ตอนที่ 10
นางร้ายที่เปลืองตัว
"คัท!!!"
เสียงของผู้กำกับดึงสติของทั้งคู่ให้กลับมา เคน ชะงักเล็กน้อย เป็นจังหวะที่ มุกดา เหยียดกายลุกขึ้นแล้วรีบดึงสายชุดเดรสที่หลุดรุ่ยขึ้นคล้องบนไหล่ ก่อนจะผละร่างออกห่างจากพระเอกหนุ่มอย่างรวดเร็ว
"เยี่ยมมากเคน! มุกด้วย แสดงอารมณ์ได้ดีมาก"
"ดูแล้วอินตามเลยเมื่อกี้ เทคเดียวผ่านเลยแบบนี้"
เสียงผู้กำกับเอ่ยอย่างพอใจ ขณะดูภาพในจอ
เคนมองตามร่างบางที่เดินออกห่างอย่างตาปรอย ก่อนจะได้สติแล้วรีบดึงผ้าห่มปิดส่วนล่างของตัวเองที่แข็งขึงโด่เด่เอาไว้
เวรกรรม!!
แค่นี้ก็แข็งแล้วกู!
มุกดา รีบปรีเข้าห้องพักทันที ใบหน้าสวยแดงก่ำไปด้วยสีเลือดฝาด แม้เธอกับเขาจะเคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันมาแล้ว แต่เหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาเนิ่นนานเกือบหกปีแล้ว และนี่เป็นอีกครั้งที่เธอกับเขาได้มาสัมผัสใกล้ชิดกันแบบนี้
แม้จะเป็นการแสดง แต่ถ้อยคำและลมหายใจผ่าวร้อนของเขาที่ประทับยังทุกอณูเนื้อ
และทำให้ลมหายใจของมุกดาเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ยอมรับว่าเธอตื่นเต้นมากจนแทบจะหลุดบท
เขาแสดงได้เก่งมาก! เธอยอมรับเลย
"มุก! ถ้าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเจอกันที่ห้องอาหารด้านล่างนะ พี่กอบจองห้อง VIP ให้นักแสดงทุกคนแล้ว คืนนี้พวกเราจะค้างกันที่นี่"
เสียงพี่ไก่ ตะโกนบอกอยู่ด้านนอกตามด้วยเสียงข้าวปุ้น
"แม่ครับๆ เดี๋ยวข้าวปุ้นไปรอแม่อยู่ข้างล่างนะครับ ข้าวปุ้นจะไปหาน้าเคนด้วย"
"ครับๆ คนเก่ง"
"แม่รีบตามมานะครับ"
.
.
เทปถ่ายงานของฉากล่าสุด ถูกส่งให้ฝ่ายตัดต่ออย่างรวดเร็ว ปกติแล้วนักแสดงโดยทั่วไปจะไม่มีโอกาสได้เห็นนอกจากผู้กำกับและผู้เกี่ยวข้อง
แต่ พาฝัน ซึ่งถือว่าเป็นนางเอกและมีเส้นสายอยู่ในกองถ่ายและค่อนข้างจะสนิทติดเชื้อกับทีมงานอยู่แล้ว จึงมีโอกาสได้เห็นฉากเมื่อสักครู่อย่างละเอียด
หล่อนกำมือแน่นเมื่อเห็นฉากเลิฟซีนสุดวาบหวาม
เคนแสดงจูบจริงอย่างได้อารมณ์แบบไม่ใช้มุมกล้อง นั่นทำให้พาฝันประหลาดใจเล็กน้อย เพราะปกติที่ผ่านมาเคนค่อนข้างจะให้เกียรติและเซฟตัวละครหญิงทุกคนเสมอ แม้กระทั่งกับเธอเองที่ต้องเข้าฉากพระนางด้วยกัน
เขาก็แทบจะไม่แตะต้องตัวเธอเลย
เคนเป็นนักแสดงที่ช่ำชองและรู้มุมกล้องเป็นอย่างดี เขารู้ว่าต้องใช้สีหน้าและท่าทางแบบไหนที่จะสื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องสัมผัสตัวอีกฝ่าย
ที่ผ่านมาเธอยังไม่เคยได้จูบจริงกับเคนเลยสักครั้ง
แต่นี่มันอะไร?
ยัยนักแสดงโนเนมคนนี้ ถึงมีโอกาสได้แสดงฉากเลิฟซีนที่เร่าร้อนและถึงอารมณ์กับเคนได้ขนาดนี้
"อะไรกันคะพี่กอบ! อันนี้ซีรีย์โรแมนติกไม่ใช่เหรอคะ? ต้องแสดงกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ?"
พาฝัน เอ่ยอย่างฉุนเฉียว
"อันนี้พี่ต้องการสื่อในลักษณะเรียลลิตี้ตามความต้องการของตลาดนะ ซีรีส์เรื่องนี้เราไม่ได้ลงในฟรีทีวีฉายแค่ในประเทศ แต่เป็นแอปดูหนังดังเบอร์หนึ่งของเอเชียเลยนะ เราจะเล่นแค่มุมกล้องไม่ได้ ต้องแสดงกันจริงๆ เราต้องถ่ายทำแบบมาตรฐานฝรั่ง แต่ไม่ต้องห่วง ทีมตัดต่อของเรา จะนำเสนอออกมาเป็นภาพที่สวยงามแน่นอน"
“และฝันไม่ต้องกังวลว่าฝันจะต้องเปลืองตัวกับซีรีย์เรื่องนี้หรอกนะ บทของขวัญไม่มีฉากเลิฟซีนเลย มีแต่กับนางร้าย ไม่ต้องกังวลเลย”
จะไม่ให้กังวลได้อย่างไร
ถ้อยคำของผู้กำกับดัง ทำให้พาฝันวิตกยิ่งกว่าเดิม เพราะฉากเลิฟซีนระหว่างพระเอกและนางร้ายจะมีไปอีกหลายฉาก ในขณะที่กับนางเอกนั้นได้เพียงแค่โอบกอดและจุมพิตเมื่อเข้าใจกันในตอนจบเท่านั้น
"ขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ดูท่าทางนักแสดงใหม่คนนี้ของพี่กอบ จะเล่นได้เปลืองเนื้อเปลืองตัวมากๆ เลยนะคะ สงสัยท่าทางจะถนัดบทแบบนี้มาก่อน ได้ข่าวว่าเคยเป็นพริตตี้ด้วย"
หล่อนแค่นเสียงสูง เอ่ยน้ำเสียงอย่างดูถูกเหยียดหยาม
พี่มิ้นท์ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แทบจะอดรนทนฟังไม่ได้
ทำไมคนในวงการด้วยกันจะมองไม่ออก
ว่านางเอกมาเฟียคนนี้ขี้อิจฉาและหวงเคนขนาดไหน ที่ผ่านมามีดาราใหม่ที่เป็นดาวรุ่งกำลังแจ้งเกิดหลายคน ก็โดนหล่อนสกัดด้วยข่าวฉาวและใช้เส้นสายต่างๆ บีบคั้น
จนหลายคนหมดอนาคตในวงการไปเลยก็มี
"อย่าเรียกว่าเปลืองเนื้อเปลืองตัวเลยค่ะคุณฝัน เขาเรียกว่านักแสดงที่มีสปิริตต่างหาก นี่ขนาดเป็นเรื่องแรกนะคะน้องมุกยังทำได้ดีขนาดนี้ เข้ามาแค่ไม่กี่ฉากแล้วก็เทคเดียวทุกฉากเลยค่ะ"
พี่มิ้นท์ เอ่ยชมเสียงดัง ด้วยรู้ดีว่ายังไงเคนก็ต้องเข้าข้างเพื่อนเก่าของเขาอย่างแน่นอน อีกอย่างตนรู้สึกถูกชะตามุกดากับเจ้าหนูข้าวปุ้นเป็นอย่างมาก
และไม่อยากให้นักแสดงหน้าใหม่ที่มีฝีมือแบบนี้ ต้องโดนนางเอกมาเฟียในวงการสกัดแข้งสกัดขาจนต้องออกจากวงการไปอีกคน
"สปิริตอะไรกันคะพี่มิ้นท์? ไม่ใช่ว่าฝันไม่ได้อ่านบทประพันธ์ของนักเขียนคนนี้มาก่อนนะคะ ในเนื้อเรื่องมีฉากเลิฟซีนกับนางร้ายก็จริง แต่ไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดให้ถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ดูไม่เป็นศิลปะเลย"
หล่อน แสยะยิ้มเล็กน้อย
"ศิลปะทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานเขียนหรืองานแสดงคือการสื่อสารให้ทัชใจคนดูไม่ใช่เหรอคะคุณฝัน? อันนั้นคือเป้าหมายสูงสุดของคนที่พัฒนาและสร้างสรรค์งานศิลป์อย่างพวกเรานี่นา หรือว่าคุณฝันลืมไปแล้วคะ?"
"นั่นนะซิ เราไม่จำเป็นต้องทำตามบทประพันธ์ทุกอย่างหรอก หัวใจสำคัญก็คือเราถ่ายทอดบทประพันธ์ออกมาโดยให้ดำรงแก่นแท้ของมันไว้ตามเจตนารมณ์ของผู้ประพันธ์ และปรับเปลี่ยนรูปแบบออกมาตามความเหมาะสมกับสื่อและช่องทางที่นำเสนอ เพราะงานหนังต่างจากงานเขียน บางทีเราก็ต้องสื่อออกมาชัดๆ เพื่อเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชมในเวลาที่จำกัด"
พี่กอบดูเหมือนจะเห็นด้วย
ถ้อยคำของ พี่มิ้นท์และพี่กอบกุล ทำให้ใบหน้าของพาฝัน ซีดเจื่อนลงแทบจะทันที
"อีกอย่าง วันนี้ไม่ได้มีคิวของฝันเลยนะ ถ้าจะมาค้างกองที่นี่ก็ได้ แต่อย่าทำให้งานของทีมล่าช้า เพราะทุกวันคือค่าใช้จ่ายและต้นทุน ถ้ายังไงพี่จะให้เด็กจองห้องไว้ให้ และมื้อเย็นก็ไปทานข้าวด้านล่างรวมกันได้"
กอบกุล โบกมือบอกเพื่อตัดบท
ทำให้นางเอกสาวต้องเอ่ยตอบเสียงอ่อยลง
"ค่ะพี่กอบ วันนี้ฝันจะค้างที่นี่ค่ะ"
ถึงแม้จะรู้สึกขุ่นเคืองใจเพียงใด แต่พาฝันก็รู้ดีว่า ควรจะต้องทำตัวเช่นไร การแข็งข้อกับผู้จัดการส่วนตัวของเคนสกายและผู้กำกับคนดังคนนี้
ย่อมไม่เป็นการดีกับตัวหล่อนเองอย่างแน่นอน
แต่อย่าหวังว่าหล่อนจะปล่อยให้นางร้ายตัวประกอบคนนี้ได้เฉิดฉายและโดดเด่นเกินหน้าเกินตานางเอกเบอร์หนึ่งในวงการ
ไม่มีวัน!!
**************