ตอนที่ 6
ความหอมหวานที่เจิดจรัส
"พี่ครับๆ พี่ทำมือถือตกครับ อ้าว! นี่มือถือ “เสี่ยวหงส์” นี่นา ทนทานจริงๆ"
เคน หลุบตามองริมฝีปากจิ้มลิ้มอิ่มแดง และดวงตากลมโตสุกสกาวจากใบหน้ากลมแบ๊วที่คล้ายเขามาก ราวกับกำลังส่องกระจกมองตัวเอง
"....."
ดวงตาของเขาทอแสงอ่อนลง มุมปากหยักสวยยกโค้งขึ้น
"ครับ นี่ของพี่เอง"
"คัท!!!"
"ทำดีมากเลยเคน! น้องข้าวปุ้นด้วย! ฉากนี้สื่ออารมณ์ร่วมกันได้ดีมากทั้งสีหน้าแววตา"
"ดีมากๆ ทำได้ดีทั้งคู่เลย"
เสียงผู้กำกับเอ่ยขึ้นอย่างพึงพอใจ เมื่อได้งานที่สื่อถึงความทนทานและสมบุกสมบันของโทรศัพท์ตามที่ต้องการ พี่มิ้นท์รีบปรี่เข้ามาหาจัดการกับเสื้อผ้าหน้าผมของเขาให้เรียบร้อย แล้วพาไปนั่งพักผ่อนในมุมด้านในเพื่อพาดูภาพเคลื่อนไหวในจอ
ทว่าเคนกลับจูงมือของ เด็กชายข้าวปุ้น มาด้วย
"วันนี้แม่มุกบอกจะมารับเร็ว ถ้างานไลฟ์สดขายของ ขายได้หมดและเสร็จก่อนบ่ายสอง แต่ยังไงข้าวปุ้นก็คงไม่ได้ไปดูหมูเด้งอยู่ดีแหละครับ"
หนูน้อยบ่นพึมพำ แต่เกาะมือเขาไว้แน่นและเดินตามมาอย่างว่าง่าย
"ข้าวปุ้นอยากไปดูหมูเด้งขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ถ้าอยากไปจริงๆ เดี๋ยวน้าเคนพาไปก็ได้"
"จริงเหรอครับ?"
เด็กชายตาลุกวาว "แต่แม่บอกว่าถ้าจะดูหมูเด้งแบบใกล้ชิดตอนหมูเด้งทำกิจกรรม จะต้องจองตั๋วนะครับน้าเคน ถ้าวันนี้ไม่ได้ไปก็คงจะอีกนานเลย"
เจ้าหนูเอียงคอเล็กน้อย พร้อมเอ่ยบอกตามถ้อยคำที่จำมาจากแม่มุกดา
มุมปากของเคนยกยิ้มขึ้น เมื่อมองท่าทีนั้น ขนาดท่าเอียงคอถาม ก็ยังเหมือนเขาตอนสงสัยเลย
"ได้สิครับ ถ้าข้าวปุ้นอยากจะไปจริงๆ น้าเคนพาไปได้"
ทำไมจะไม่ได้ละ แค่เขาให้ค่ายประสานว่า เคนสกาย อยากไปเที่ยวสวนสัตว์ แค่นั้นเขาก็คงจะได้สิทธิ์ VIP ในทันที เพราะเหมือนเป็นการโปรโมทสวนสัตว์ไปในตัวด้วย
"อยากไปครับอยากไป ข้าวปุ้นจะบอกแม่มุกนะครับ ว่าวันเสาร์หน้าไม่ต้องไปไลพ์แล้ว"
น้ำเสียงของเด็กชายกังวานใส เมื่อเอ่ยบอกเขาอย่างลิงโลด ทำให้เคนต้องอมยิ้มตามไปด้วย
แปลกชะมัด!!
เขาควรจะต้องรู้สึกไม่ชอบเด็กนี่ไม่ใช่เหรอ?
เพราะเป็นลูกของผู้หญิงคนที่ขยี้หัวใจเขากับสามีของเธอ
เอาน่า!!
ในเมื่อที่ผ่านมา เธอทิ้งความฝันของตัวเองหนีเขาไปมีความสุขกับผู้ชายคนอื่น เคนก็จะทำให้เธอรู้ว่าความสุขจากการที่ได้เจิดจรัสนั้น มันยอดเยี่ยมมากแค่ไหน
เขาจะช่วยอุ้มชูผลักดันเพื่อให้เธอและลูกของผู้ชายคนนั้นได้ลิ้มลองความหอมหวานนั้นสักหน่อย
แล้วค่อยปล่อยให้บินเองให้ตกกระเด็นลงไปสู่ดินเหมือนเดิม
.
.
มุกดา ประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อมาถึงกองถ่ายโฆษณา แล้วเห็นข้าวปุ้นลูกชายสุดที่รัก เข้าไปนั่งในห้องรับรองของซุปเปอร์สตาร์คนดัง โดยมีพี่ไก่ผู้จัดการส่วนตัวของเธอและลูกอยู่ในนั้นด้วย
ความจริงวันนี้เธออยากจะมาดูข้าวปุ้นตั้งแต่เช้า แต่มีงาน ไลฟ์สดปักตะกร้าขายของ ที่ว่าจ้างโดยช่องของอินฟลูคนดัง ซึ่งรับงานไว้ก่อนหน้านานแล้ว และเมื่อเสร็จเรียบร้อย จึงรีบบึ่งมาที่กองอย่างรวดเร็ว
"เย้ๆ คุณแม่มาแล้วครับ"
เด็กชายส่งเสียงใสผละห่างจากร่างหนาของเคน เหมือนทั้งคู่กำลังเล่นหุ่นซุปเปอร์ฮีโร่กันอยู่ โดยมีพี่มิ้นท์และพี่ไก่นั่งอยู่ข้างๆ นอกจากนั้น ยังมี กอบกุล ผู้กำกับซีรีส์ดังนั่งอยู่ในนี้ด้วย
หัวคิ้วเรียวสวยของมุกดา ขมวดเข้าหากันในทันที
ด้วยไม่คิดว่าจะเจอผู้กำกับชื่อดังมานั่งอยู่ในกองถ่ายโฆษณาสั้นๆ นี้ และมานั่งอยู่ตรงหน้าเธอขณะนี้ ตัวเป็นๆ
"น้องมุกดาคนนี้นะเหรอ? ที่คุณไก่เล่าว่า เป็นแม่ของหนูข้าวปุ้นคนเก่ง"
"ใช่ค่ะพี่กอบ มุกดาเป็นเด็กสังกัดของคุณฉีและไก่ดูแลอยู่ค่ะ มุกเขาเคยถ่ายแบบโฆษณาหลายชิ้นอยู่นะคะ แต่งานละครเพิ่งจะรับเป็นตัวประกอบไปแค่เรื่องเดียว แต่น้องเป็นคนเรียนรู้ได้ไวและมีพรสวรรค์ด้านการแสดงมากนะคะ"
"อืม ตัวจริงนี่หน้าตาสวยจัดมาก โครงหน้าสวยเป๊ะ ผิวก็ขาวละเอียด หุ่นก็ดี น่าจะขึ้นกล้อง ถ้าไม่บอกว่ามีลูกแล้วไม่เชื่อเลยนะเนี่ย เสียดายถ้ายังไม่มีลูกจะให้รับบทนางเอกเลย"
ถ้อยคำของผู้กำกับดังกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอ ทำให้มุกดาฉงน ก่อนเหลือบไปมองใบหน้าหล่อเหลาของ เคน ที่มองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยแววตามีเลศนัย
"แม่จ๋าๆ มานั่งนี่ก่อนครับ"
ข้าวปุ้นเดินมาจูงมือแม่ให้มานั่งข้างๆ ตนกับพี่ไก่ หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นทันที
"หมายความว่ายังไงคะ? พี่ไก่จะให้มุกรับงานซีรีส์ของคุณกอบที่มีข่าวดังว่ากำลังจะสร้างเหรอคะ? แล้วมุกต้องไปเทสหน้ากล้องก่อนไหม?"
"ไม่ต้องหรอก"
ผู้จัดคนดังบอก "พี่ดูงานของเราทั้งถ่ายแบบและละครเรื่องนั้นมาแล้ว มุกดาน่าจะเหมาะกับบทนางร้ายในเรื่อง “ไอดินกลิ่นรัก” ที่คุณเคนจะเล่นเป็นพระเอกนี้ ส่วนข้าวปุ้นจะได้รับบทเคนตอนเด็กและเป็นลูกชายเคนในตอนท้ายของซีรีส์"
เธอกับลูกได้งานพร้อมกันเลยเหรอ?
ขวดน้ำในมือของ มุกดา แทบจะร่วงลงพื้น
"จริงเหรอคะ?"
แม้จะดีใจเพียงใด แต่มุกดาก็ยังคงรู้สึกตงิดใจ เมื่อรู้ว่าเธอและลูกจะต้องร่วมงานในซีรีส์ดังร่วมกับเคนสกาย และเท่าที่ทราบน่าจะเป็นซีรีส์เรื่องยาว 25 ตอน ที่ใช้เวลาถ่ายทำนานพอสมควร
และอาจจะต้องถ่ายทำทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวมถึงต่างประเทศบ้างในบางครั้ง
ซึ่งเธอจะไม่มีปัญหาอะไรเลยในเรื่องเหล่านั้น
ติดอยู่แค่ว่า....
จะต้องร่วมงานกับเพื่อนเก่าคนนี้!
"จริงซิมุก! นี่คุยตกลงเรื่องค่าตัวเรียบร้อยแล้วด้วยนะ นี่เป็นโปรเจคของแอพดูหนังเบอร์หนึ่งของเอเชีย ที่สตรีมซีรีส์และละครย้อนหลัง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย, อนิเมะ, วาไรตี้, การ์ตูนเด็ก โดยทางแอพต้องการปั้นซีรีส์เอเชียให้โด่งดังระดับโลก ค่าตัวมุกกับข้าวปุ้นรวมกันอยู่ที่แปดหลักเลยนะ ถึงจะใช้เวลาถ่ายทำนานไปหน่อย แต่รายได้ก็คุ้มสุดๆ เลยนะ"
เอกสารสัญญาถูกยื่นให้ตรงหน้าของเธอ มุกดาตาลุกวาวกับตัวเลขผลประโยชน์ที่เห็น ด้วยนี่เป็นงานชิ้นที่สร้างรายได้ให้กับเธอและลูกมากที่สุดตั้งแต่เข้าวงการมา มากกว่าหลายสิบเท่าเลยทีเดียว ให้ทำงานอีกเป็นสิบปีก็ไม่รู้ว่าจะได้เงินรวมกันเท่ากับงานนี้งานเดียวหรือเปล่า
อีกทั้งพี่ไก่ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่มีบุญคุณกับเธอมาตลอด เหมือนจะเห็นดีงามด้วยกับสัญญานี้ มุกดาจึงค่อนข้างกระอักกระอ่วนใจ ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก อาจทำให้ค่ายโกรธได้เพราะงานทุกอย่างที่เธอรับต้องผ่านค่ายของคุณฉีที่พี่ไก่ดูแลอยู่
"คือ....พี่ไก่คิดดีแล้วเหรอคะ ไหนบอกว่ามุกยังมีงานโฆษณาและงานปักตะกร้าร่วมกับอินฟลูอย่างต่อเนื่อง แล้วจะเคลียร์ตารางงานได้เหรอคะ"
"โอ๊ย! งานพวกนั้น พอหมดสัญญานี้ก็ไม่ต้องต่อแล้ว ได้เล่นซีรีส์ดังขนาดนี้ ทั้งเงิน ทั้งโอกาส ทั้งชื่อเสียงกำลังวิ่งมาหา นี่คือโอกาสครั้งเดียวในชีวิตเลยนะ มุกจะต้องรีบคว้ามันเอาไว้"
พี่ไก่ตอบแบบเคืองนิดๆ ด้วยกลัวงานจะหลุดลอยไป
และท่าทีนั้นก็อยู่ในสายตาของเคนโดยตลอด
ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้
"นั่นน่ะสิมุก! พี่ไก่พูดถูกนะ โอกาสดีๆ ในชีวิตมันไม่ได้วิ่งเข้ามาหาบ่อยๆ นะ! มุกจะทิ้งขว้างมันทุกครั้งเลยไม่ได้หรอกนะ ถ้าไม่คิดถึงโอกาสของตัวเอง มุกก็คิดถึงโอกาสของข้าวปุ้นบ้างซิ!"
ถ้อยคำที่เหมือนจะเหน็บแนมเธออยู่ในที ซึ่งมีแต่เขาและเธอเท่านั้นที่รู้ ทำให้สองแก้มของมุกดาแดงก่ำขึ้น
เธอจ้องหน้าเขากลับ
สบตากับดวงตาคู่สีนิลเข้ม ที่มีประกายบางอย่างอยู่ในนั้น
มุกดารู้ดีว่าท่าทีที่เขาทักทายเธอเมื่อวานนี้อย่างสุภาพ เป็นแค่เปลือกที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจ
เขาอาจจะยังเกลียดเธอ แต่เธอไม่คิดจะตำหนิเขาเรื่องนั้นแต่อย่างใด ด้วยต้องการให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เขาจะได้อยู่ห่างจากเธอและลูก เพราะเธอไม่ได้อยากให้ตัวเองและลูกต้องมาข้องเกี่ยวกับเขามากจนเกินไป
เธอเกรงว่าเรื่องของเธอจะลูก จะโดนขุดคุ้ยเข้าสักวัน
และนั่น! มันอาจจะมีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อหน้าที่การงานของเขาเลยทีเดียว
หญิงสาวหลุบตาต่ำลงอย่างครุ่นคิด ว่าควรจะหาวิธีทางปฏิเสธอย่างไรดี การปฏิเสธในแบบที่จะทำให้เธอและลูกยังสามารถได้รับงานในค่ายต่อไปได้อีก
"แม่ครับๆ ข้าวปุ้นอยากแสดงกับเคนสกายครับ ข้าวปุ้น อยากเป็นดาราดังเหมือนน้าเคน"
เสียงกังวานใสของลูกชาย ทำให้มุกดาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาผู้จัดการส่วนตัวและผู้จัดคนดัง แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
นี่มันอะไรกันนะ?
ทำไมนะ?
ทำไมลูกชายสุดที่รักของเธอ จะต้องมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นซุปเปอร์สตาร์เหมือนเคนด้วย
และในเมื่อมันเป็นความฝันของลูก เธอก็ต้องส่งเสริม ไม่อาจจะปฏิเสธได้
***************