2 อาทิตย์ต่อมา
บ้านขุนเขา
"เป็นไงบ้าง ปรับตัวได้หรือยัง" ร่างบางของเดียร์ที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกเอ่ยทักเมื่อเห็นเทียเดินลงมาจากชั้นสอง
"อือ ก็เริ่มปรับได้แล้วละ" ถึงจะยังมีมึนๆเรื่องเวลาการนอนอยู่บ้างก็เถอะ แต่ตอนนี้เทียก็ปรับตัวได้เยอะมากกว่าอาทิตย์แรกแล้วละนะ
เดียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นแก้วน้ำส้มมาให้
"ดื่มไหม สดชื่นดีนะ" เทียรับแก้วมาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ
"เมื่อคืนได้ยินเสียงรถดังมากเลย แถวนี้เขามีอะไรหรือป่าว" คำถามของเทียทำเดียร์ถอนหายใจเบาๆ
"ตัวปัญหาคือพี่ขุนนั่นแหละ ชอบกลับบ้านดึกแต่กลับดึกไม่ว่าแต่เป็นโรคไรไม่รู้ถอยรถเข้าบ้านทีไรชอบเร่งเครื่องรบกวนชาวบ้านตลอด สงสัยกลัวคนไม่รู้มั้งว่าเป็นเจ้าของสนามแข่ง"
เทียไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เธอพอจะเดาได้อยู่หรอกว่าพี่ชายของเพื่อนนิสัยไม่ค่อยจะดี
“เทียก็อยู่ห่างๆพี่ขุนไว้หน่อยก็ดีนะ เรื่องเจ้าชู้นี่ก็ใช่ย่อย”
"เขาคงไม่อะไรกับเราหรอกมั้ง"
"ใครจะรู้ แล้วยิ่งสวยๆใสๆซื่อๆดูหลอกง่ายแบบเทียนี่ของโปรดพี่ขุนมันเลยละ"
เทียมองหน้าเพื่อนสนิทตาปริบๆพร้อมกับประมวลคำพูดนั้นไปด้วย ว่านั่นชมกันอยู่ใช่ไหม?
"ยังไงก็เถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น…ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนต้องบอกเราโอเคไหม"
"อือ ขอบใจนะเดียร์"
“แล้วนี่ของใช้ครบหมดแล้วใช่ไหม ขาดอะไรหรือป่าว”
“คิดว่าไม่นะ” เทียครุ่นคิดสักแปบก่อนจะตอบออกไป เพราะก่อนมานี่ทีคพี่ชายของเธอได้จัดเตรียมทุกอย่างให้น้องสาวเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นของใช้จำเป็นหรือของใช้ส่วนตัวอะไรต่างๆ
“แต่ว่า..”
“หืม?มีอะไรหรือป่าว” ท่าทางอึกอักเหมือนไม่กล้าพูดของเทียทำเดียร์ถามออกมาด้วยความสงสัย
“เราอยากจะขออะไรเดียร์อีกเรื่องนึงจะได้ไหม”
“ได้ดิ เรื่องอะไรอะ”
“พอดี ที่บ้านเราเขาส่งแมวมาให้อยู่เป็นเพื่อน เราอยากจะขอเลี้ยงแมวได้ไหม”
“แมวหรอ..”
“อื้ออ”
“จริงๆเราไม่มีปัญหาอะไรนะเลี้ยงได้”
“จริงหรอ! ขอบคุณ…” แววตาเทียเป็นประกายมองเพื่อนด้วยความดีใจ แต่ประโยคต่อมาของเดียร์ทำให้รอยยิ้มนั้นต้องหุบลงในพริบตา
“แต่พี่ขุนน่ะสิ รายนั้นไม่ค่อยจะชอบหมาแมวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียอยากเลี้ยงจริงๆแอบเลี้ยงในห้องก็ได้นะเราไม่บอกพี่ขุนหรอก”
“ขอบใจเดียร์มากๆเลยนะ”
“เล็กน้อย อีกอย่างเราก็ชอบแมวเหมือนกันดีซะอีกเราจะได้ไปเล่นที่ห้องเดียร์ทุกวัน แล้วของจะส่งมาถึงประมาณวันไหนอะ”
“เราคิดว่า…”
ยังไม่ทันที่เทียจะพูดจบ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นเสียก่อนประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นกล่องลังขนาดกลางที่มีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน พร้อมกับพนักงานส่งของที่ยืนยิ้มอยู่
"ของคุณเทียรึเปล่าครับ"
"ใช่ค่ะ! ขอบคุณมากค่ะ" เทียรีบวิ่งเข้าไปรับกล่องด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นรัวด้วยความดีใจเธอแทบจะมองไม่เห็นพนักงานส่งของแล้วในตอนนี้
"เทาเทา คิดถึงที่สุดเลย!" เทียเปิดกล่องออกอย่างเบามือ และทันทีที่เห็นแมวสีเทาขาสั้นที่มีแต้มสีส้มเล็กน้อยที่หูและหาง พร้อมดวงตากลมโตคู่สวย เธอไม่รอช้าที่จะอุ้มเจ้าเหมียวตัวน้อยขึ้นมากอดแนบแน่น เทาเทาส่งเสียงครางเบาๆอย่างพอใจ ก่อนจะคลอเคลียแก้มของเทียอย่างออดอ้อน
เดียร์มองเพื่อนที่กำลังมีความสุขกับสัตว์ก็ระบายยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่รอบยิ้มนั้นจะหุบลงพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อนึกไปถึงพี่ชายตัวเอง
..พี่ขุนน่ะขี้รำคาญแถมยังไม่มีความเมตตาต่อสัตว์ทุกชนิดเลย
…
ตกกลางดึก
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังลั่นเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่า ขุนเขากลับมาแล้วเทียที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังจะเดินเข้าห้องนอนก็ชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงก้าวเท้าหนักๆเดินเข้ามาในบ้าน เธอแอบชะโงกหน้ามองจากมุมบันไดอย่างเงียบเชียบ
ขุนเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เสื้อยืดที่สวมใส่ยับยู่ยี่ ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อย เขาไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวด้วยความเคยชิน พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถดูข้อความ
จังหวะนั้นเอง เทาเทา ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โซฟามาพักใหญ่ ก็เห็นช่องทางที่จะตีสนิทมันกระโจนพรวดพราดออกมาจากที่ซ่อน แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของขุนเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความพอใจ
“เมี๊ยว~”
"เฮ้ย! ตัวเหี้ยไรวะ!" ขุนร้องเสียงดังลั่น สีหน้าเหยเก มือของเขารีบคว้าเทาเทาที่ยังคงคลอเคลียอยู่บนตัก แล้วโยน มันออกไปจากตักอย่างแรงโดยไม่สนว่ามันจะกระเด็นไปตกตรงไหน
เสียงร้อง 'เมี้ยว!' ของเทาเทาดังขึ้นอย่างน่าสงสาร เมื่อร่างปุกปุยของมันกลิ้งไปกองอยู่ที่พื้นมุมห้องรับแขก ตัวมันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตกใจและเจ็บปวด
"เทาเทา!"
เทียที่ก่อนหน้านี้กำลังหาเทาเทาที่ห้องนอนตัวเองพอไม่เจอเธอก็คิดได้ว่ามันต้องหลุดออกมาข้างนอกแน่ๆ ไม่รอช้าร่างบางจึงรีบเดินออกมาที่ห้องรับแขกประจวบกับเห็นสิ่งที่ขุนเขาทำพอดี เทียถึงกับผงะร่างกายชาไปทั้งตัว ความตกใจปนโกรธแล่นปราดไปทั่ว เธอรีบปรี่ลงจากบันได พุ่งตรงเข้าไปหาเทาเทาที่กำลังจะลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
“ของเธอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามห้วนๆเมื่อเขาเห็นเทียที่กำลังประคองเจ้าก้อนขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ดวงตาของเทียเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยแสดงออกมาก่อน ใบหน้าสวยหวานตอนนี้ดูเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด
"ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนั้นด้วย!" เทียถามเสียงสั่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นพี่ชายของเพื่อนหรือเป็นเจ้าของบ้าน
ขุนมองหน้าเทียกลับด้วยแววตาหงุดหงิดไม่แพ้กัน ราวกับกำลังบอกว่าเธอต่างหากที่ผิด ที่เอาเจ้าสัตว์ประหลาดนี่เข้ามาในบ้าน
"มันมาวอแวฉันก่อน" ใบหน้าหล่อคมคายยังคงบึ้งตึง ไม่ได้แสดงความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย
"แต่มันก็แค่แมว! คุณไม่จำเป็นต้องโยนมันแบบนั้นก็ได้!" เทียแทบจะตะคอกใส่ ไม่เคยมีใครในชีวิตที่ทำให้เธอรู้สึกโกรธได้มากเท่านี้มาก่อน
..เขามันนิสัยไม่ดีที่สุดเลย กล้าทำกับแมวตัวเล็กๆแบบนี้ได้ไง
ขุนเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบมองลงมาที่เทียอย่างดูแคลน ราวกับว่าเธอเป็นเด็กที่กำลังพูดจาเหลวไหล "ฉันไม่ชอบสัตว์ แล้วก็ช่วยมันออกไปจากบ้านของฉันด้วย!"
คำว่า 'บ้านของฉัน' ที่เน้นเสียงหนักแน่นทำให้เทียรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง เธอรู้ว่านี่คือบ้านของเขาและเธอก็เป็นเพียงผู้อาศัย แต่การกระทำและคำพูดของเขามันช่าง...ไร้หัวใจสิ้นดี
เทียกอดเทาเทาแน่น พยายามปลอบมันที่ยังคงตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองขุนเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธไม่ต่างกัน
แต่ก็ต้องระงับอารมณ์นั้นไว้เพราะต้องนี้เขาเป็นเจ้าของบ้านและเธอเป็นแค่ผู้มาขออาศัย
“หนูขอโทษค่ะ ต่อไปไหนหนูจะไม่ให้เทาเทาออกมาเพ่นพ่านข้างนอกจะเลี้ยงแค่ในห้องนอนของตัวเองค่ะ”
“แน่ใจ?” ขุนเขาเลิกคิ้วขึ้นสูงข้างนึงพร้อมกับมองคนตัวเล็ก ใบหน้าหวานที่แสดงออกว่าโกรธจัดแต่น้ำเสียงและคำพูดที่จำยอมต้องพูดออกมาคล้ายว่ากำลังอ้อนวอนหรือขออนุญาตเขากลายๆ ทำเอามุมปากต้องกระตุกยิ้ม
“ค่ะ”
“แล้วถ้าฉันยังเห็นมันอยู่ละ
“แน่นอนว่าหนูจะไม่ให้เทาเทาออกมาให้คุณเห็นแน่นอนค่ะ”
“ก็แล้วถ้ายังเห็นอยู่ละ จะให้ทำยังไง” เขาถามย้ำทำเอาเทียถึงกับพูดไม่ออกเพราะไม่รู้จะต่อรองเขายังไงดี
“หนู..”
“ให้ฉันจับมันโยนออกไปนอกบ้านหรือฝังมันทั้งเป็นดี”
“นี่!” คำพูดที่แสนจะโหดร้ายนั้นได้หลุดออกมาจากาปกเขาทำเอาเทียต้องขึ้นเสียงและถลึงตาใส่ขุนเขาอีกรอบ วงแขนก็เล็กกระชับกอดเทาเทาไว้แน่น
“ทำไม?” เขาถามย้อนพร้อมกับมองเธออย่างคนที่เหนือกว่า แน่นอนว่าอยู่ที่นี่เธอเป็นรองเขาอยู่แล้ว
“หรือจะให้ฉันจัดการเธอแทน”
“จะ จะทำอะไร..” น้ำเสียงใสตะกุกจะกัก แววตากลมมองร่างสูงอย่างหวาดระแวง ขุนเขาค่อยๆสาวเท้าเดินไปใกล้ๆคนตัวเล็กจนแผ่นหลังบางติดชิดกับกำแพง มือหนาสองข้างยกขึ้นค้ำไว้กันเดินหนี
“นั่นสิ..ทำอะไรดี”
“ถอยไปนะ ไม่งั้นหนูตะโกนให้ได้ยินไปทั้งซอยแน่” เทียขู่ออกไปหวังให้ขุนเขากลัวแต่นอกจากเขาจะไม่กลัวแล้วยังทำปากขมุบขมิบล้อเลียนเธออีก
“นี่!พูดจริงๆนะ จะตะโกนจริงๆนะ”
“ก็เอาสิ ตะโกนไปเลยดิฉันจะได้จูบเธอในปากเปื่อยไปเลย”
เทียเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากเขา ใบหน้าหวานแดงซ่านอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่ากำลังอาย โมโห หรือทั้งสองอย่างรวมกันไปหมดแล้ว
“คุณมันนิสัยไม่ดี!” เธอสบถเบาๆ แล้วในวินาทีนั้นที่ขุนเขาขยับหน้าเข้ามาใกล้จนแทบชิดลมหายใจอุ่นของเขาแทบจะเป่ารดแก้ม เทียจึงรีบยกขาขึ้นก่อนจะเตะไปที่กลาวเป้าของขุนเขาจรเกิดเสียง
ผัวะ!
“โอ๊ย!ทำบ้าไรของเธอวะ!” ขุนเขาเซนิดๆ พร้อมกับกุมที่เป้ากางเกงตัวเองด้วยสีหน้าที่ทรมาน
“จำไว้นะ ถ้าคุณคิดจะทำอะไรหนูอีก คุณได้เป็นหมันแน่” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเพราะทั้งตกใจทั้งโมโห แต่ก็ยังพยายามตั้งสติแล้วรวบเทาเทาไว้ในอ้อมแขนแน่น
“เธอกล้า..”
เสียงของขุนเขาเย็นลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจ แต่เทียไม่หันกลับไปมองเธอสะบัดหน้าหนีแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว
เสียงฝีเท้าของเธอดัง ตึงตัง ไม่หยุด จนกระทั่งประตูห้องนอนปิด ปัง! ลงไป
ขุนเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ถึงแม้จะยังเจ็บปวดที่ส่วนนั้นแต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด
“หึ แสบเอาเรื่องแฮะ…”
..ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ
…
..
.