ตอนที่ 15 : ช่องว่างในความสมบูรณ์แบบ

1439 Words
ห้องล็อกเกอร์นักศึกษา เวลา 08:00 น. บรรยากาศในเช้าวันใหม่ที่สถาบันยังคงเต็มไปด้วยความเร่งรีบ เสียงเปิดปิดล็อกเกอร์เหล็กดังสะท้อนไปมาในห้องสี่เหลี่ยมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสเปรย์น้ำหอมราคาแพงและกลิ่นแป้งฝุ่น ‘มิ๊ก’ กำลังยืนผูกผ้าพันคอสามเหลี่ยมหน้ากระจก มือของเขาที่เคยนิ่งเสมอในเช้านี้กลับดูลังเล สายตาเหม่อลอยผ่านกระจกเงาไปไกลถึงภาพเหตุการณ์ที่เยาวราชเมื่อคืน ภาพของ ‘หงส์’ ผู้สง่างามที่ต้องก้มลงขัดพื้นท่ามกลางเสียงดุด่า มันทำให้เขารู้สึกจุกอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก “เหม่อเก่งจังเลยนะช่วงนี้ หรือเมื่อคืนโดนเบียดที่เยาวราชจนสมองไหลไปแล้ว?” เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่ไหล่ ‘เจโน่’ เดินเข้ามาหยุดข้างๆ เขาอยู่ในชุดยืดสีดำเพียงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าไปครึ่งหนึ่งขณะที่เขากำลังพยายามยัดแขนล่ำๆ เข้าไปในเสื้อเชฟสีขาวตัวแคบ “เจโน่... เรื่องเมื่อคืน” มิ๊กพูดเสียงเบาลง “เราไม่ควรบอกใครนะ โดยเฉพาะเรื่องร้านของหลิว” เจโน่หยุดชะงักมือที่กำลังติดกระดุม เขาหันมามองหน้ามิ๊ก แววตาขี้เล่นหายไปครู่หนึ่ง “กูไม่ใช่คนปากพล่อยขนาดนั้นหรอกน่ามึง...” เจโน่พูดพลางรูดซิปกางเกงเสียงดัง แคว่ก “โลกของแต่ละคนมันก็น่าอึดอัดพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาความลับใครมาเหยียบซ้ำหรอก” มิ๊กพยักหน้าเบาๆ รู้สึกขอบคุณในความ ‘แมน’ ของผู้ชายดิบๆ คนนี้อย่างประหลาด แต่ความสงบก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อประตูห้องล็อกเกอร์ถูกเปิดออก หลิว เดินเข้ามาในชุดเชฟที่เนี๊ยบยิ่งกว่าวันไหนๆ ใบหน้าของเธอเรียบตึงและเย็นชาเสียจนบรรยากาศ ในห้องดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา เธอมองผ่านมิ๊กและเจโน่ไปเหมือนทั้งคู่เป็นเพียงอากาศธาตุ ... ห้องปฏิบัติการครัวร้อน (Grand Cuisine Lab) เวลา 09:30 น. “วันนี้... เราจะมาทดสอบความอดทนและจิตวิญญาณของเชฟ” เชฟผู้สอนประกาศกร้าวหน้าห้อง บนสเตชั่นของทุกคนมี ‘เป็ดสด’ ทั้งตัววางรออยู่ “โจทย์คือ Ballottine de Canard (บาโลตีนเป็ด) sds คุณต้องเลาะกระดูกเป็ดออกทั้งตัวโดยไม่ให้หนังขาดแม้แต่มิลเดียว จากนั้นยัดไส้ ม้วนให้สวยงาม และนำไปทอดให้หนังกรอบสม่ำเสมอ” เสียงสูดลมหายใจดังไปทั่วห้อง เป็ดมีโครงสร้างกระดูกที่ซับซ้อนกว่าไก่ และหนังของมันก็บอบบางกว่าหากใช้ไฟไม่เป็น มิ๊กเริ่มลงมือด้วยความประหม่า เขาหยิบมีดเลาะกระดูก (Boning Knife) ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เขาเหลือบมองหลิวที่สเตชั่นข้างๆ หลิวในวันนี้ดู ‘ดุ’ กว่าปกติ เธอลงมีดใส่เป็ดด้วยความเร็วและรุนแรงจนน่ากลัว เสียงคมมีดกระแทกกระดูกดัง ฉึก! ฉึก! เป็นจังหวะถี่ๆ “ใจเย็นคุณหนูมีดโต... เป็ดมันตายแล้วนะ ไม่ต้องฆ่าซ้ำก็ได้” เจโน่ที่อยู่โต๊ะถัดไปทักขึ้นลอยๆ ขณะที่ตัวเขากำลังใช้ ‘สัญชาตญาณสัตว์ป่า’ ค่อยๆ ใช้นิ้วหนาๆ คลำหาข้อต่อกระดูกเป็ด แขนเสื้อเชฟที่พับขึ้นโชว์เส้นเลือดขยับไปมาอย่างทรงพลัง หลิวชะงักมีด เธอหันมาจ้องเจโน่ด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ “ดูแลเป็ดในมือคุณให้รอดก่อนเถอะค่ะเจโน่...” หลิวพูดเสียงเย็น “ความหยาบกระด้างของคุณ มันจะทำให้หนังเป็ดถลอกจนดูไม่ได้” เจโน่ยักไหล่ ไม่สะทกสะท้าน “หนังถลอกแต่รสชาติเข้าเนื้อ ก็ยังดีกว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอมนะจ๊ะ” ... เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ความเครียดในห้องแล็บพุ่งสูงถึงขีดสุด กลิ่นสาบเป็ดและกลิ่นน้ำมันร้อนๆ อบอวลไปทั่ว มิ๊กกำลังประคองเป็ดม้วนของเขาเข้ากระทะอย่างระมัดระวัง แต่สายตาของเขากลับคอยมองหลิวตลอดเวลา เขาสังเกตเห็นว่ามือของหลิวสั่น... สั่นจนเห็นได้ชัดในจังหวะที่เธอพยายามจะพลิกเป็ดตัวยักษ์ในกระทะ เคร้ง! เสียงคีมคีบเหล็กหลุดจากมือหลิวร่วงลงพื้น หลิวยืนนิ่งค้าง ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด เป็ดในกระทะของเธอเริ่มส่งกลิ่นไหม้จางๆ เพราะเธอเผลอปล่อยไว้นานเกินไปในจุดเดียว “หลิว! เป็ดคุณจะไหม้แล้ว!” มิ๊กตะโกนบอกด้วยความหวังดี หลิวดูเหมือนจะไม่ได้ยิน เธอตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ความกดดันจากเสียงตะคอกของพ่อเมื่อคืน และความคาดหวังที่ต้องเป็นอันดับหนึ่งเสมอ กำลังทำให้กำแพงในใจของเธอพังทลายลงในวินาทีนี้ “ถอยไป!” เจโน่กระโดดข้ามสเตชั่นมาอย่างรวดเร็ว เขาคว้าผ้าเช็ดมือรองด้ามกระทะของหลิวแล้วสะบัดพลิกเป็ดตัวนั้นด้วยความแรงและแม่นยำ ฟู่! น้ำมันร้อนๆ กระเด็นโดนหลังมือแทนๆ ของเจโน่จนแดงเถือก แต่เขาไม่แม้แต่จะร้องสักคำ เจโน่ปิดไฟเตาแก๊ส แล้วหันมามองหลิวที่ยืนหน้าซีด “เป็นเชฟ... อย่าปล่อยให้ความกลัวคุมมือตัวเองสิ” ... หลังเลิกคลาส : ดาดฟ้าอาคาร ผลการสอบวันนี้ หลิวได้คะแนนต่ำกว่ามาตรฐานเป็นครั้งแรกในชีวิต ในขณะที่มิ๊กและเจโน่ประคองตัวผ่านไปได้ด้วยคะแนน B+ มิ๊กเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าเพื่อรับลมเย็นๆ เขาเห็นหลิวยืนพิงราวกันตกอยู่คนเดียว แผ่นหลังของเธอดูโดดเดี่ยวและบอบบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “หลิว...” มิ๊กเรียกเบาๆ หญิงสาวหันมา ความเข้มแข็งที่เคยมีตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยรอยคล้ำใต้ตา “มาสมเพชฉันเหรอคะมิ๊ก?” “เปล่าครับ...” มิ๊กเดินเข้าไปยืนข้างๆ “ผมแค่จะบอกว่า... เมื่อคืน ผมกับเจโน่ไปเยาวราชมา” หลิวชะงักไปทั้งตัว ดวงตาเรียวรีสั่นไหวด้วยความอับอาย “พวกคุณ... เห็นสินะคะ” “เห็นครับ... และผมก็เห็นด้วยว่าเป็ดที่คุณทำวันนี้ มันแบกความคาดหวังของพ่อคุณไว้มากแค่ไหน” มิ๊กถอดแว่นสายตาออกมาช้าๆ “ผมเองก็เคยเป็นแบบนั้นหลิว... พยายามจะเป็นไม้บรรตรรัดที่เที่ยงตรงที่สุด จนลืมไปว่าไม้บรรทัดมันก็หักได้ถ้าโดนกดแรงๆ” เจโน่เดินตามขึ้นมาทีหลัง เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ยื่นกระป๋องน้ำอัดลมเย็นๆ ให้หลิว “เอาไป... น้ำตาลจะช่วยให้สมองเลิกฟุ้งซ่าน” เจโน่นั่งลงบนขอบปูน ยืดขาพาดไปข้างหน้าอย่างไม่หยี่ระ “กูไม่รู้หรอกนะว่าที่บ้านมึงดุแค่ไหน แต่ในครัวนี้... มึงคือเพื่อนร่วมรุ่น ไม่ใช่ลูกสาวเจ้าของร้านที่ต้องทำตัวไร้ที่ติ” หลิวรับน้ำอัดลมไปถือไว้ ความเย็นจากกระป๋องทำให้เธอเริ่มตั้งสติได้ เธอมองหน้าเจโน่ที่หลังมือยังมีรอยแดงจากน้ำมันกระเด็นเมื่อกี้ “ทำไมต้องช่วยฉันด้วยคะเจโน่? ทั้งที่ฉันพูดจาไม่ดีกับคุณตลอด” เจโน่ยิ้มมุมปาก ยิ้มกวนประสาทแบบเดิมที่หลิวเคยเกลียด แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันดูจริงใจอย่างบอกไม่ถูก “ก็กูบอกแล้วไง... กูใช้สัญชาตญาณ สัญชาตญาณกูบอกว่าหงส์ตัวนี้กำลังจะจมน้ำ ตายไปก็เสียดายแย่... เอาไว้มาประชันฝีมือกันใหม่วันหลังดีกว่า” หลิวหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก ยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากที่ทำให้ใบหน้าคมๆ ของเธอดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา “พวกคุณนี่... แปลกดีนะ” ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนในตอนนี้ ไม่ได้เรียกว่าเพื่อนสนิท และมิ๊กกับเจโน่เองก็ยังไม่ได้ขยับสถานะไปมากกว่าเดิม มันคือช่องว่าง... ช่องว่างที่เปิดออกเพื่อให้แต่ละคนได้เห็น ‘แผล’ ของกันและกัน และการเรียนรู้ที่จะ ‘ปรุง’ ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้หวานเลี่ยน แต่กลับมีความขมที่กลมกล่อมซ่อนอยู่ “ไปกินข้าวกันมั้ย? ผมเลี้ยงเอง” มิ๊กเอ่ยชวน “หรูมั้ย? ถ้าไม่หรูพี่โน่ไม่ไปนะจ๊ะ” เจโน่รีบขัด “ร้านตามสั่งใต้คอนโดผมนี่แหละ... สะอาดพอสำหรับพวกคุณแน่ๆ” หลิวหัวเราะเบาๆ เดินตามชายหนุ่มสองคนที่เดินเถียงกันไปตามทางเดิน ในใจของเธอเริ่มรู้สึกว่า กำแพงที่เยาวราชอาจจะยังอยู่... แต่ที่สถาบันแห่งนี้ เธออาจจะเริ่มมองเห็น ‘ฤดูกาล’ ที่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD