4 แม่นั่น

1368 Words
3 แม่นั่น  “หมายความว่ายังไง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” นลินสวนกลับทันควัน เธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนที่ไม่รู้จักมาพูดจาดูถูก ดูแคลนอยู่แล้ว อิทธิพัทธ์ปรายตามองหญิงสาวที่หันหน้าทะมึนตึงมองมาหาตนอย่างวิเคราะห์ ใบหน้ารูปไข่ ตากลมโตหางตาเชิดขึ้น จมูกเล็กคม ริมฝีปากหยักเป็นรูปชัดเจน ผิวสีน้ำผึ้ง ดูแล้วน่าจะเป็นลูกผสมเมืองคอนกับจังหวัดอื่น หน้าตาก็แตกต่างไปจากพ่อกับแม่มาก ส่วนรูปร่างดูบางจริงแต่ก็มีสัดส่วนนูน เว้า โค้ง ให้เห็นอย่างชัดเจนแม้จะนั่งอยู่ โดยรวมจัดอยู่ในหมวด ‘พอดูได้’ เขาไม่เคยพบเธอมาก่อนแต่จากสถานการณ์สามารถเดาได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนค้ำประกันหนี้ของครอบครัวนายประเสริฐแน่นอน เพราะวันนี้มีเพียงเธอที่สินต้องไปรับตัวมาเจรจาหนี้ตามระเบียบของบริษัทที่เขาวางเอาไว้ “มองแบบนี้หมายความว่ายังไง” อิทธิพัทธ์เค้นเสียงในลำคอตอบเพียงสั้น ๆ “มองคนที่บอกจะยอมทำทุกอย่างแลกเงิน แต่ฉันดูแล้วฉันว่าอย่างเธอ งานยืนตัดองุ่นคงไม่ถนัดเท่ากับงานนอนบนเตียงนุ่ม ๆ” “นี่แก !” “เอ่อ ทั้งคู่ นี่คือนายหัวอิทธิพัทธ์ นายหัวครับนี่คือคุณ…. เอ่อ เธอเป็นลูกสาวของลุงเสริฐ ผู้ค้ำประกันเงินกู้” “ฉันมีชื่อ ชื่อของฉันคือนลิน” เจ้าของชื่อจ้องกลับด้วยแววตาท้าทาย สำรวจผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้มันกับเธอ จากที่เห็นได้ด้วยตา ตานายหัวนี่อายุน่าจะเลยสามสิบไม่เกินสามสิบห้า รูปร่างกำยำสูงใหญ่รวมกับผิวเข้มของเขาทำให้ดูดุดัน แววตาเย้ยหยันอยู่ภายใต้ขนตาแพหนารับกับคิ้วดกดำ ใบหน้าคมคายมีปื้นหนวดเครารับความคมสันของจมูกโด่งจนคนมองเผลอชื่นชมไปชั่วขณะ แต่เมื่อได้สติ นลินก็วินิจฉัยในทันทีว่าเจ้าหนี้ของเธอมีลักษณะภายนอกถือว่า ‘งั้น ๆ’ ส่วนลักษณะภายในเข้าขั้น ‘แย่’ ฝีปากสุนัขไม่รับประทาน ! “มีแค่ตาแก่ตัณหากลับเท่านั้นที่จะคิดถึงวิธีขัดดอก” เธอโต้ตอบ “ก็ถ้าลูกหนี้มีสภาพน่าเอา” นลินผุดลุกขึ้นยืนชี้หน้าอ้าปาก… “ฉันเป็นเจ้าหนี้เรียกเธอมาเพื่อเก็บหนี้ ไม่ได้เรียกมาต่อปากต่อคำ ว่างนักก็ไปทำงานบ้าน” “ฉันไม่ใช่แม่บ้าน” “อ๋อ ฉันลืมไปว่าเธอเป็น…อย่างอื่น” “เอ่อ ผมว่า ทำงานบ้านเพิ่มเติมก็ช่วยให้มีรายได้เพิ่ม บางทีคุณนลินน่าจะลองรับทำดู” นลินงับปากลง พูดฉะฉาน “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ตอนกลางวันฉันจะทำงานในไร่องุ่น เลิกงานในไร่จะทำความสะอาด เสร็จแล้วฉันถึงจะกลับบ้าน หวังว่าหนี้ยี่สิบกว่าปีคงจะลดลงมาบ้าง” “แม่บ้านเงินเดือนหมื่นสอง” “หมื่นสอง ? !” “ให้หมื่นสองก็มากพอแล้วรวมทั้งปีได้ตั้งแสนสี่ รวมกับยอดเงินจากงานในไร่อีกปีละแสนกว่า ไป ๆ มา ๆ เวลาลดลงไปตั้งสิบปี” ตานี่หัวเร็วชะมัด…นลินรู้สึกทึ่ง “ยอดที่เป๊ะ ๆ จะรวมเป็นสิบสองปี ลดจากเดิมถึงสิบห้าปี” สินให้ข้อมูล หลังจากที่ปลายนิ้วกดรัว ๆ บนเครื่องคิดเลข “นำสัญญาให้แม่นี่เซ็น” อิทธิพัทธ์สรุป “แล้วก็จัดหาที่นอนให้เธอด้วย” “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะกลับไปนอนที่บ้าน บ้านของฉันอยู่ห่างจากไร่แค่กิโลเดียว ฉันเดินไหว” “อะไรทำให้เธอคิดว่าฉันจะสนใจว่าเธอจะเดินไหวหรือไม่ไหว ที่ฉันสนใจคือคนไม่เคยลำบากอย่างเธอจะหนีหนี้ไปใช้ชีวิตสะดวกสบายเหมือนพ่อแม่พี่น้องของเธอต่างหาก” นลินเป็นคนที่โดนโขกสับมาตลอดชีวิต การถูกพูดจาร้าย ๆ ใส่เป็นเรื่องที่เธอเคยพบเจอมา จึงเรียนรู้ที่จะตอบโต้กลับแล้วหาวิธีเยียวยาจิตใจไม่ให้คิดมาก แต่ครั้งนี้เป็นคำพูดรุนแรงที่มาจากคนที่ไม่รู้จัก อีกทั้งยังเหยียดหยามไปถึงครอบครัว มันจึงทำให้เธอน้ำตาคลอ รู้สึกว่าเรี่ยวแรงจะโต้เถียงลดลงแทบไม่เหลือ ท่าทางที่เปลี่ยนไปของนลินทำให้เจ้าหนี้อย่างอิทธิพัทธ์เข้าใจผิด คิดไปว่าเป็นการเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่สู้คน คงจะหวังอย่างอื่นในภายหลัง เขาเจอมาเยอะผู้หญิงที่ใช้มารยาทำนองนี้เพื่อจับเขา แต่เขาจะไม่ใจอ่อนกับลูกสาวบ้านนี้เด็ดขาด ทุกครั้งที่พ่อแม่ของเธอมากู้ มีครั้งไหนบ้างที่ไม่สร้างหนี้เพราะต้องนำเงินไปปรนเปรอคุณหนูหัวสูงอย่างแม่นี่ เงินยังต้องยืมคนอื่นใช้จ่าย แต่อยากได้โน่นอยากได้นี่ไม่เว้นแต่ละวัน แม้จะเรียนอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ ยังถ่อมาเซ็นรับเป็นผู้ค้ำประกันเพื่อให้ได้เงิน ทีวันนี้ทำเป็นเล่นตัวทั้งที่ถ่อมาถึงไร่โดยไม่ต้องให้ใครฉุดกระชากลากถู ก็ไม่รู้ว่านอกจากหวังปลดหนี้ทางลัดตามแผนที่วางร่วมกับครอบครัวแล้ว ยังจะมีแผนปอกลอกอะไรอีกหรือเปล่า ดังนั้นเขาจึงต้องจับให้เซ็นสัญญาจ้างงาน เพราะเป็นอีกอย่างที่จะช่วยการันตีว่าแม่นี่จะไม่เล่นตุกติก เขาก็อยากจะรู้นักว่าคุณหนูหัวสูงทั้งที่ฐานะทางบ้านติดลบจะทนได้สักกี่น้ำก่อนที่ธาตุแท้จะเผยออกมา นลินนั่งอ่านสัญญาอย่างละเอียดจนเข้าใจเงื่อนไขเป็นอย่างดี เห็นว่าระยะเวลาของการทำงานลดลงมาเหลือสิบสองปี แล้วเงินเดือนที่จะได้รับเหลือสามสิบเปอร์เซ็นต์จากที่ควรหักทั้งหมด ตัวเลขนั้นถือว่าสูงมากทีเดียวสำหรับลูกหนี้เครดิตเสีย คิดได้ดังนั้น ก็จรดปากกาลงเซ็นเสร็จแล้วยื่นให้กับสิน แต่ก่อนที่สินจะรับหนังสือสัญญาไปเธอก็ย้ำถึงความต้องการอีกครั้ง “ฉันจะเดินทางไปกลับบ้านของฉันไม่ค้างที่ไร่” สินหันไปมองหน้าเจ้านาย เมื่อไม่มีประโยคคัดค้านออกมาจากปากหยักได้รูป สินก็ยืนยันรับคำขอนั้น “ดี” นลินสรุป “ในเมื่อเซ็นสัญญาแล้วฉันก็จะกลับเลย ฉันจะเริ่มงานพรุ่งนี้ ถึงจะมีสัญญาจ้างแต่ฉันก็เป็นลูกจ้างที่ถูกกฎหมาย ฉันมีสิทธิ์ร้องเรียนกรมแรงงานถ้าถูกโขกสับเกินกว่าที่มาตรฐานกรมแรงงานกำหนด” “อวดดีนักก็ทำไป แต่ฉันจะไม่ให้รถหรือคนไปรับไปส่งเธอด้วยความเสน่หาหรอกนะ ถ้าตีนมันแดงจนเดินไม่ได้ก็รอนั่งสองแถวไปกลับพร้อมคนงานคนอื่น ๆ เบียดกันหน่อยคงไม่ทำให้ทนไม่ไหว” นลินขมวดคิ้วกับคำพูดประชดประชัน ได้แต่อ้าปากค้าง ‘แน่จริงก็อยู่รับฝีปากกันก่อนสิโว๊ย !’ เสียงตะโกนดังด่าในใจตามแผ่นหลังกว้างที่ไกลออกไปทุกขณะ บ้านที่สกปรกเลอะเทอะต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการทำความสะอาด กว่าจะได้นอนบ้านคืนแรกจึงยืดเวลาออกไปถึงเที่ยงคืน นลินหมดเรี่ยวแรง ท้องร้องหิวจนแสบไส้แต่ภายในบ้านไม่มีอะไรให้กิน เธอจึงต้องนอนนิ่ง ๆ ข่มตาให้หลับ ซึ่งมันช่างทำได้ยากเย็นเหลือเกิน วันนี้เธอพบเจอเหตุการณ์เร็วร้ายมาอย่างหนัก ตอนที่อยู่บนรถสองแถว ในตอนแรกคนงานคนอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ชายแย่งกันสละที่นั่งให้กับเธอ คนงานผู้หญิงต่างก็มีท่าทีเป็นมิตร เอ่ยชมว่าเธอดูสวยเกินกว่าจะมานั่งรถสองแถวเกลือกกลั้วกับพวกเศษเดน พวกเศษเดนที่ถูกหมายถึงโต้ตอบกลับทว่าไม่มีแววเคียดแค้นในน้ำเสียง มีเพียงการเล่นมุกที่เรียกเสียงหัวเราะของผู้ร่วมโดยสาร ไม่นานเธอก็กลับมาถึงบ้าน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD