คนนิสัยไม่ดี

1932 Words
2 อาทิตย์ต่อมา บ้านขุนเขา "เป็นไงบ้าง ปรับตัวได้หรือยัง" ร่างบางของเดียร์ที่นั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกเอ่ยทักเมื่อเห็นเทียเดินลงมาจากชั้นสอง "อือ ก็เริ่มปรับได้แล้วละ" ถึงจะยังมีมึนๆเรื่องเวลาการนอนอยู่บ้างก็เถอะ แต่ตอนนี้เทียก็ปรับตัวได้เยอะมากกว่าอาทิตย์แรกแล้วละนะ เดียร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะยื่นแก้วน้ำส้มมาให้ "ดื่มไหม สดชื่นดีนะ" เทียรับแก้วมาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ "เมื่อคืนได้ยินเสียงรถดังมากเลย แถวนี้เขามีอะไรหรือป่าว" คำถามของเทียทำเดียร์ถอนหายใจเบาๆ "ตัวปัญหาคือพี่ขุนนั่นแหละ ชอบกลับบ้านดึกแต่กลับดึกไม่ว่าแต่เป็นโรคไรไม่รู้ถอยรถเข้าบ้านทีไรชอบเร่งเครื่องรบกวนชาวบ้านตลอด สงสัยกลัวคนไม่รู้มั้งว่าเป็นเจ้าของสนามแข่ง" เทียไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เธอพอจะเดาได้อยู่หรอกว่าพี่ชายของเพื่อนนิสัยไม่ค่อยจะดี “เทียก็อยู่ห่างๆพี่ขุนไว้หน่อยก็ดีนะ เรื่องเจ้าชู้นี่ก็ใช่ย่อย” "เขาคงไม่อะไรกับเราหรอกมั้ง" "ใครจะรู้ แล้วยิ่งสวยๆใสๆซื่อๆดูหลอกง่ายแบบเทียนี่ของโปรดพี่ขุนมันเลยละ" เทียมองหน้าเพื่อนสนิทตาปริบๆพร้อมกับประมวลคำพูดนั้นไปด้วย ว่านั่นชมกันอยู่ใช่ไหม? "ยังไงก็เถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น…ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนต้องบอกเราโอเคไหม" "อือ ขอบใจนะเดียร์" “แล้วนี่ของใช้ครบหมดแล้วใช่ไหม ขาดอะไรหรือป่าว” “คิดว่าไม่นะ” เทียครุ่นคิดสักแปบก่อนจะตอบออกไป เพราะก่อนมานี่ทีคพี่ชายของเธอได้จัดเตรียมทุกอย่างให้น้องสาวเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นของใช้จำเป็นหรือของใช้ส่วนตัวอะไรต่างๆ “แต่ว่า..” “หืม?มีอะไรหรือป่าว” ท่าทางอึกอักเหมือนไม่กล้าพูดของเทียทำเดียร์ถามออกมาด้วยความสงสัย “เราอยากจะขออะไรเดียร์อีกเรื่องนึงจะได้ไหม” “ได้ดิ เรื่องอะไรอะ” “พอดี ที่บ้านเราเขาส่งแมวมาให้อยู่เป็นเพื่อน เราอยากจะขอเลี้ยงแมวได้ไหม” “แมวหรอ..” “อื้ออ” “จริงๆเราไม่มีปัญหาอะไรนะเลี้ยงได้” “จริงหรอ! ขอบคุณ…” แววตาเทียเป็นประกายมองเพื่อนด้วยความดีใจ แต่ประโยคต่อมาของเดียร์ทำให้รอยยิ้มนั้นต้องหุบลงในพริบตา “แต่พี่ขุนน่ะสิ รายนั้นไม่ค่อยจะชอบหมาแมวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียอยากเลี้ยงจริงๆแอบเลี้ยงในห้องก็ได้นะเราไม่บอกพี่ขุนหรอก” “ขอบใจเดียร์มากๆเลยนะ” “เล็กน้อย อีกอย่างเราก็ชอบแมวเหมือนกันดีซะอีกเราจะได้ไปเล่นที่ห้องเดียร์ทุกวัน แล้วของจะส่งมาถึงประมาณวันไหนอะ” “เราคิดว่า…” ยังไม่ทันที่เทียจะพูดจบ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นเสียก่อนประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นกล่องลังขนาดกลางที่มีช่องระบายอากาศอยู่ด้านบน พร้อมกับพนักงานส่งของที่ยืนยิ้มอยู่ "ของคุณเทียรึเปล่าครับ" "ใช่ค่ะ! ขอบคุณมากค่ะ" เทียรีบวิ่งเข้าไปรับกล่องด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นรัวด้วยความดีใจเธอแทบจะมองไม่เห็นพนักงานส่งของแล้วในตอนนี้ "เทาเทา คิดถึงที่สุดเลย!" เทียเปิดกล่องออกอย่างเบามือ และทันทีที่เห็นแมวสีเทาขาสั้นที่มีแต้มสีส้มเล็กน้อยที่หูและหาง พร้อมดวงตากลมโตคู่สวย เธอไม่รอช้าที่จะอุ้มเจ้าเหมียวตัวน้อยขึ้นมากอดแนบแน่น เทาเทาส่งเสียงครางเบาๆอย่างพอใจ ก่อนจะคลอเคลียแก้มของเทียอย่างออดอ้อน เดียร์มองเพื่อนที่กำลังมีความสุขกับสัตว์ก็ระบายยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่รอบยิ้มนั้นจะหุบลงพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่งเมื่อนึกไปถึงพี่ชายตัวเอง ..พี่ขุนน่ะขี้รำคาญแถมยังไม่มีความเมตตาต่อสัตว์ทุกชนิดเลย … ตกกลางดึก เสียงเครื่องยนต์คำรามดังลั่นเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่า ขุนเขากลับมาแล้วเทียที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังจะเดินเข้าห้องนอนก็ชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงก้าวเท้าหนักๆเดินเข้ามาในบ้าน เธอแอบชะโงกหน้ามองจากมุมบันไดอย่างเงียบเชียบ ขุนเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เสื้อยืดที่สวมใส่ยับยู่ยี่ ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อย เขาไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวด้วยความเคยชิน พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถดูข้อความ จังหวะนั้นเอง เทาเทา ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โซฟามาพักใหญ่ ก็เห็นช่องทางที่จะตีสนิทมันกระโจนพรวดพราดออกมาจากที่ซ่อน แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของขุนเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความพอใจ “เมี๊ยว~” "เฮ้ย! ตัวเหี้ยไรวะ!" ขุนร้องเสียงดังลั่น สีหน้าเหยเก มือของเขารีบคว้าเทาเทาที่ยังคงคลอเคลียอยู่บนตัก แล้วโยน มันออกไปจากตักอย่างแรงโดยไม่สนว่ามันจะกระเด็นไปตกตรงไหน เสียงร้อง 'เมี้ยว!' ของเทาเทาดังขึ้นอย่างน่าสงสาร เมื่อร่างปุกปุยของมันกลิ้งไปกองอยู่ที่พื้นมุมห้องรับแขก ตัวมันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตกใจและเจ็บปวด "เทาเทา!" เทียที่ก่อนหน้านี้กำลังหาเทาเทาที่ห้องนอนตัวเองพอไม่เจอเธอก็คิดได้ว่ามันต้องหลุดออกมาข้างนอกแน่ๆ ไม่รอช้าร่างบางจึงรีบเดินออกมาที่ห้องรับแขกประจวบกับเห็นสิ่งที่ขุนเขาทำพอดี เทียถึงกับผงะร่างกายชาไปทั้งตัว ความตกใจปนโกรธแล่นปราดไปทั่ว เธอรีบปรี่ลงจากบันได พุ่งตรงเข้าไปหาเทาเทาที่กำลังจะลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล “ของเธอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามห้วนๆเมื่อเขาเห็นเทียที่กำลังประคองเจ้าก้อนขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ดวงตาของเทียเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยแสดงออกมาก่อน ใบหน้าสวยหวานตอนนี้ดูเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด "ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนั้นด้วย!" เทียถามเสียงสั่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นพี่ชายของเพื่อนหรือเป็นเจ้าของบ้าน ขุนมองหน้าเทียกลับด้วยแววตาหงุดหงิดไม่แพ้กัน ราวกับกำลังบอกว่าเธอต่างหากที่ผิด ที่เอาเจ้าสัตว์ประหลาดนี่เข้ามาในบ้าน "มันมาวอแวฉันก่อน" ใบหน้าหล่อคมคายยังคงบึ้งตึง ไม่ได้แสดงความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย "แต่มันก็แค่แมว! คุณไม่จำเป็นต้องโยนมันแบบนั้นก็ได้!" เทียแทบจะตะคอกใส่ ไม่เคยมีใครในชีวิตที่ทำให้เธอรู้สึกโกรธได้มากเท่านี้มาก่อน ..เขามันนิสัยไม่ดีที่สุดเลย กล้าทำกับแมวตัวเล็กๆแบบนี้ได้ไง ขุนเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบมองลงมาที่เทียอย่างดูแคลน ราวกับว่าเธอเป็นเด็กที่กำลังพูดจาเหลวไหล "ฉันไม่ชอบสัตว์ แล้วก็ช่วยมันออกไปจากบ้านของฉันด้วย!" คำว่า 'บ้านของฉัน' ที่เน้นเสียงหนักแน่นทำให้เทียรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง เธอรู้ว่านี่คือบ้านของเขาและเธอก็เป็นเพียงผู้อาศัย แต่การกระทำและคำพูดของเขามันช่าง...ไร้หัวใจสิ้นดี เทียกอดเทาเทาแน่น พยายามปลอบมันที่ยังคงตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองขุนเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธไม่ต่างกัน แต่ก็ต้องระงับอารมณ์นั้นไว้เพราะต้องนี้เขาเป็นเจ้าของบ้านและเธอเป็นแค่ผู้มาขออาศัย “หนูขอโทษค่ะ ต่อไปไหนหนูจะไม่ให้เทาเทาออกมาเพ่นพ่านข้างนอกจะเลี้ยงแค่ในห้องนอนของตัวเองค่ะ” “แน่ใจ?” ขุนเขาเลิกคิ้วขึ้นสูงข้างนึงพร้อมกับมองคนตัวเล็ก ใบหน้าหวานที่แสดงออกว่าโกรธจัดแต่น้ำเสียงและคำพูดที่จำยอมต้องพูดออกมาคล้ายว่ากำลังอ้อนวอนหรือขออนุญาตเขากลายๆ ทำเอามุมปากต้องกระตุกยิ้ม “ค่ะ” “แล้วถ้าฉันยังเห็นมันอยู่ละ “แน่นอนว่าหนูจะไม่ให้เทาเทาออกมาให้คุณเห็นแน่นอนค่ะ” “ก็แล้วถ้ายังเห็นอยู่ละ จะให้ทำยังไง” เขาถามย้ำทำเอาเทียถึงกับพูดไม่ออกเพราะไม่รู้จะต่อรองเขายังไงดี “หนู..” “ให้ฉันจับมันโยนออกไปนอกบ้านหรือฝังมันทั้งเป็นดี” “นี่!” คำพูดที่แสนจะโหดร้ายนั้นได้หลุดออกมาจากาปกเขาทำเอาเทียต้องขึ้นเสียงและถลึงตาใส่ขุนเขาอีกรอบ วงแขนก็เล็กกระชับกอดเทาเทาไว้แน่น “ทำไม?” เขาถามย้อนพร้อมกับมองเธออย่างคนที่เหนือกว่า แน่นอนว่าอยู่ที่นี่เธอเป็นรองเขาอยู่แล้ว “หรือจะให้ฉันจัดการเธอแทน” “จะ จะทำอะไร..” น้ำเสียงใสตะกุกจะกัก แววตากลมมองร่างสูงอย่างหวาดระแวง ขุนเขาค่อยๆสาวเท้าเดินไปใกล้ๆคนตัวเล็กจนแผ่นหลังบางติดชิดกับกำแพง มือหนาสองข้างยกขึ้นค้ำไว้กันเดินหนี “นั่นสิ..ทำอะไรดี” “ถอยไปนะ ไม่งั้นหนูตะโกนให้ได้ยินไปทั้งซอยแน่” เทียขู่ออกไปหวังให้ขุนเขากลัวแต่นอกจากเขาจะไม่กลัวแล้วยังทำปากขมุบขมิบล้อเลียนเธออีก “นี่!พูดจริงๆนะ จะตะโกนจริงๆนะ” “ก็เอาสิ ตะโกนไปเลยดิฉันจะได้จูบเธอในปากเปื่อยไปเลย” เทียเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากเขา ใบหน้าหวานแดงซ่านอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่ากำลังอาย โมโห หรือทั้งสองอย่างรวมกันไปหมดแล้ว “คุณมันนิสัยไม่ดี!” เธอสบถเบาๆ แล้วในวินาทีนั้นที่ขุนเขาขยับหน้าเข้ามาใกล้จนแทบชิดลมหายใจอุ่นของเขาแทบจะเป่ารดแก้ม เทียจึงรีบยกขาขึ้นก่อนจะเตะไปที่กลาวเป้าของขุนเขาจรเกิดเสียง ผัวะ! “โอ๊ย!ทำบ้าไรของเธอวะ!” ขุนเขาเซนิดๆ พร้อมกับกุมที่เป้ากางเกงตัวเองด้วยสีหน้าที่ทรมาน “จำไว้นะ ถ้าคุณคิดจะทำอะไรหนูอีก คุณได้เป็นหมันแน่” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยเพราะทั้งตกใจทั้งโมโห แต่ก็ยังพยายามตั้งสติแล้วรวบเทาเทาไว้ในอ้อมแขนแน่น “เธอกล้า..” เสียงของขุนเขาเย็นลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจ แต่เทียไม่หันกลับไปมองเธอสะบัดหน้าหนีแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของเธอดัง ตึงตัง ไม่หยุด จนกระทั่งประตูห้องนอนปิด ปัง! ลงไป ขุนเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ถึงแม้จะยังเจ็บปวดที่ส่วนนั้นแต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด “หึ แสบเอาเรื่องแฮะ…” ..ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ … .. .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD