คฤหาสน์ตระกูลชวัลกร
เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีของแฝดน้องทำให้ไคลล์ขมวดคิ้วทันที บ้านจะแตกอยู่รอมร่อมันยังมาเดินผิวปากสบายใจอีก ไคลล์สบถในใจก่อนจะปรายตามองชายวัยกลางคน ที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ป๊า…ไอ้ไคลล์มานั่งทำอะไรแต่เช้า”
ชายหนุ่มที่เดินถือเสื้อช็อปสีดำบ่งบอกสาขาวิศวกรรมยานยนต์ลงมาจากชั้นสอง พลางเอ่ยปากถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อและพี่ชาย นั่งอยู่ห้องนั่งเล่นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
แปลก?
คิลล์เลิกคิ้วอย่างสงสัย แต่เพราะวันนี้มีเรียนและต้องรีบไปรับแฟนไปมหา’ ลัยด้วยกัน เลยไม่อยากรั้งอยู่นาน
แต่พอจะเดินผ่านห้องรับแขกไป กลับมีเสียงหวานแสนอ่อนโยนเอ่ยขึ้นมาทำให้คิลล์ชะงักกึก และรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“รีบไปเรียนแต่เช้าเลยนะ”
“คิลล์ต้องไปรับน่าด้วย ขอตัวก่อนนะครับแม่” คิลล์รู้สึกว่าน้ำเสียงของแม่ดูแปลกไป คนที่พูดเนิบนาบนุ่มนวลกลับเสียงแข็งตอนท้ายมันทำให้เขามีลางสังหรณ์บางอย่าง…รีบเผ่นดีกว่า
“เดี๋ยว! แม่ได้ยินอะไรบางอย่างแล้วไม่ค่อยสบายใจ ข่าวผับดังแถวมหา’ ลัยลูกไฟไหม้ คงไม่ใช่ฝีมือของคิลล์ใช่ไหม?”
อย่าว่าแต่เจ้าของชื่อสะดุ้ง แม้แต่ต้าร์เองยังคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินภรรยารักเอ่ยราวจับผิด พลางจ้องหน้าลูกชายคนเล็กอย่างคิลล์ อุตส่าห์ปิดไม่ให้เมียรักรู้แล้วนะ หมาตัวไหนคาบข่าวมาบอกพินอินกัน
“คิลล์จะทำแบบนั้นทำไมกัน ถ้าไม่ติดว่าต้องดูแลผับให้ป๊านะแม่ไม่เห็นคิลล์เที่ยวสถานบันเทิงหรอก”
อ้าวเฮ้ย! เด็กเปรตนี่โยนขี้ให้ป๊ามันอีกแล้ว…ต้าร์สบถอย่างหงุดหงิด เมื่อได้ยินลูกชายคนเล็กหัวแก้วหัวแหวน…หัวหอกด้วย ยักไหล่เอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ
“นั่นน่ะสิพินอิน เธอจะรู้อะไรเจ้าของผับนั้นมันไม่ใช่คนรุ่นราวคราวเดียวกับลูกด้วยซ้ำ”
ลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องไปให้สุด ต้าร์ที่เป็นทั้งสามีพินอินและเป็นพ่อของคิลล์ ก็ลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ก่อนจะเดินมาหาลูกชายคนเล็ก และวางมือบนไหล่ของคิลล์แล้วบีบเบา ๆ
“ไฟไหม้ผับวอดวายคงเพราะมันโชคร้ายน่ะสิ”
“แค่คนโชคร้ายน่ะแม่” คิลล์เสียงสั่นทันทีเมื่อป๊าออกแรงกด แต่เขาจะแสดงพิรุธไม่ได้เลยต้องรีบเอ่ยปากสมทบทันที
พินอินมองสองพ่อลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยก็ปรายตามองลูกชายคนโตอย่างไคลล์ทันที ซึ่งเจ้าตัวที่รับรู้สายตาของแม่ก็ทำทีล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาเล่น กันตัวเองออกจากสถานการณ์ตรงหน้าอย่างแนบเนียน
ซึ่งเท่ากับว่าไคลล์ลอยแพสองพ่อลูกนี้แล้ว และถ้าไม่มีอะไรผิดปกติไคลล์จะไม่รีบชิ่งหนีแบบนี้ พินอินจึงกอดอกมองพ่อลูกที่ช่วยกันสุดพลังก่อนจะฉีกยิ้มหวาน
“แล้วมิกก์ไปที่นั่นทำไม แม่ได้ยินป้าคาร่าเล่าให้ฟังว่าหลังจากมาถึงไทย มิกก์ก็เร่งรีบไปที่นั่นทันที แม่นึกว่าลูกไปก่อเรื่องแล้วให้พี่ชายไปช่วยจัดการซะอีก”
เชี้ยล่ะ งานหยาบของจริง!
คิลล์หันไปมองหน้าผู้เป็นพ่อตามสัญชาตญาณ ก่อนจะร้องลั่นเมื่อมือหนาของผู้เป็นพ่อโบกเข้าให้อย่างจัง
“โอ๊ย!” ต้าร์ปรายตามองลูกชายคนเล็กอย่างดุดัน อยู่ดีไม่ว่าดีมันดันแสดงพิรุธเฉย
“ไอ้เด็กนี่ร้องซะเหมือนหมูถูกเชือดเลย ป๊าตบยุงเห็นไหม”
“ยุงบ้านป๊ามันคงดุมากสิท่าถึงได้ออกแรงขนาดนี้”
คิลล์เอ่ยลอดไรฟันก่อนจะสะบัดหน้าหนี ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเจอสายตาของแม่ ก่อนจะรีบตีหน้านิ่งเพราะกลัวพิรุธทั้งที่มันไม่ทันเสียแล้ว ส่วนเรื่องที่แม่ถามละก็....ถูก นั่นฝีมือเขาเอง
เจ้าของผับที่เกิดไฟไหม้มันมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเขานิดหน่อย แต่ดันทะลึ่งพาพวกมารุมเพื่อนสนิทแล้วลากตัวมันไปเพื่อเป็นเดิมพันในการแข่งรถ หรือไม่ก็แลกกับดาน่าแฟนของเขา
แน่นอนคางคกอย่างมันไม่มีทางสมหวังสักอย่าง และทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย นอกจากจะแพ้ย่อยยับแล้วยังสูญเสียผับที่ทำรายได้มหาศาล ชนิดที่ว่าไม่มีโอกาสได้ยืนอีกแน่นอน
“ว่ายังไงลูกรัก?”
พินอินกอดอกจ้องมองลูกชายคนเล็กนิ่ง ๆ นั่นทำให้คิลล์ตื่นจากภวังค์ความคิดทันที เขาเหลือบตามองผู้เป็นพ่อเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่แล้วสวมกอดเต็มแรงจนหญิงวัยกลางคนแสนบอบบางอย่างพินอินเซเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรหรอกคิลล์จะไปทำอะไรได้ รักแม่ที่สุดจะรีบไปรับน่าแล้วมีอะไรค่อยคุยกันนะครับ”คิลล์รีบพูดรัวเร็วก่อนจะหันไปยิ้มเยาะลูกพี่ต้าร์ที่ยืนมองตาเขม็ง เมื่อเห็นหางคิ้วของพ่อกระตุกไม่หยุด คิลล์ก็รีบชิ่งหนีออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว ไม่วายมองแฝดพี่อย่างไม่พอใจ
มีข้าศึกมาไม่เตือนกูเลยนะมึง!
คฤหาสน์ภัทรเมธาสกุล
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มอยู่หน้าบ้าน ทำให้ดาน่าที่กำลังนั่งดูดน้ำอัดลมในห้องนั่งเล่น ผุดลุกขึ้นจากโซฟาอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตหางตาเฉี่ยวเปล่งประกายวาววับ เธอวิ่งไปดูบริเวณหน้าต่างกระจกของบ้านอย่างตื่นเต้น
“มีน่ามาเหยียบคันเร่งใส่อีก…เดี๋ยวพ่อก็ด่าหรอก”
ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยพึมพำกับตัวเองอย่างหมั่นไส้ เสาร์อาทิตย์นี้เธอถูกพ่อตามกลับมานอนที่บ้าน และไม่ได้เจอคิลล์เลยแน่นอนว่าเธอน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่คนที่มีปัญหาคือแฟนหนุ่มอย่างเขาต่างหากเล่า
ดูสิพ้นเสาร์อาทิตย์มาแล้วก็รีบบึ่งรถมารับที่บ้านเพื่อไปมหา’ ลัยด้วยกันทันที ดาน่ายกยิ้มก่อนจะโยนแก้วน้ำอัดลมทิ้งลงถังขยะแล้วรีบกลับไปหยิบเอากระเป๋าสะพาย
“เฮ้ย นั่นจะรีบไปไหนน่ะ”
น้ำเสียงห้วนจัดของชายวัยกลางคนตะโกนดังลั่น หลังจากได้ยินเสียงเครื่องยนต์v8 ดังกระหึ่มทะลุเข้ามาถึงในบ้าน วาโยก็แทบคว่ำจานขนมที่ภรรยาทำให้ทิ้ง แล้วรีบวิ่งมาหาลูกสาวคนเล็กอย่างดาน่าทันทีพลางสบถกับตัวเองในใจ
นึกไว้แล้วเชียว เด็กเปรตนั่นต้องมาแน่ ไม่น่าเผลอเลย!
“หนูจะไปเรียนแล้ว บ๊ายบายนะคะพ่อ” ขณะที่วาโยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันที่ลูกคู่อริอย่างต้าร์กล้ามาเยือนถึงถิ่น ลูกสาวตัวแสบก็ตะโกนบอกลาเสียดิบดีก่อนจะรีบวิ่งออกจากบ้าน
“หยุด! ห้ามไป พ่อจะไปส่งเอง” เขาวิ่งตามลูกสาวออกมาถึงบริเวณหน้าบ้านด้วยสีหน้าถมึงทึง ทำไมดาน่าถึงได้วิ่งเร็วและว่องไวขนาดนี้เนี่ย แม้จะโมโหแต่วาโยก็ไม่อยากด่าลูกเลยหันไปตวาดใส่ตัวการอย่างลูกคู่อริอย่างคิลล์แทน
“มึงไปเลยนะเด็กเปรต”
“พ่อตามีอะไรไปเคลียร์กับป๊าผมนะ…น่ารีบขึ้นมาเร็ว ๆ” เจ้าของใบหน้าหล่อที่นั่งตำแหน่งคนขับ ตะโกนโต้ตอบวาโยดังลั่น นั่นยิ่งเป็นตัวจุดฉนวนระเบิดอารมณ์ชั้นดี
ดาน่าวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงรถเปิดประทุนของคิลล์ ก็รวบกระโปรงพลีทเข้าหากัน แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างคล่องแคล่วว่องไว จนวาโยที่วิ่งตามมาถึงกับหางคิ้วกระตุก
“เฮ้ยไอ้เด็กเปรตลูกไอ้ต้าร์ จอดรถเดี๋ยวนี้! ดาน่าลูกสาวห้ามไปกับมัน ลงมาเดี๋ยวนี้พ่อบอกว่าจะไปส่งไง”
“พ่อขาจะไปส่งให้ลำบากทำไมกันเล่า ยังไงคิลล์ก็ต้องไปมหา’ ลัยไปทางเดียวกันช่วยประหยัดน้ำมัน และลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้เยอะเลยนะคะพ่อนี่ไม่รักโลกเอาซะเลย” ดาน่าเอ่ยเสียงใสก่อนจะยิ้มทะเล้นให้กับผู้เป็นพ่อที่วิ่งตามมาจนจะถึงรถแล้ว สีหน้าของพ่อเดือดดาลจนยากจะระงับ เธอจึงยกมือโบกไปมา
“พ่อขาไปเรียนก่อนนะคะ ไม่ต้องขยันวิ่งก็ได้ค่ะหนูไม่ลงเด็ดขาดบ้ายบาย…นี่ออกรถสิ”
“ได้เลยคนสวย” คิลล์ยักคิ้วอย่างอารมณ์ดี ก่อนนัยน์ตาคมกริบจะเปล่งประกายวาววับ เขาจ้องมองพ่อตาที่กำลังวิ่งมาผ่านกระจกมองข้างล่างด้วยรอยยิ้มมาดร้าย
“นี่ บอกให้ออกรถไง” ดาน่าเอ่ยเร่งเร้าด้วยสีหน้ากดดัน เพราะพ่อของเธอวิ่งมาจนจะถึงรถอยู่แล้ว เดี๋ยวก็มีวางมวยกันอีกแต่คิลล์กลับยังนิ่งเฉยไม่ยอมออกรถสักที ร่างบางจึงเหยียดตัวให้นั่งตรงพร้อมกับยกมือขึ้นมา
แต่ก่อนที่จะได้ขยุ้มเส้นผมสีดำสนิทของเขาคิลล์ก็เหยียบคันแรง และหักพวงมาลัยเลี้ยวออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว พร้อมพายุอารมณ์ของผู้เป็นพ่อ
“กรี๊ดดดดดดด” ดาน่ากรีดร้องอย่างตื่นตะลึง เมื่อรถซูเปอร์คาร์สุดหรูเปิดประทุนพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ไอ้เด็กเปรตจอดรถเดี๋ยวนี้!” วาโยคำรามเสียงดังลั่นด้วยความโมโห ทั้งที่พยายามกีดกันเด็กสองคนนี้แล้วแท้ ๆ แต่ทำไมกลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย ต้องเป็นเพราะพ่อมันแน่ ๆ วาโยจ้องมองตามรถซูเปอร์คาร์อย่างโกรธเคือง
“มีอย่างที่ไหนขโมยลูกสาวคนอื่นไปต่อหน้าต่อตา”
“หรือเพราะลูกสาวพี่หนีตามผู้ชายไปกันแน่”
“เดียร์น่า!”
วาโยแทบสำลักน้ำลายด้วยความตกตะลึง เมื่อภรรยาสุดที่รักโพลงขึ้นมาจากข้างหลัง หนำซ้ำยังตอกย้ำเรื่องลูกสาวคนเล็กอีก นั่นยิ่งทำให้วาโยฉุนเฉียวหนักกว่าเดิม
“เด็ก ๆ เขาชอบกันก็ปล่อยให้เขาคบกันไปสิ ทำไมพี่ต้องทำตัวกีดกันด้วยล่ะ เหมือนตัวร้ายในละครไม่มีผิด” หญิงที่มีอายุสี่สิบห้าปี แต่ใบหน้าไม่ต่างกับอายุสามสิบปลาย เอ่ยออกมาอย่างมีเหตุมีผล ก่อนจะเลื่อนมือมากอบกุมมือสามีอย่างอ่อนโยน
“พี่ต้องใจกว้างเข้าไว้นะ ถ้าเราทำตัวอบอุ่นเป็นมิตรคิลล์ก็จะยิ่งอ่อนโยนและดีต่อลูกของเรา ยิ่งเรากีดกันพวกเด็ก ๆ อย่างไร้เหตุผลยิ่งกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขานะ” เดียร์น่าไม่ได้สนิทสนมมักคุ้นกับแฟนของลูกสาว แต่ก็เคยได้มีโอกาสพูดคุยกับพินอินแม่ของคิลล์มาบ้าง อีกฝ่ายจิตใจดีอ่อนโยนเดียร์น่าเชื่อว่าลูกไม้ต้องหล่นไม่ไกลต้นแน่นอน
เธอจึงรู้สึกวางใจมากกว่าผู้เป็นสามีที่เอาแต่ทำหน้าเหมือนยักษปักหลัก และแสดงอาการต่อต้านเมื่อพ่อและแม่ของคิลล์มาหาพวกเราที่บ้าน
“ถ้าเป็นเพราะเรื่องราวในอดีตของพี่กับพ่อคิลล์ก็ต้องลดทิฐิลงมาบ้างนะคะ เด็ก ๆ จะได้มีความสุข”
“เฮอะ เธอไม่ทันมันหรอกไอ้ต้าร์มันชั่วยังไงลูกมันก็แบบนั้นแหละ” วาโยแค่นเสียงเย็น ก่อนจะปรายตามองภรรยาอย่างไม่สบอารมณ์ นี่เขากำลังพยายามปกป้องลูกสาวตัวน้อย ๆ อยู่นะ ดูหน้าเด็กคิลล์นั้นร้ายกาจจะตายไป
“พี่ก็เหมือนกันธรรมดาที่ไหน ดาน่าก็ได้พี่มาเหมือนกันนั่นแหละ”
“เอ๊ะ ! อย่ามาว่ายัยหนูลูกเรานะ” วาโยรีบโพลงขึ้นมาเพื่อแก้ตัวให้ลูกสาวทันที แม้ดาน่าจะแสบไปบ้างแต่ก็เป็นเด็กดี
“ทำไมจะว่าไม่ได้ ก็ลูกเหมือนพี่” เดียร์เอามือไปไพล่หลังพลางอมยิ้มอย่างกรุ้มกริ่ม เธอรู้จักเขามาครึ่งชีวิตจะไม่รู้ได้ยังไงว่าสามีเป็นคนแบบไหน
“เหมือนพี่ก็ดีแล้วจะได้สู้คน” เอาเถอะเถียงเมียไม่ได้ เขาก็จะยืดอกยอมรับก็แล้วกัน เพราะลูกสาวคนเล็กเหมือนเขามากจริง ๆ แตกต่างกับลูกสาวคนโตที่ค่อนข้างจะเหมือนกับเดียร์น่า
“ค่ะ ยัยหนูสู้คนมากทีเดียว”
เดียร์พยักหน้าด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ เสมือนกับเห็นด้วย แต่จริง ๆ แล้วกำลังประชดประชันต่างหาก นั่นทำให้วาโยหน้าตึงกว่าเดิม ก่อนจะกอดอกทำท่าทางฮึดฮัด
“เธอนี่ยังไงคนจะมาฉกลูกสาวแท้ ๆ กลับยังทำเฉย”
“เฉยตรงไหนคะ เดียร์ก็ทำความรู้จักกับครอบครัวแฟนลูกไม่เห็นว่าพวกเขาจะมีปัญหาอะไร หรือทำตัวขัดขวางมีแต่พี่นั่นแหละ” ไหนสัญญากันแล้วว่าลูกโตจะไม่ทำตัวเป็นพ่อที่เจ้ากี้เจ้าการ สุดท้ายพอลูกสาวมีแฟนและพามาเปิดตัวให้ที่บ้านรู้จักกลับงอแงเป็นเด็ก ๆ นี่มันใช้ได้ที่ไหนกัน
“ขัดขวางสินั่นลูกไอ้ต้าร์!” มีใครบ้างไม่รู้ว่าประมุขทั้งสองบ้านไม่ถูกกันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น อีกทั้งเจอกันก็ทำหน้าเหม็นเบื่อแค่คิดว่าต้องดองกับบ้านนั้นวาโยก็รับไม่ได้แล้ว
“เด็กจริง ๆ”
“ว่าไงนะ!” วาโยโพลงขึ้นมาทันควันเมื่อโดนภรรยารักตำหนิ
“แก่แล้วยังหูตึง” เดียร์น่าเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้านผ่านหน้าวาโยไปโดยที่ไม่สนใจสีหน้าแสนเดือดดาลของสามีสักนิด เมื่อตั้งสติได้หลังจากโดนเมียรักเหน็บว่าแก่ก็ตะโกนไล่หลังไปอย่างโมโห
แต่นอกจากเดียร์น่าจะไม่หันมาแล้ว ยังไม่สนใจจะฟังอีก
“เดียร์น่าว่าใครแก่!”