ค่ำวันเดียวกัน
กว่าชัชชวินจะปลีกตัวจากสุดาวดี ซึ่งเป็นน้องสาวของสันต์ภพมาได้ ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว และที่เขายอมอยู่เป็นเพื่อน ก็เพราะพรุ่งนี้สุดาวดีต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว ซึ่งเธอฝากให้เขาช่วยดูแลร้านสปาในโรงแรม และชายหนุ่มก็รับปากว่าจะให้ผู้จัดการเดชาเข้ามาดูบ่อย ๆ จากนั้น เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากส่วนของโรงแรม แล้วมาเหยียบยืนบนพื้นทราย พลางนิ่งมองทะเลยามค่ำคืน ทั้งที่เคยเห็นมาจนชินตา แต่วันนี้กลับมีบางอย่างมารบกวนจิตใจ จนอยากด่ำดิ่งอยู่กับความดำมืดของท้องทะเล
แล้วดวงตากลมโตก็ผ่านวาบเข้ามา ฉายชัดอยู่บนฉากสีดำของสายน้ำที่มีเสียงคลื่นซัดสาดตลอดเวลา ความตั้งใจที่จะหยุดการจับคู่ของมารดากระตุ้นให้เขา หันไปทางขวา เดินไปที่บ้านพักริมหาดหมายเลขสิบสาม
ทว่า... ยังไม่ทันจะถึงที่หมาย ก็พบกับหญิงสาวร่างเพรียวสวมกางเกงขาสั้นกับเสื้อแขนกุด กำลังถูกหนุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติสามคนยืนล้อม พร้อมกับแสดงกิริยาลวนลาม ซึ่งมีคนหนึ่งพูดออกมาด้วยภาษาอังกฤษว่า “เท่าไหร่”
แล้วเธอคนนั้นก็หันขวับมามองคนถามตาขวาง พร้อมกับพยายามปัดป้อง และทำให้ชัชชวินเห็นใบหน้าเรียวได้ชัดเจน
“ยัยขวัญนี่นา!” เขาพึมพำชื่อ ซึ่งจำได้ว่าสันต์ภพเรียกเธออย่างนั้น พร้อมกับวิ่งฝ่าวงล้อมชายสามคน เข้าไปยืนโอบไหล่และก้มลงข้างขมับของเธอ พร้อมพูดภาษาอังกฤษอย่างอ่อนโยน แต่ก็ดังพอจะให้ทั้งสามคนได้ยิน
“ที่รัก ผมตามหาคุณตั้งนาน มาอยู่ที่นี่เอง” พูดกับขวัญจิราแล้วหันไปมองชายชาวต่างชาติสามคน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม
“พวกคุณมีธุระอะไรกับแฟนของผมหรือครับ”
ประโยคแรกจากเจ้าของรีสอร์ตทำให้ขวัญจิรายืนอึ้ง พอได้ยินประโยคที่สอง เธอจึงเงยหน้าขึ้น และทำให้ริมฝีปากเกือบจะชนกัน ซึ่งชัชชวินรีบยกมือขึ้นประคองแก้มไม่ให้เธอก้มหน้าหลบ แล้วยื่นปากไปกระซิบเป็นภาษาไทยข้างหู
“ถ้าคุณไม่แสดงว่าเป็นแฟนกับผม พวกนี้คงหิ้วคุณไปแน่นอน”
แล้วเสียงกระซิบของเขา ก็ทำให้น่าตกตะลึงมากกว่าสองประโยคแรกเสียอีก เธอจึงพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะสูดหายใจลึกเพื่อแสดงละคร ด้วยการพูดภาษาอังกฤษโต้ตอบกับเจ้าของรีสอร์ต
“ฉันแค่ออกมาเดินเล่น สูดอากาศครู่เดียวเอง คุณทนคิดถึงฉันไม่ไหวแล้วเหรอคะ”
การสนทนาของสองหนุ่มสาว ทำให้ชาวต่างชาติมองหน้ากันอย่างลังเล แล้วหนึ่งในสามก็เป็นคนเอ่ยขึ้น
“ผมขอโทษ พวกเราเข้าใจผิด” จากนั้นอีกสองคนจึงกล่าวขอโทษ แล้วพากันเดินย้อนออกไปทางด้านหน้าของโรงแรม
ขวัญจิราปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วเงยหน้าบอกเขา “ขอบคุณนะคะ”
แต่ดวงตารีสีน้ำตาลของชายหนุ่ม กลับจ้องนิ่งอยู่ที่ริมฝีปาก ซึ่งห่างกันไม่ถึงสองนิ้ว และทำให้เธอนึกขึ้นได้ รีบผลักอกของเขา แล้วขยับก้าวถอยหลัง พร้อมกับตะโกนบอกอีกครั้ง
“ขอบคุณที่ช่วย”
เสียงห้วนกระด้างทำให้ชัชชวินได้สติ และพูดอะไรไม่ถูก จึงหลบสายตาที่กำลังจ้องคล้ายจะต่อว่า แต่กลับได้เห็นเรือนร่างเพรียวสวยสมส่วน อวดเรียวขาขาวเนียน พอเหลือบสายตาขึ้นประสาน จึงส่งเสียงตำหนิ
“คุณแต่งตัวแบบนี้นี่เล่า นักท่องเที่ยวถึงได้เข้าใจผิด”
“นี่คุณ!” เธอส่งเสียงแหลม
“โอเค ๆ ผมขอโทษ ผมเตือนด้วยความหวังดีหรอก” ชัชชวินจำเป็นต้องบังคับสายตาให้มองเลยไปด้านหลังของหญิงสาว
หลังจากขวัญจิรายืนคิดอยู่สักครู่ เห็นว่าถ้าไม่ได้เขา เธอคงแย่เหมือนกัน จึงเลิกคิด แล้วเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไป ซึ่งเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็จ้ำเท้าตาม
“ผมเดินไปส่งคุณดีกว่า”
“ไม่ยักรู้ว่ารีสอร์ตของคุณไม่มีความปลอดภัย” เธออดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนมเขา
ชัชชวินยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้เธอพูดแบบนี้ จึงต้องบอกตามตรงไม่คิดจะรักษาน้ำใจคนฟัง “เป็นเพราะคุณแต่งตัวแบบนี้ต่างหาก”
หญิงสาวได้แต่แอบตวัดค้อนใส่ หวังจะให้คนที่เดินตามหลังได้เห็น แล้วเร่งฝีเท้าเดินโดยไม่สนใจเขาอีก