บทที่ 7
ไม่นานไป๋เลี่ยงหรูก็กลับเข้ามาที่เรือนของตนเอง แต่ก็ต้องเดินไปยังห้องที่ไป๋รั่วซีอยู่อย่างไม่สบอารมณ์ เพราะอีกฝ่ายให้นางกำนัลมาดักรออยู่ก่อนแล้ว นางจึงไม่สามารถเลี่ยงได้
“พระชายามีอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ” เลี่ยงหรูถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ ใบหน้าของนางแสดงออกชัดเจนอย่างไม่อาจปิดบัง
“พวกเจ้าออกไปเถิด ข้าอยากจะสนทนากับน้องสาวเสียหน่อย ไม่ได้เจอกันเสียนาน” รั่วซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ไม่ได้สนใจท่าทีไม่พอใจของผู้เป็นน้องสาวเลยแม้แต่น้อย
เลี่ยงหรูมองเหล่านางกำนัลที่พากันเดินออกไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากรั่วซีไม่มีคนพวกนี้แล้ว ก็เป็นเพียงคนไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น
“มีอันใดก็ว่ามาเถิด ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นาน เดี๋ยวความโสมมจะติดตามตัว” เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาอย่างไม่คิดที่จะไว้หน้ารั่วซีเลยแม้แต่น้อย เพราะรู้ว่าที่อีกฝ่ายไล่คนออกไปเช่นนี้ต้องมีเรื่องที่จะพูดกับนางอย่างแน่นอน
“หืม เปลี่ยนได้เร็วดีนี่” ใบหน้าของรั่วซียิ้มน้อย ๆ เพราะก็ไม่ได้ต่างจากที่นางคาดเดาเท่าไรนัก แต่ยังดีว่ายามที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นเลี่ยงหรูยังสามารถรักษากิริยาเอาไว้ได้
“หากอยู่คนเดียว เจ้าก็เป็นได้แค่ตัวไร้ค่าในสายตาข้าเท่านั้น” เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาอย่างเหยียดหยาม
“เคยคิดหรือไม่ว่าตนเองจะมาถึงจุดนี้ จุดที่เจ้าต้องมาคุกเข่าคารวะข้าเช่นนี้” รั่วซีไม่ได้สนใจว่าในสายตาของอีกฝ่ายตนจะเป็นเช่นไร เพราะถึงตนจะเป็นเพียงตัวไร้ค่าในสายตานาง แต่อย่างไรยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นนางก็ต้องคุกเข่าคารวะตนอยู่ดี
“อีกไม่นานข้าก็จะสมรสเป็นพระชายาขององค์รัชทายาท เมื่อวันนั้นมาถึง เจ้าก็ต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าให้ข้าอยู่ดี” เลี่ยงหรูเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ ตอนนี้นางมีราชโองการอยู่ในมือ จะอย่างไรนางก็ต้องได้เป็นพระชายาขององค์รัชทายาท และในวันข้างหน้านางก็จะได้เป็นฮองเฮา
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ รอให้วันนั้นมาถึงก่อนเถิด ตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีราชโองการออกมาอีกเลยนี่” รั่วซีหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้โอกาสของสองแม่ลูกคู่นี้จะริบหรี่เสียแล้วสิ ไม่รู้ว่าเรื่องสมรสนี้เป็นเพียงเรื่องหลอกลวงหรือไม่ เพราะเดิมทีตระกูลไป๋ก็อยู่ฝั่งของฮองเฮาอยู่แล้ว
และหากนางเป็นฮองเฮาตระกูลไป๋คงจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย มิสู้หาตระกูลฝั่งทหารมาช่วยหนุนหลังไม่ดีกว่าหรือ เพราะผู้ใดก็รู้ว่าอำนาจการทหารเกือบทั้งหมดของแคว้นอยู่ในมือของชินอ๋อง หากได้ตระกูลทหารมาเป็นกำลังเสริมอีกแรง ตำแหน่งองค์รัชทายาทก็ยากที่จะหลุดมือ แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงการคาดการณ์ของนางเท่านั้น
“หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ เจ้าก็ไม่มีทางมายืนในจุดนี้ เจ้าอย่าได้ทะนงตนไปหน่อยเลย ท่านแม่ทำให้เจ้าไปยืนในจุดนั้นได้ ก็สามารถทำให้เจ้าตกลงมาได้เช่นกัน” ท่านแม่ไม่น่าทำเช่นนี้เลย กำจัดมันไปตั้งแต่วันนั้นเสียก็สิ้นเรื่อง มิเช่นนั้นก็คงไม่ต้องมาวุ่นวายและขายหน้าแบบนี้
“เจ้าก็อย่าลืมเช่นกัน หากข้าไม่สมรสกับชินอ๋อง อย่างไรข้าก็ต้องสมรสกับองค์รัชทายาทอยู่ดี จะอย่างไรเจ้าก็ไม่มีวันสู้ข้าได้” รั่วซีเอ่ยออกมาอย่างผู้ที่เหนือกว่า ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหนนางก็ได้เปรียบเสมอ แต่อย่างไรก็ต้องขอบคุณพวกนางที่เลือกไม่สังหารนางตั้งแต่วันที่ราชโองการออก แต่เลือกที่จะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากฮองเฮา เพราะมิเช่นนั้นนางคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้
“หึ คนเช่นเจ้าไม่มีทางที่ฮองเฮาจะให้สมรสกับองค์รัชทายาทหรอก” เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาเพียงเท่านี้ หากเอ่ยออกไปมากกว่านี้คนที่ลำบากจะเป็นตัวของนางเอง เพราะท่านแม่กำชับห้ามไม่ให้เอ่ยเรื่องที่ไปขอความช่วยเหลือจากฮองเฮาเด็ดขาด
“คนเช่นข้าทำไมหรือ” รั่วซีเลิกคิ้วถาม
“คนชั้นต่ำ” เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาอย่างสมเพช “เจ้าน่ะ ไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่นก็ฝันอยากเป็นข้าใช่หรือไม่ จึงอยากมาใช้ชีวิตเยี่ยงข้า”
พูดจบก็เตรียมเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงหัวเราะของคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง
“ฮ่า ๆ ๆ เรื่องเช่นนี้เจ้าก็กล้าคิดออกมา เจ้ามีอันใดดีนักหรือข้าถึงอยากที่จะเป็นเจ้า” รั่วซีลุกขึ้นแล้วเดินมองไปรอบ ๆ “ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าก็ดีอยู่หรอก แต่ทุก ๆ วันต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเพ้อฝันไปวัน ๆ ถูกปิดหูปิดตา บิดามารดาอยากให้ทำอันใดก็ต้องทำ พูดอันใดก็ต้องเชื่อแบบนั้น ไม่รู้อันใดถูกอันใดผิด หากมีชีวิตแบบนี้ ข้าขออยู่เช่นเดิมจะดีกว่า”
นางเชื่อว่าเลี่ยงหรูผู้นี้ก็หนีไม่พ้นเป็นหมากในกระดานนี้ คนที่ร้ายที่สุดในเรื่องนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นไป๋เนี่ยนเจิน ผู้เป็นบิดาของนางนั่นเอง
“หึ!!” เลี่ยงหรูเดินสะบัดมือออกไปอย่างอารมณ์เสีย แต่ก็ยังได้ยินสิ่งที่รั่วซีเอ่ยไล่หลังมา
“นี่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น เจ้าก็เตรียมรับมือเอาไว้ให้ดี” รั่วซีพูดอย่างไม่คิดปิดบัง มาถึงตอนนี้คงไม่ต้องรักษาท่าทีกันแล้วกระมัง เพราะอีกฝ่ายก็คงจะรู้ว่าที่นางมาในวันนี้ต้องการที่จะทำอันใด
“พระชายาตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่เพคะ” ลี่มี่ที่เห็นว่าเลี่ยงหรูเดินออกไปด้วยความโมโห จึงรีบเข้ามาหาผู้เป็นนายด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ข้าตัดสินใจดีแล้ว และข้าก็มั่นใจว่าอย่างไรฮองเฮาก็ต้องเลือกอยู่ข้างข้า” รั่วซีเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ เพราะไม่ง่ายเลยที่จะส่งคนเข้าไปในตำหนักชินอ๋อง ดูจากที่ผ่านมา ฮองเฮาก็คงพยายามไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“เช่นนั้นบ่าวก็พร้อมที่จะสู้ไปพร้อมพระชายาเพคะ” ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น นางก็จะไม่มีทางทิ้งนายหญิงไปอย่างแน่นอน
“ดี ความแค้นที่มี เราจะสะสางให้หมด” นางก็ยังไม่ได้คิดหรอกว่าจะจัดการกับสองแม่ลูกนี้อย่างไร ตอนนี้เพียงแค่ต้องการเล่นสนุกด้วยเท่านั้น
“เช่นนั้นเตรียมตัวกันเถิดเพคะ อีกไม่นานก็จะถึงเวลาอาหารแล้ว” ลี่มี่เอ่ยเตือน
“อืม” รั่วซีปล่อยให้ลี่มี่และนางกำนัลจัดการแต่งตัวให้ตนเองไป ส่วนตนก็เอาแต่คิดแผนการที่จะจัดการกับคนสกุลไป๋ แต่ตอนนี้คงทำอะไรมากไม่ได้ เพราะทุกคนล้วนอยู่ในหมากกระดานเดียวกัน รวมถึงตัวนางเองด้วย หากผิดพลาดไปอาจเกี่ยวพันถึงนางด้วย
“พระชายางดงามกว่าแต่ก่อนมาก” ลี่มี่เอ่ยชมผู้เป็นนายออกมาจากใจ ตอนที่อยู่ในจวนสกุลไป๋ไม่ค่อยได้ดูแลตนเอง เพราะเงินแต่ละอีแปะต้องใช้อย่างคุ้มค่า จะมาใช้จ่ายพวกของสิ้นเปลืองเช่นนี้ไม่ได้ ผิวพรรณของคุณหนูจึงไม่ได้ขาวผ่องเช่นตอนนี้
“ก็เป็นเพียงร่างกายเท่านั้น” รั่วซีเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ การที่นางมาอยู่จุดนี้ได้ไม่ใช่เพราะหน้าตา เป็นเพราะความสามารถของนางเองล้วน ๆ
“งดงามเหมือนฮูหยินเลยเพคะ” ลี่มี่เอ่ยออกมาอย่างลืมตัว
รั่วซีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป นางรู้ดีว่าเหตุใดฮูหยินใหญ่จึงได้เกลียดนางมากมายเพียงนี้ เพราะนางเป็นบุตรของท่านแม่ เดิมทีบุตรคนแรกของตระกูลควรเกิดจากฮูหยินใหญ่ แต่เพราะมารดาของนางมีใบหน้าที่งดงามกว่าทุกคน บิดาจึงได้มอบความโปรดปรานให้มากกว่าผู้อื่น มากกว่าฮูหยินใหญ่เสียด้วยซ้ำ มารดาของนางจึงได้ตั้งครรภ์บุตรเป็นคนแรก
“ไปกันเถิด” เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย รั่วซีก็เดินนำลี่มี่ไปที่ห้องโถงเพื่อรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า โดยให้คนจากตำหนักชินอ๋องรออยู่ที่เรือน นางอยากจะรู้ว่าบิดาผู้แสนดีของนางจะเอ่ยอันใดกับนางบ้าง
เมื่อรั่วซีมาถึง ทุกคนก็ลุกขึ้นทำความเคารพนางอย่างพร้อมเพรียง ไม่เว้นแม้แต่ผู้เป็นบิดา
“ตามสบายเถิด คนกันเองทั้งนั้น” รั่วซีเอ่ยด้วยท่าทีที่เป็นกันเอง ก่อนจะเดินไปนั่งยังที่ของตนเอง
และทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเงียบ ๆ มีเพียงเนี่ยนเจินผู้เดียวที่ดูผิดปกติไป
“ท่านพ่อมีเรื่องอันใดก็ถามมาได้ คนของตำหนักชินอ๋องไม่ได้ตามมาด้วย” รั่วซีเอ่ยเปิดทาง เพราะอยากรู้ความคิดของผู้เป็นบิดาเช่นกัน
“ท่านอ๋องมิได้ทำอันใดเจ้าใช่หรือไม่” เนี่ยนเจินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าตำหนักชินอ๋องนั่นเป็นเช่นไร เขาก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าบุตรสาวผู้นี้จะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้
“ท่านอ๋องดูแลข้าเป็นอย่างดี ท่านพ่ออย่าได้ห่วง” รั่วซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เนี่ยนเจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยังคงไม่หายคาใจ เพราะว่าหลาย ๆ คนที่ส่งเข้าไปก็ยากที่จะมีชีวิตรอดกลับมา แม้แต่นางกำนัลที่ฮองเฮาพยายามส่งเข้าไปก็ยังถูกส่งกลับมาคืน
เมื่อมองบุตรสาวของตนเองอย่างพินิจอีกครั้ง ก็เห็นใบหน้าของผู้เป็นภรรยาขึ้นมาทับซ้อน นางมีใบหน้าที่งดงามเช่นมารดา ออกจะงดงามกว่ามารดาเสียด้วยซ้ำ มาถึงตรงนี้เขาก็ไม่แปลกใจเลยที่นางจะอยู่ในตำหนักชินอ๋องได้นานกว่าผู้อื่น
“เจ้าคงได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องมากเลยใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ” รั่วซีที่เห็นสีหน้าของบิดาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคิดเรื่องอันใดอยู่ และนางก็พอจะคิดเรื่องอันใดดี ๆ ออกแล้ว เรื่องที่คนอื่น ๆ ต่างสงสัยเรื่องที่นางยังมีชีวิตมาจนถึงวันนี้ก็หาทางออกได้เสียที
“เช่นนั้นพ่อก็วางใจ” เมื่อได้คำตอบที่พอใจแล้ว ทุกอย่างก็กลับเข้ามาอยู่ในความสงบเช่นเดิม ต่างคนต่างรับประทานอาหารไม่ได้สนทนาอะไรกันอีก
เมื่อทานอาหารเสร็จก็พากันแยกย้ายไปพักที่เรือนของตน จะมีก็แต่รั่วซีที่ออกมานั่งที่ศาลา ก่อนจะให้ลี่มี่ไปเรียกฉางเต๋อมาพบที่นี่ นางไม่อยากเอ่ยเรื่องสำคัญที่เรือนของเลี่ยงหรู เพราะอย่างไรที่นั่นคนของอีกฝ่ายก็เยอะกว่าจึงยากที่จะควบคุม
“พระชายามีเรื่องอันใดรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ”
รั่วซีมองไปรอบ ๆ เพื่อความแน่ใจ
“พระชายาไม่ต้องกังวล บริเวณนี้มีแค่คนของเรา” เขาจัดการให้นางกำนัลไปตรวจสอบดูแล้วก่อนที่จะเข้ามา เพราะคิดว่ามีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน จึงได้เรียกเขาออกมาคุยกันด้านนอกเช่นนี้
“เราจะกลับกันพรุ่งนี้เลย ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ” รั่วซีเข้าเรื่องทันที
“พ่ะย่ะค่ะ” แม้จะแปลกใจแต่ก็ไม่คิดที่จะเอ่ยถามอันใด
“เรื่องข่าวระหว่างข้าและท่านอ๋องมีข้อจำกัดอันใดหรือไม่” รั่วซีเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องขอความคิดเห็นจากเขาก่อน เพราะหากทำไปแล้วเขาไม่พอใจ คนที่เดือดร้อนจะเป็นนางเอง
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” เรื่องนี้ขอเพียงอย่าไปยุ่งกับท่านอ๋องเป็นพอ เรื่องอื่น ๆ ล้วนจัดการได้ตามสมควร
“ดี” รั่วซีร้องออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยเรื่องที่ฉางเต๋อเองก็คาดไม่ถึง “ข้าอยากไปหอนางโลม ท่านช่วยหาที่ที่เหมาะสมให้ข้าด้วย พรุ่งนี้ก่อนกลับเข้าตำหนักได้ยิ่งดี และขอเป็นนางโลมที่ผ่านการรับแขกมาอย่างหนักหน่วง”