คำว่าเมีย...

1464 Words
เตยหอมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองที่ประตู แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นทันที “สวัสดีจ้า…พี่สะใภ้มาแล้วเหรอคะ” คำเรียกนั้นชัดเจน จงใจ และเต็มไปด้วยความหมาย เฌอรีนเม้มปากแน่นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องอย่างพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด “เอ่อ... สวัสดีค่ะ เรียกเฌอรีนก็ได้ค่ะ เฌอน่าจะเป็นรุ่นน้องค่ะ” เธอวางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียง แต่สายตากลับไม่ยอมมองศิลาโดยตรง เหมือนยังติดอยู่กับคำเมื่อครู่ เตยหอมมองทั้งสองคนสลับกันไปมา ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด “เตยเรียกพี่สะใภ้ได้จ้า ง่ายดีอย่าไปนับอายุเลยนะ” “ค่ะ งั้นเฌอขอเรียกพี่เตยนะคะ” “จ๊ะ” เตยหอมพูดพลางเก็บอุปกรณ์ทำแผลอย่างรวดเร็ว “ทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือ…ให้คนสำคัญ...ดูแลต่อดีกว่านะพี่” คำว่า คนสำคัญ ถูกเน้นเบา ๆ จนเฌอรีนต้องหน้าแดงระเรื่อ “เตย…” ศิลาเอ่ยเรียกเสียงต่ำ เหมือนจะเตือน แต่สายเกินไป เตยหอมยักไหล่เล็กน้อย “โอเค ๆ ไม่แซวแล้วค่ะ เตยขอตัวนะคะ” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเดินผ่านเฌอรีนไป แล้วกระซิบแผ่ว ๆ ข้างหู “ฝากพี่ชายเตยด้วยนะคะ…เขาดื้อจะตาย” ยังไม่ทันที่เฌอรีนจะตอบอะไร ประตูก็ปิดลง ทิ้งความเงียบไว้ในห้องอีกครั้ง เหลือเพียง…สองคน เฌอรีนยืนอยู่ตรงเดิมไม่รู้จะหันไปทางไหน ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง สุดท้าย เธอก็เลือกจะหยิบชามซุปขึ้นมา “ทานก่อนเถอะค่ะ…เดี๋ยวทานยาจะได้ไม่กัดกระเพาะ” เธอพูดเรียบ ๆ เหมือนปกติ แต่ยังคงไม่มองหน้าเขา ศิลามองเธอนิ่ง ๆ สายตาคมจ้องจับทุกอาการ ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ “ได้ยินแล้วใช่ไหม?” คำถามนั้นทำให้มือเธอชะงัก เพียงเสี้ยววินาที “อะไรคะ” เธอย้อนถาม ทั้งที่รู้อยู่แล้ว ศิลายิ้มมุมปาก “ก็คำว่า ‘เมีย’ น่ะ” คราวนี้เฌอรีนเงียบไปจริง ๆ แก้มเริ่มร้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ได้ยินค่ะ...นั่นมันแค่” เธอกำลังจะปฏิเสธ แต่ศิลาแทรกขึ้นมาก่อน “แค่อะไร? ...ผมใช้คำนี้ได้แค่กับคุณคนเดียวนะ” เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงต่ำลงอย่างจงใจ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง แม้จะยังเจ็บแผลอยู่ แต่ก็เดินเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว เฌอรีนถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังชิดกับโต๊ะ ศิลาหยุดอยู่ห่างจากเธอเพียงเอื้อมมือถึง สายตาคมยังคงจับจ้อง ไม่เปิดโอกาสให้เธอหลบหนีไปทางอื่น “คุณชอบไหม?” เฌอรีนอึกอัก ๆ ไม่รู้จะตอบเขายังไงดี เธอพยายามจะถอยหนี “จะถอยไปถึงไหน” เขาพูดเบา ๆ เหมือนถาม แต่แฝงแรงกดดันบางอย่าง เฌอรีนเม้มปากแน่น มือที่ถือชามซุปเริ่มสั่นเล็กน้อย “คุณยังเจ็บแผลอยู่นะคะ… อย่าเดินมากเลย ไปนั่งเถอะค่ะ” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่อง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ ศิลายกมือขึ้นช้า ๆ แตะขอบโต๊ะด้านข้างเธอ กักพื้นที่ไว้ทั้งสองด้าน เหมือนจงใจทำให้เธอไม่มีทางหนี “ยังไม่ตอบผมเลย... คุณชอบคำนี้ไหม?” เสียงเขาต่ำลงอีกนิด ใกล้จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ เฌอรีนกลืนน้ำลาย พยายามหลบสายตา แต่ยิ่งหลบก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกจับได้ “มันก็แค่คำเรียก ไม่ได้สำคัญอะไรสักหน่อย…” เธอพูดเบา ๆ ไม่มั่นใจนัก ศิลาหัวเราะในลำคอ “แน่ใจหรือว่าไม่สำคัญ หึ” คำตอบนั้นทำให้เธอชะงัก เขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด แล้วเอียงหน้ามองเธอ “คุณไม่ชอบเหรอ…ที่ผมเรียกแบบนั้น” คำถามตรง ๆ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เฌอรีนกำมือแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาในที่สุด “ไม่ได้ไม่ชอบ…” คำตอบหลุดออกมาเบากว่าที่คิด ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนพอใจ “งั้นก็แปลว่า…ชอบ?” เธอหน้าแดงจัดทันที “คุณนี่…” เธอทำหน้ายู่ใส่เขาอย่างหงุดหงิดแต่ไม่ได้โกรธ “เฌอรีนครับ” น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป จริงจังขึ้น…และอ่อนลงอย่างประหลาด “ขอให้คุณมั่นใจในตัวผม แม้เราจะพึ่งเจอกันไม่นาน แต่ผมก็จะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังในตัวผมแน่นอน” บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที ไม่มีเสียงอะไร นอกจากเสียงหัวใจของเธอเองที่ดังชัด เฌอรีนมองเขา สุดท้ายเธอก็หลบตาอีกครั้ง เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ไม่ต้องพูดมากแล้วค่ะ ทานซุปรองท้องก่อนจะได้ทานยา” มุมปากศิลาโค้งขึ้นช้า ๆ “คุณกำลังเขินผม” เฌอรีนอมยิ้ม ก้มหน้าแก้มร้อนผ่าวขึ้นอีกระดับ “คุณป้อนผมหน่อยสิ” เฌอรีนเงยหน้าขึ้นมองทันที “คะ?” “ผมเจ็บอยู่นะ” เขายิ้มบาง ๆ “แล้วเมื่อกี้ใครบอกให้ผมทานซุปก่อน จะได้ทานยานะ” เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แต่สุดท้าย…ก็ยอมตักซุปขึ้นมา มือยังสั่นนิด ๆ แต่ก็ยื่นไปหาเขา "อ้าปากค่ะ" เธอออกคำสั่ง "ครับผม" ศิลามองเธอ สายตาอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมองใครมาก่อน และครั้งนี้…เขายอมทำตามอย่างว่าง่าย โดยไม่แซวอะไรเพิ่มอีก แต่บรรยากาศระหว่างทั้งสอง กลับยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม ทันใดนั้น “ครืด... ครืด ~~” เฌอรีนก้มลงมองโทรศัพท์ในมือ หน้าจอสว่างวาบพร้อมชื่อที่ปรากฏขึ้น ริสา เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันที่อเมริกา “ตายจริง... ลืมไปเลยว่าวันนี้ริสากลับไทย” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบกดรับสายแทบไม่ทันคิด “จ้าริสา... ลงเครื่องนานหรือยังเนี่ย” “เพิ่งได้สักพักเองจ้า พี่ภัทรมารับน่ะ แล้วนี่เฌอรีนอยู่ที่ไหน” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงสดใส แต่คำถามนั้นกลับทำให้เฌอรีนนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับต้องรวบรวมความกล้าบางอย่าง ก่อนจะตอบออกมาแผ่วเบา “อยู่บ้าน... สามี” คำว่า สามี ที่หลุดออกจากริมฝีปาก ทำให้ศิลาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นมองทันที ดวงตาคมวาวระยับด้วยความพึงพอใจ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตักซุปเข้าปากอย่างอารมณ์ดี เหมือนคนที่เพิ่งได้ยินสิ่งที่รอคอยมานาน เฌอรีนหันไปถลึงตาใส่เขาอย่างเขินปนหงุดหงิด แต่เขากลับเพียงหัวเราะในลำคอ ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน “สามีเหรอ?” เสียงริสาทางปลายสายแทบจะหลุดหัวเราะ “นี่เธอมีสามีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!” เฌอรีนเม้มปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “เรื่องมันยาวน่ะ...ไว้เจอแล้วจะเล่าให้ฟังนะ” “จ้าไว้เรานัดกันนะ งั้นวางสายก่อนนะ ริสาขนของขึ้นรถก่อน” “จ้าไว้เจอกัน” เฌอรีนวางสายแล้วหันมามองเขาทันที “คุณยิ้มอะไรคะ” “ก็ยิ้มที่คุณบอกว่าผมเป็นสามีไง” เฌอรีนไม่พูดต่อ แต่กลับเดินไปหยิบยาในแก้วยื่นให้เขา “ทานซุปเสร็จแล้วทานยาก่อนค่ะ จะได้พักผ่อน” “ขอบคุณครับ” เขารับยามาใส่ปากและดื่มน้ำตาม “แค่ก ๆ” “คุณศิลา” เฌอรีนรีบลูบหลังให้เขาอย่างเร็ว “ครับ ผมไม่เป็นไร แค่ไอเฉย ๆ” “ชอบทำให้ตกใจ คิดว่าติดคอซะแล้ว” เธอพึมพำ ก่อนจะผละออกห่างเล็กน้อย ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวหนีไปไกลกว่านั้น “เฌอรีน” เธอชะงัก เสียงเรียกเบา ๆ แต่ทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง ศิลามองเธอนิ่ง ๆ สายตาคราวนี้…ไม่ใช่แค่หยอกล้อเหมือนก่อน “ผม…เหนียวตัว” เฌอรีนยังไม่ทันได้โล่งใจ เขาก็พูดต่อช้า ๆ “ช่วยผมหน่อยสิ” ปลายน้ำเสียงนั้นต่ำลงเล็กน้อย แต่ชัดเจนพอจะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด มือที่กำลังจะวางแก้วน้ำ หยุดค้างอยู่กลางอากาศ หัวใจเต้นแรงขึ้น…อย่างควบคุมไม่ได้ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาคมยังคงจับจ้องไม่ปล่อย “คุณจะช่วย…หรือจะปล่อยให้ผมทนเหนียวตัวแบบนี้ทั้งคืนดี” น้ำเสียงนั้นต่ำลงจนหัวใจเธอสั่น เฌอรีนเม้มปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ก็ได้ค่ะ…”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD