ภาพมารยา

1323 Words
ตอนที่ 18 ภาพมารยา "เคน!!" มุกดา ตระหนกที่ได้ยินถ้อยคำนั้น ทว่าเธอก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติแทบจะทันที เมื่อพี่มิ้นท์และพี่ไก่เดินเข้ามาใกล้ "เคนนี่นักแสดงมืออาชีพจริงๆ ขนาดสั่งคัทแล้วนะเนี่ย" "....." เคน ไม่ตอบคำถาม ดวงตาคู่สีนิลหรี่แคบลงเมื่อมองท่าทีของเธอ สองสามวันมานี่เขาคิดทบทวนอะไรหลายอย่าง และกำลังสั่งให้คนสืบเรื่องราวในสิ่งที่เขาอยากรู้ จึงพามุกดามาถ่ายบทที่นี่กับทีมงานเพียงไม่กี่คน มันทำให้เขาทำเรื่องนั้นง่ายขึ้น "สุดยอดมากเลยทั้งสองคน สงสัยเรื่องนี้นางร้ายจะดังกว่านางเอกแล้วนะเนี่ย" "นั่นน่ะสิ เมื่อกี้ดูในจอแล้วยังอินตามเจนนี่มากๆ เห็นแล้วอยากจะเข้าไปหยุมหัวคุณเกื้อเลย สงสารเจนนี่อ่ะ" "มาพักก่อนๆ เดี๋ยวค่อยถ่ายต่อ วันนี้เห็นว่าพี่กอบจะให้ถ่ายถึงเย็นเลย จนกว่าแสงจะหมด" การถ่ายทำในวันนี้ใช้สถานที่หลายแห่งโดยเป็นการเล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของเกื้อตัวพระเอก ฉากส่วนใหญ่จึงเกี่ยวเนื่องกับตัวละครอาวุโสกับพระเอก และมีนางร้ายเข้าไปแจมด้วยในฉากบทดราม่า ฉากสุดท้ายต้องถ่ายที่ไร่ส้มตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน เป็นฉากที่เคนถ่ายคนเดียว ทำให้มุกดาพอมีเวลาที่จะปลีกตัวโทรหาลูกชายสุดที่รัก (คุณแม่กับน้าเคนได้เจอต้นส้มไหมครับ?) เสียงใสกังวานของ เด็กชายข้าวปุ้น ดังออกมาจากวีดีโอคอล นั่นเหมือนบรรเทาความเมื่อยล้าของมุกดาให้มลายหายไป "เจอครับคนเก่ง มีลูกส้มกำลังสุกเยอะแยะเลย เดี๋ยวแม่จะเอาไปฝากหนูนะ วันนี้ข้าวปุ้นตั้งใจเรียนหรือเปล่าครับ?" (ตั้งใจเรียนครับ วันนี้ป้าหวานมารับข้าวปุ้นด้วย ข้าวปุ้นทำการบ้านใกล้จะเสร็จแล้วด้วย เก่งไหมครับ?) "เก่งมากครับ ไอรอนแมนของแม่" (ข้าวปุ้นรักแม่มุกนะคร้าบ) "แม่ก็รักหนูจ้ะ" . . "ว่าไง?" เคน เอ่ยถามเสียงเข้มเมื่อเข้ามาในห้องพักส่วนตัว แล้วกดรับสายผู้ช่วยคนสำคัญที่เขาสั่งให้ไปสืบเรื่องราวบางอย่าง (ตอนนี้คุณบิ๊กอาศัยอยู่ที่เชียงรายกับภรรยาที่ชื่อต้อยครับ ทั้งคู่แต่งงานกันเงียบๆ มานานแล้วประมาณ 8 ปี จากข้อมูลที่สืบมาคุณบิ๊กไม่ได้เป็นสามีและแต่งงานกับคุณมุกดาครับ) ว่าละ!! เธอโกหกเขาจริงๆ (ส่วนคุณมุกดาเองตอนมาอยู่เชียงราย ทำงานขายพวกอาหารตามสั่งและของออนไลน์หลังจากคลอดลูกแล้วก็ไปเรียนจนจบปวส. แล้วเพิ่งจะกลับไปรับงานถ่ายแบบเมื่อต้นปีนี้เองครับ ก่อนที่จะย้ายมากรุงเทพฯ) "แล้วเรื่องข้าวปุ้น?" (เด็กชายข้าวปุ้นเกิดเมื่อวันที่เก้าเดือนเก้าที่โรงพยาบาลในตัวเมืองจังหวัดเชียงราย ในสูติบัตรไม่ได้แจ้งชื่อของบิดาไว้ แต่ถ้าคำนวณจากระยะเวลาที่คุณเคนบอก มีความเป็นไปได้ครับที่ข้าวปุ้นจะเป็นลูกของคุณเคน) หัวใจของ เคน เหมือนโดนกระตุกอย่างแรง (แต่วิธีที่จะบอกได้อย่างดีที่สุดคือวิธีทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ผลตรวจดีเอ็นเอจะถูกต้องและเป็นคำตอบชัดเจนที่สุด) "อย่างนั้นก็หาต้องหาทางให้เด็กนั่นตรวจดีเอ็นเอให้ได้" (อาจจะยากหน่อยนะครับ เพราะการตรวจดีเอ็นเอต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง ซึ่งตอนนี้คนที่จะยอมเซ็นได้มีเพียงคนเดียวก็คือคุณมุกดา) "เดี๋ยวเด็กนั่นไปโรงพยาบาล ก็เอาน้ำเมือกไปตรวจซะ" ปลายสายนิ่งงันไปทันที (คุณเคนครับ การตรวจดีเอ็นเอเด็กโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะครับ) ถามว่าเขาสนใจไหม ไม่สักนิด!! ตอนนี้เขาแค่อยากรู้ว่าเด็กข้าวปุ้นเป็นลูกชายเขา 100% ต่อให้เขาต้องติดคุกในความผิดเรื่องนี้เขาก็ยินยอม ถือว่าคุ้ม! เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับเขามาก ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ "ฉันไม่มีเวลามากนัก!! และฉันต้องการรู้ผลทางวิทยาศาสตร์ให้เร็วที่สุด บอกมาเลยว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่? ฉันจ่ายไม่อั้น!! แล้วรีบจัดการให้เร็วที่สุด!" "ครับคุณเคน!" . . มุกดา อยากจะโทรหาลูกชายอีกครั้ง แต่ป้าหวานบอกว่าหลังจากเด็กน้อยกลับจากโรงพยาบาลเพื่อไปฉีดวัคซีน เหมือนข้าวปุ้นจะตัวรุมๆ แล้วหลับไปแล้ว เธอจึงอยากให้เด็กน้อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หญิงสาวหันมาใส่ใจกับบทละครต่อ เพราะพรุ่งนี้เช้ามีถ่ายอีกฉากก็เสร็จแล้ว เธออาจจะแวะไปที่บ้านแล้วค่อยนั่งเครื่องกลับอีกที "มุก อาหารเย็นประมาณหกโมงครึ่งนะ ถ้าพี่ไม่ได้ไปที่ห้องอาหารไม่ต้องแปลกใจนะ พี่ว่าจะไปสปาด้านหลังซะหน่อย เห็นพี่มิ้นท์บอกว่าที่นี่นวดดีมาก สวรรค์ของคนแก่เลยล่ะ" พี่ไก่ ชะโงกมาบอกหลังจากที่เธอจัดการธุระส่วนตัวและเก็บของออกจากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว "ขอบคุณค่ะ พี่ไก่ตามสบายเลยไม่ต้องห่วงมุกหรอกค่ะ ที่นี่ถิ่นมุกเอง ชิลล์มากๆ" "นั่นน่ะสิได้มาบ้านมุกทั้งที แต่พรุ่งนี้พี่ก็ไม่ได้แวะไปด้วยนะ เพราะเดี๋ยวต้องไปเตรียมงานที่กรุงเทพต่อ เสร็จจากฉากของมุกพี่ก็คงกลับเลย" "ได้ค่ะ พี่ไก่ไปนวดเถอะ ตามสบายเลยนะคะ" เธอบอกเสียงหวาน ด้วยเห็นผู้จัดการตัวเองเหนื่อยล้ามาหลายสัปดาห์แล้ว ความจริงพี่ไก่ดูแลศิลปินอยู่หลายคนแต่ช่วงนี้จะทุ่มเทเวลาให้กับเธอและข้าวปุ้นเป็นส่วนใหญ่ เมื่อได้มาพักในโรงแรมที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสถานที่ทำสปาบำบัดแล้ว เธอก็อยากจะให้พี่ไก่ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ อีกทั้งบทที่จะถ่ายก็เริ่มไม่ค่อยจะดราม่าแล้ว มุกดาจึงนั่งเอนหลังอ่านบทในห้องไปอย่างผ่อนคลาย หญิงสาวเผลอหลับไปด้วยความเมื่อยล้า มารู้สึกตัวอีกทีในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม เธอรีบจัดการธุระส่วนตัว หยิบชุดเดรสชีฟองแบบง่ายๆ มาใส่ กว่าจะเดินมาที่ห้องอาหารด้านล่าง ก็พบว่าทีมงานส่วนใหญ่ทานแล้วขึ้นไปพักผ่อนกันเกือบหมดแล้ว เธอจึงสั่งอาหารอย่างง่ายๆ มาสองสามอย่าง และนั่งที่โต๊ะมุมสุด ทว่าก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นร่างหนามาย่อกายลงนั่งโต๊ะเดียวกับเธอ "เคน!" "เรานั่งด้วยคนนะมุก พอดีเราเพิ่งตื่น เหมือนทีมงานคนอื่นจะกินกันอิ่มไปหมดแล้ว" ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ดูดีจนออร่าของเขาสว่างเจิดจ้า ขณะโบกมือให้กับบริกรเพื่อสั่งอาหารเพิ่ม เคนสั่งสเต็กปลาแซลมอนกับสลัดผักรวม เขานั่งทานอย่างเงียบคล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่าง "เสียดายเนาะที่นี่ไม่มีเมนูขนมจีนน้ำยากะทิปลากราย ไม่งั้นเราคงสั่งกินอีก" "ไม่เบื่อเหรอไง?" เธอรู้ว่าเขาชอบมาก ไม่ต่างจากลูกชายของเธอ "ไม่อ่ะ! ของที่เราชอบ ต่อให้กินแล้วกินอีกเราก็ไม่เบื่อ... และเราก็ยังอยากจะกินมันทุกวัน" เขานั้นคำว่า อยากจะกิน ช้าๆ เน้นๆ เพียงแค่นั้นสองแก้มเนียนของมุกดาก็แดงระเรื่อด้วยสีเลือดฝาด เมื่อสบตากับดวงตาสีนิลเข้มแสนมีเสน่ห์ที่จ้องมองมาอย่างล้ำลึก เขาหมายถึงขนมจีนแหละน่า เธอเตือนตัวเองไว้ว่าเขาเป็นนักแสดงมืออาชีพ และนี่คือภาพมารยาที่เธอไม่ควรหลงใหลเคลิบเคลิ้มตามการแสดงของเขา *************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD