ห้องปฏิบัติการครัวร้อน (Cuisine Practical Kitchen) เวลา 08:00 น.
บรรยากาศในเช้าวันสอบเก็บคะแนนตึงเครียดกว่าปกติหลายเท่า
นักศึกษาจับคู่ยืนประจำสเตชั่น วัตถุดิบถูกนำออกมาวางเรียงราย บางคู่มีเนื้อวากิวลายหินอ่อนสวยงาม บางคู่มีกุ้งแม่น้ำตัวยักษ์ที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรู... ซึ่งแน่นอนว่าเกินงบ 500 บาทไปไกลลิบ
“พวกนั้นมันบ้าป่ะวะ... กุ้งตัวละพัน เอามาสอบงบห้าร้อยเนี่ยนะ?”
‘เจโน่’ กระซิบมองโต๊ะข้างๆ ที่กำลังแกะกล่องโฟมใส่อย่างดี
“ช่างเขาเถอะ เขาคงยอมโดนหักคะแนนเรื่องงบ แลกกับคะแนนรสชาติวัตถุดิบ”
‘มิ๊ก’ ตอบพลางหยิบถุงพลาสติกสีหม่นๆ จากตลาดคลองเตยออกมาวาง สภาพถุงดูไม่น่าเชื่อถืออย่างแรงเมื่อเทียบกับแพ็กเกจจิ้งของเพื่อนคนอื่น
แต่ทันทีที่เจโน่แกะถุง เทปลาหมึกและกุ้งลงในอ่างล้างของ... ความเงาวาวของผิวปลาหมึกที่ใสจนเห็นเส้นเลือด และตาที่ยังปิ๊งเหมือนมีชีวิต ก็เรียกสายตาจากโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองได้ทันที
“สดโคตร...”
เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ
“เห็นมั้ย? ของดีไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ”
เจโน่ยักคิ้วให้มิ๊ก ก่อนจะหยิบมีดขึ้นมา
“นายไปเตรียมผัก เดี๋ยวฉันจัดการของคาวเอง”
เจโน่รับบทหัวหน้าทีมภาคสนามทันที เขาจับปลาหมึกมาลอกหนัง ดึงกระดอง และบั้งลายตาราง (Score) ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกรอยกรีดลึกเท่ากันเป๊ะ ทำให้เวลาลวกมันจะม้วนตัวสวยงาม
มิ๊กมองภาพนั้นด้วยความทึ่งนิดๆ... ผู้ชายที่ดูหยาบกระด้างคนนี้ พอจับมีดจัดการของสด กลับดูพลิ้วไหวและอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด
“มองไร? หลงเสน่ห์ฝีมือการบั้งปลาหมึกกูแล้วดิ”
“หลงตัวเอง”
มิ๊กสวนกลับแล้วหันไปสนใจเขียงผักของตัวเอง เขาบรรจงซอยหอมแขก มะเขือเทศราชินี และขึ้นฉ่าย ให้เป็นชิ้นพอดีคำที่สวยงามราวกับงานศิลปะ
...
“เอาน้ำปลามา”
เจโน่สั่ง มือถือครกหินใบใหญ่เตรียมตำพริก
มิ๊กหยิบขวดน้ำปลา กับถ้วยตวงใบจิ๋วส่งให้ “สูตรมาตรฐาน... น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ”
มิ๊กท่องสูตรที่เขาคำนวณมาแล้วเมื่อคืน
เจโน่รับขวดน้ำปลาไป... แล้วเทพรวดลงไปในครกโดยไม่ผ่านถ้วยตวง
“เฮ้ย! หยุด!”
มิ๊กร้องเสียงหลง รีบคว้าข้อมือเจโน่ไว้
“ทำบ้าอะไรเนี่ย! ไม่ตวงแล้วจะรู้ได้ไงว่ารสชาติมันจะสมดุล?”
“ตวงทำไมเสียเวลา? กะเอาดิ สีน้ำยำมันฟ้องอยู่แล้ว”
เจโน่สะบัดมือออก แล้วคว้าน้ำตาลปี๊บมาปั้นเป็นก้อน โยนลงไปในครก ตามด้วยบีบมะนาวสดๆ ลงไปอีกสามลูก
“นี่มันการสอบนะคุณ! ถ้าพลาดคือแก้ไม่ได้แล้วนะ!”
มิ๊กหน้าซีดเผือด มองดูส่วนผสมที่เจโน่ ‘ยำ’ ลงไปในครกอย่างสิ้นหวัง แบบนี้มันไม่ใช่ Cooking แล้ว มันคือ Gambling (การพนัน) ชัดๆ
“เงียบก่อนคุณชาย...”
เจโน่ใช้สากคนน้ำยำให้เข้ากัน เสียงน้ำตาลละลายบดกับก้นครกดัง ครืด... ครืด... กลิ่นหอมของมะนาวแป้นผสมกับกลิ่นน้ำปลาแท้และพริกขี้หนูสวน ลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูก
เจโน่ใช้ช้อนตักน้ำยำขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วยื่นไปจ่อที่ปากมิ๊ก
“ชิม”
“ไม่! คุณทำมั่วซั่ว ผมไม่...”
“อ้า-ปาก”
สายตาดุดันของเจโน่ทำเอามิ๊กชะงัก เขายอมอ้าปากรับน้ำยำสีจัดจ้านนั้นเข้าไป
ทันทีที่ลิ้นสัมผัสรสชาติ... ดวงตาเรียวรีของมิ๊กเบิกกว้างขึ้น
เปรี้ยว... เค็ม... หวาน... เผ็ด... ทุกรสชาติพุ่งพล่านออกมาพร้อมกัน แต่มันกลับ ‘ลงตัว’ อย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นหอมของรากผักชีที่เจโน่แอบตำใส่ลงไปก่อนหน้านี้ ช่วยชูรสให้กลมกล่อมขึ้นไปอีก
“เป็นไง?”
เจโน่ถามพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ
“ก็... ก็พอได้”
มิ๊กตอบเลี่ยงๆ พยายามเก็บอาการ
“แต่... ขาดเปรี้ยวไปนิดเดียว... นิดเดียวจริงๆ”
มิ๊กหยิบมะนาวซีกที่เหลือขึ้นมา บีบเติมลงไปอีกแค่สองหยด “โอเค... แบบนี้เพอร์เฟกต์”
เจโน่มองการกระทำของมิ๊กแล้วยิ้มขำ “สองหยดนั่นมันช่วยอะไรวะ? เอาเถอะ ตามใจคุณชาย”
...
การจัดจาน (Plating)
เมื่อถึงเวลาประกอบร่าง เจโน่ลวกกุ้งและปลาหมึกสุกกำลังดี เนื้อเด้งกรอบ ไม่หดจนเหลือตัวเท่ามด เขาโยนเนื้อสัตว์ลงไปคลุกในครกกับน้ำยำและผัก
“เสร็จ! เทใส่จานเลย!”
เจโน่ทำท่าจะยกครกเทโครมลงบนจานกระเบื้องสีขาว
“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้บ้า!”
มิ๊กแทบจะกระโดดเอาตัวเข้าขวาง
“นี่มันอาหารสอบ! จะเทเหมือนร้านลาบหน้าปากซอยไม่ได้!”
มิ๊กแย่งครกมาถือไว้เอง เขาใช้คีมคีบ (Tongs) ค่อยๆ คีบผักรองก้นจานก่อน เพื่อสร้างฐาน (Base) จากนั้นคีบปลาหมึกและกุ้งวางเรียงกันให้สวยงาม โชว์ลายบั้งปลาหมึกที่เจโน่ทำไว้ ราดน้ำยำลงไปให้ชุ่มฉ่ำแต่ไม่ท่วมจนเลอะขอบจาน ปิดท้ายด้วยยอดขึ้นฉ่ายและพริกซอยแดงที่วางท็อปด้านบน
“โห...”
เจโน่ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ เผลออุทานออกมา จากยำส้มตำหน้าปากซอยเมื่อกี้... พอผ่านมือมิ๊ก มันกลายเป็น ‘Spicy Seafood Salad’ ที่เสิร์ฟในโรงแรมหรูจานละ 500 ได้สบายๆ
“สวยว่ะ...”
เจโน่พึมพำ หันไปมองหน้ามิ๊กที่กำลังใช้ผ้าเช็ดขอบจานอย่างตั้งใจ เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะที่ขมับ แว่นตาเลื่อนลงมาที่ปลายจมูกนิดๆ
“ขยับแว่นหน่อยมั้ย? จะหลุดแล้ว”
เจโน่เอื้อมมือไปขยับแว่นให้มิ๊กโดยไม่ทันขออนุญาต ปลายนิ้วสากๆ สัมผัสโดนแก้มเนียนใสเบาๆ
มิ๊กสะดุ้งเงยหน้าขึ้นสบตา ระยะห่างระหว่างหน้าพวกเขามีแค่คืบ... ท่ามกลางเสียงโครมครามของครัวที่วุ่นวาย เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“หมดเวลา! วางมือ!”
เสียงเชฟตะโกนก้อง ทำลายภวังค์ของทั้งคู่จนแตกกระเจิง มิ๊กรีบถอยหลังชนเคาน์เตอร์ ส่วนเจโน่กระแอมแก้เขินแล้วหันไปล้างครก
...
การตัดสิน (The Verdict)
เชฟเดินชิมทีละจาน สีหน้าเรียบเฉยจนเดาใจยาก เมื่อมาถึงโต๊ะของเจโน่และมิ๊ก
เชฟมองจานยำที่จัดแต่งอย่างสวยงาม “Presentation (การนำเสนอ)... Impeccable (ไร้ที่ติ) สะอาด มีมิติ ดูแพง”
เชฟหันไปชมมิ๊ก จากนั้นใช้ส้อมจิ้มปลาหมึกชิ้นโตเข้าปาก...
เคี้ยว... เคี้ยว... และหยุดนิ่ง
“Texture (เนื้อสัมผัส)...” เชฟพูดเสียงต่ำ “ปลาหมึกสุกพอดีเป๊ะ เด้ง กรอบ ไม่เหนียวเลย... และรสชาติน้ำยำ...”
เชฟตักน้ำยำชิมอีกคำ หลับตาพริ้ม
“Bold & Balanced (จัดจ้านและสมดุล) รสชาติของวัตถุดิบสดมาก... พวกคุณใช้งบไปเท่าไหร่?”
“380 บาทครับเชฟ”
เจโน่ตอบเสียงดังฟังชัด ยืดอกภูมิใจ
“380?” เชฟเลิกคิ้วสูง “เป็นไปไม่ได้ กุ้งกับหมึกไซส์นี้...”
“ตลาดคลองเตยครับ” มิ๊กเสริมขึ้นมา “พวกเราไปเลือกซื้อกันเองเมื่อวาน... คัดทีละตัวครับ”
เชฟวางช้อนลง แล้วปรบมือเบาๆ “นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น... เชฟที่ดีต้องรู้จักแหล่งวัตถุดิบ ไม่ใช่แค่สั่งของแพงๆ มาผลาญงบ... นี่คือจานที่ดีที่สุดของวันนี้ Full Score (คะแนนเต็ม)”
เสียงปรบมือดังเกรียวกราวจากเพื่อนๆ เจโน่หันมายิ้มกว้างจนตาหยี เขายกมือขึ้นจะไฮไฟว์
มิ๊กมองมือนั้นอย่างลังเล... แต่วินาทีนี้ ความดีใจมันท่วมท้น แปะ! มิ๊กตีมือเจโน่ตอบกลับไป พร้อมรอยยิ้มกว้างที่หาดูได้ยาก
...
หลังเลิกเรียน โซนล้างจาน (Dishwashing Area)
ความสำเร็จมาพร้อมกับหน้าที่... เจโน่และมิ๊กต้องยืนล้างกองภูเขาอุปกรณ์ที่ใช้ไปเมื่อครู่
“ชนะว่ะ... สุดยอดเลยพวกเรา”
เจโน่พูดพลางขัดครกหินอย่างอารมณ์ดี ฟองสบู่เปื้อนเต็มแขนเสื้อ
“เพราะผมจัดจานสวยหรอกน่า”
มิ๊กล้างจานอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมให้ฟองกระเด็นโดนตัว
“เพราะกูเลือกปลาหมึกสดต่างหาก”
“เพราะผมเติมมะนาวสองหยดสุดท้ายตะหาก”
ทั้งคู่เถียงกันไปมา แต่ในน้ำเสียงไม่มีความขุ่นเคืองเหลืออยู่เลย มีแต่ความสนิทสนมที่เพิ่มขึ้น
จังหวะที่เจโน่ส่งจานที่ล้างน้ำเปล่าแล้วให้มิ๊กเช็ดแห้ง มือที่เปียกลื่นของทั้งคู่สัมผัสกันใต้น้ำที่เปิดไหลผ่าน
ความเย็นของน้ำ... ตัดกับความอุ่นของฝ่ามือ
เจโน่ไม่ยอมปล่อยมือทันที เขาจับนิ้วเรียวของมิ๊กไว้ใต้น้ำนั้น ใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ ที่หลังมือขาวซีดที่เริ่มแดงเพราะโดนน้ำยาล้างจานกัด
“มือคุณหนูชิบหาย... นิ่มเหมือนไม่ได้จับอะไรนอกจากปากกา”
เจโน่พึมพำ
มิ๊กยืนตัวแข็งทื่อ หน้าร้อนวูบ เขาควรจะชักมือหนี... แต่ทำไมขาเขามันก้าวไม่ออก
“ปล่อยได้แล้ว... จานจะแตก”
มิ๊กพูดเสียงเบาหวิว
“เย็นนี้...” เจโน่ขยับเข้าไปใกล้ ไหล่ชนไหล่ “ไปกินหมูกระทะกันป่ะ? ฉลองคะแนนเต็ม”
“หมูกระทะ?” มิ๊กทำหน้ายุ่ง “หัวเหม็นอีกแล้ว”
“เออน่า... เดี๋ยวเลี้ยง ร้านนี้ห้องแอร์ สะอาด ถูกใจมึงแน่นอน”
มิ๊กมองตากลมโตคู่คมกริบของคนตรงหน้า แววตาที่เต็มไปด้วยคำเชิญชวนที่ยากจะปฏิเสธ
“ก็ได้... แต่ถ้าท้องเสีย คุณต้องรับผิดชอบนะ”
“รับผิดชอบทั้งชีวิตก็ยังไหวครับคุณชาย”
“เพ้อเจ้อ!”
มิ๊กสะบัดมือออก ตีแขนเจโน่ไปทีหนึ่งแก้เขิน แต่ริมฝีปากบางกลับกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่
ในห้องล้างจานที่เต็มไปด้วยเสียงน้ำไหลและกลิ่นซันไลต์... ความสัมพันธ์ของ ‘กุ๊ยร้านลาบ’ กับ ‘คุณหนูร้านหรู’
กำลังถูกผสมคลุกเคล้าจนเข้าเนื้อ เหมือนน้ำยำรสเด็ด... ที่ขาดรสไหนไปไม่ได้เลยแม้แต่รสเดียว