือหนาตรึงร่างบางไว้แนบกับตักยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้สัมผัสความนุ่มนิ่มที่ทำให้เขาปั่นป่วนใจมาทั้งวัน
"ทำไมละมุก? เมื่อกี้เราสองคนยังใกล้ชิดยิ่งกว่านี้เลย ถือว่าซ้อมบทไปในตัวก็ได้นี่นา"
ริมฝีปากหยักกระซิบชิดริมหู นั่นทำให้มุกดารู้สึกปั่นป่วนในใจ จนขนอ่อนในกายเริ่มลุกชูชัน
"เคน ปล่อยเราก่อน"
มือนิ่มดันอกเขาออกห่างแต่เหมือนไม่เป็นผล ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ยิ่งกว่าเดิม กลิ่นกายหอมละมุนของเธอ ทำให้เคนไม่อยากจะผละออกห่างแม้เพียงนิด
"ทำไงดี! เราไม่อยากปล่อย! เราอยากรู้ว่ามุกรู้สึกอย่างไง?"
"เราไม่ได้รู้สึกอะไร"
ไม่สักนิดเดียว เธอพยายามสะกดจิตตัวเอง
มุมปากของเคนยกโค้งขึ้น ก่อนจะกระซิบเสียงแหบพร่า
"มุกแน่ใจเหรอ? ว่าไม่หวั่นไหวกับเรา ...ทั้งๆ ที่เราหวั่นไหวกับมุกมากมายขนาดนี้"
*************