โถงทางเดินสถาบัน (ศาลาแดง) วันจันทร์ เวลา 08:30 น.
เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายย่านสีลมเริ่มต้นด้วยเสียงแตรรถยนต์ที่ดังประสานกันเป็นจังหวะที่น่าหงุดหงิด
แต่นักศึกษาในสถาบันหรูแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยกำแพงกระจกหนาและกลิ่นเนยสดที่ลอยฟุ้ง
‘มิ๊ก’ ยืนเช็คความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกในห้องล็อกเกอร์ เสื้อเชฟสีขาวตัวใหม่กริบถูกรีดมาจนไม่มีที่ติ
ผมถูกจัดทรงอย่างดี แว่นตาสะอาดใสไร้รอยนิ้วมือ
แต่ในหัวของเขากลับมีภาพภาพหนึ่งฉายซ้ำไปมา... ภาพห้องพักรูหนูที่ไม่มีแอร์ กลิ่นยาหม่องจางๆ
และใบหน้าของเจโน่ตอนที่อ้อนให้เขาอยู่ต่อเมื่อวันเสาร์
“เพ้อเจ้อ... งานก็เอามาแล้ว จะไปคิดถึงทำไม”
มิ๊กสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ออกไป ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องปฏิบัติการ
...
ห้องเตรียมวัตถุดิบ (Prep Room)
“เฮ้ยคุณชาย! ทางนี้!”
เสียงตะโกนที่เริ่มจะคุ้นหูดังมาจากมุมห้อง ‘เจโน่’ ยืนพิงเคาน์เตอร์สแตนเลสอยู่ ในชุดเชฟสีดำที่ดูทะมัดทะแมง
วันนี้เขาดูสดชื่นขึ้นมาก ตาคมกริบดูมีประกายขี้เล่นเหมือนเดิม ไม่เหลือคราบคนเมาค้างเมื่อวันก่อน
ข้างๆ เขามี ‘บอม’ ที่กำลังแทะขนมปังฝรั่งเศสอย่างเมามัน และ ‘แพรว’ ที่กำลังลับมีดอย่างใจเย็น
“เป็นไงวะไอ้โน่ เห็นว่าเมื่อวันเสาร์อาการหนักจนคุณชายต้องถ่อไปดูถึงหอ?” บอมเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
มิ๊กชะงัก ฝีเท้าที่เคยมั่นคงเริ่มรวน “ผมแค่ไปเอาแฟลชไดรฟ์ครับ... งานกลุ่มเราอยู่ที่เขา”
“อ๋อ... ไปเอาแฟลชไดรฟ์ แต่มีแถมบริการทำข้าวต้มให้ด้วยป่ะ?
เห็นไอ้โน่มันเพ้อว่าข้าวต้มวันเสาร์อร่อยที่สุดในโลก” แพรวพูดขึ้นลอยๆ โดยไม่เงยหน้าจากมีด
มิ๊กหน้าแดงซ่าน รีบวางกระเป๋าอุปกรณ์ลงบนโต๊ะเสียงดังปึ้ง “ก็เห็นว่าเขาจะตายเอา เลยช่วยตามมารยาทครับ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ”
เจโน่หัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้พาร์ทเนอร์ของตัวเอง
เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนมิ๊กได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ ที่วันนี้ดูเหมือนเจโน่จะตั้งใจฉีดมาเป็นพิเศษ
“แต่มันอร่อยจริงๆ นะ... รสชาติจืดๆ แบบที่นายชอบน่ะ”
เจโน่กระซิบข้างหู ก่อนจะยัดบางอย่างใส่มือมิ๊ก
มันคือกล่องพลาสติกใบเล็กๆ ข้างในมีขนมไทยรูปร่างประหลาด
“แม่ฝากมาให้... บอกว่าขอบใจที่ช่วยดูแลลูกชายตอนเมา”
มิ๊กมองกล่องขนมในมือ ความโกรธ (ที่พยายามสร้างขึ้น) มลายหายไปในพริบตา
“ฝากขอบคุณคุณน้าด้วยครับ... แต่ครั้งหน้าไม่ต้องก็ได้”
“เขินเหรอ?”
“เจโน่!”
...
คลาสปฏิบัติการ : สุขาภิบาลและการจัดการ
วันนี้ไม่มีการเปิดเตาไฟแรงๆ แต่เป็นการทดสอบเรื่องความสะอาดและการจัดระเบียบ เชฟผู้สอนเดินตรวจสเตชั่นการทำงานอย่างละเอียด ใครที่มีคราบสกปรกแม้แต่นิดเดียวจะถูกหักคะแนนทันที
“วันนี้เราจะทำเมนูที่ดูง่ายแต่รักษาสุขอนามัยยากที่สุด... Tartare de Boeuf (สเต็กเนื้อดิบสับ) ”
sds
เสียงฮือฮาดังขึ้น เนื้อวัวดิบ... ถ้าการจัดการอุณหภูมิไม่ดี หรืออุปกรณ์ไม่สะอาดพอ แบคทีเรียจะพุ่งสูงทันที และนั่นหมายถึงการสอบตก
เจโน่และมิ๊กต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด มิ๊กรับหน้าที่เตรียมเครื่องเคียง ทั้งหอมแดงซอย แคปเปอร์ และพาร์สลีย์ ทุกอย่างต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อตามมาตรฐาน
ส่วนเจโน่ รับหน้าที่สำคัญที่สุด... การสับเนื้อ
“ใช้มีดเล่มนี้นะ” มิ๊กส่งมีดที่เขาเพิ่งเอาไปจุ่มน้ำร้อนฆ่าเชื้อให้เจโน่
“ครับคุณแม่... รู้แล้วครับ”
เจโน่รับมีดไป เขาเริ่มสับเนื้อวัวส่วนสันใน (Tenderloin) อย่างประณีต
ความร้อนในห้องครัวเริ่มสูงขึ้นจากจำนวนคนที่แออัด เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมของเจโน่
เขาพยายามไม่ให้มันไหลลงไปในจานเนื้อ
มิ๊กเห็นดังนั้นจึงหยิบผ้าสะอาดขึ้นมา... เขาเดินเข้าไปยืนซ้อนข้างๆ เจโน่ แล้วใช้ผ้าซับเหงื่อที่หน้าผากให้อีกฝ่ายเบาๆ
เจโน่ชะงักมีด หันมามองคนข้างตัว สายตาของพวกเขาสบกันในระยะที่ใกล้เกินกว่าเพื่อนร่วมชั้นทั่วไป
“ขอบใจ...” เจโน่พูดเสียงทุ้ม
“รีบทำเถอะ เดี๋ยวเนื้อจะเสียอุณหภูมิ” มิ๊กพูดเลี่ยงสายตา แต่เขากลับไม่ขยับหนีไปไหน
ยังคงยืนประคองถ้วยน้ำแข็งรองใต้โถเนื้อให้เจโน่ทำงานสะดวกขึ้น
จังหวะที่เจโน่ต้องคลุกเนื้อกับไข่แดงและเครื่องปรุง
มือหนาของเขาเผลอไปสัมผัสกับหลังมือของมิ๊กที่กำลังช่วยประคองโถสแตนเลสไว้
มันเป็นสัมผัสที่อุ่นจัด... สวนทางกับความเย็นของโถน้ำแข็ง เจโน่ไม่ได้ชักมือออก
เขาจงใจวางมือทับมือมิ๊กไว้ชั่วครู่ขณะที่กำลังคนส่วนผสมให้เข้ากัน
“หนาวมั้ย?” เจโน่ถาม
“...ถามทำไม”
“มือมึงเย็นมาก... แต่หน้ามึงแดงมากเลยนะมิ๊ก”
มิ๊กกัดริมฝีปาก พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดท่ามกลางสายตาของเพื่อนในห้องที่เริ่มมองมา
โดยเฉพาะ ‘เต้ย’ ที่ยืนอยู่โต๊ะถัดไป รายนั้นหรี่ตามองอย่างจับผิดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
...
ช่วงพักเที่ยง ดาดฟ้าอาคารเรียน
มิ๊กหนีความวุ่นวายขึ้นมานั่งกินลมบนดาดฟ้าคนเดียว ในมือถือกล่องขนมที่เจโน่ให้มาเมื่อเช้า... มันคือ ‘ขนมถ้วย’
รสชาติหวานมันของกะทิสดและความหอมของใบเตยช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น แต่นั่งไปได้ไม่นาน ประตูดาดฟ้าก็ถูกเปิดออก
“กะแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่”
เจโน่เดินเข้ามาพร้อมขวดน้ำเย็นสองขวด เขาไม่ได้ใส่เสื้อเชฟแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นรูปร่างเพรียวแกร่ง
เจโน่นั่งลงข้างๆ มิ๊กบนขอบปูน “ขนมแม่กูอร่อยมั้ย?”
“อื้ม... หอมดี ไม่หวานเกินไป” มิ๊กตอบ พลางยื่นขนมชิ้นสุดท้ายให้ “เอาคืนไปชิ้นนึงมั้ย?”
เจโน่ไม่รับขนม แต่กลับจับข้อมือมิ๊กให้ส่งขนมชิ้นนั้นเข้าปากตัวเอง เขางับขนมจากมือมิ๊กอีกครั้ง...
เหมือนที่เคยทำในห้องล็อกเกอร์วันนั้น
มิ๊กใจสั่นพริ้ว แต่คราวนี้เขาไม่ชักมือหนี เขามองดูเจโน่ที่เคี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“เจโน่... ทำไมคุณต้องพยายามแกล้งผมขนาดนี้?”
เจโน่หยุดเคี้ยว หันมามองหน้ามิ๊กตรงๆ ลมบนดาดฟ้าพัดเอาปอยผมของเขากระจัดกระจาย
“ไม่ได้แกล้ง...” เจโน่พูดเสียงจริงจัง “แค่รู้สึกว่าเวลามึงหลุดมาดคุณชายแล้ว... มึงน่ารักกว่าตอนเก่งๆ เยอะเลย”
มิ๊กอึ้งไปครู่หนึ่ง “ผมไม่ได้น่ารัก ผมแค่... ผมแค่ไม่ชินกับโลกของคุณ”
“โลกของกูมันก็ไม่ได้แย่ใช่ป่ะ?” เจโน่ขยับเข้าไปใกล้จนไหล่เบียดกัน
“ถึงจะไม่มีแอร์ ถึงจะเหม็นควันรถ... แต่มันก็มีของอร่อยๆ มีเพื่อนที่จริงใจ... และมีกู”
เจโน่เอื้อมมือไปถอดแว่นสายตาของมิ๊กออกช้าๆ มิ๊กตกใจจะคว้คืน แต่เจโน่ชูมันไว้เหนือหัว
“ขอดูหน่อย... โลกที่ไม่มีแว่นกั้นน่ะ เป็นยังไง”
เจโน่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาของมิ๊กสั่นไหว เขาเห็นเงาตัวเองสะท้อนอยู่ในตาคมเข้มของเจโน่
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพาไป... เจโน่ไม่ได้จูบ เขากลับใช้หน้าผากของตัวเองแตะลงบนหน้าผากของมิ๊กเบาๆ
สัมผัสที่อ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อจากผู้ชายสายลุย
“ร้อนนะเนี่ย...” เจโน่พึมพำ “หน้าแดงจนจะระเบิดแล้วคุณชาย”
“ไอ้บ้า...” มิ๊กพึมพำกลับ หลับตาลงรับสัมผัสนั้น
มันไม่ใช่ความหวือหวาแบบรักแรกพบในนิยาย แต่มันคือรสชาติที่ค่อยๆ ซึมลึก... เหมือนการเคี่ยวน้ำสต็อกที่ต้องใช้เวลา
เพื่อให้ความหวานจากเนื้อแท้ค่อยๆ ออกมาอย่างช้าๆ
...
“แหม... ดาดฟ้านี่ลมดีจังเลยเนอะบอมเนอะ”
เสียงแหลมของเต้ยดังขึ้นจากประตูระเบียง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ ของบอมและแพรวที่โดนลากติดมาด้วย
มิ๊กรีบผลักเจโน่ออกแล้วตะครุบแว่นตามาใส่ทันที เจโน่หัวเราะร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน
“มาทำไรกันวะพวกมึง?” เจโน่หันไปถามเพื่อน
“มาดูหนังสั้นน่ะจ้ะ... แหม ฉากเมื่อกี้เนี่ย ถ้ามีกล้องนะ ปังระดับโลก!” เต้ยจิกปากจิกคอพูด
แพรวส่ายหัวเดินเข้ามาหาแขนเจโน่ “เชฟเรียกไปรวมพลแล้วมั้ง เลิกสวีทแล้วลงไปเรียนได้แล้ว”
มิ๊กรีบเดินนำลิ่วลงบันไดไปก่อนเพื่อน โดยมีเสียงหัวเราะของบอมและเจโน่ไล่หลังมา
บนเส้นทางสู่การเป็นเชฟที่ยิ่งใหญ่... มิ๊กเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่การจำสูตรอาหารฝรั่งเศส
แต่เป็นการควบคุมจังหวะหัวใจตัวเอง... ไม่ให้สั่นไหวไปกับ ‘เชฟเสื้อดำ’ คนนี้
รสชาติของความรักในรั้วสถาบันริบบิ้นสีน้ำเงิน... เริ่มจะเข้มข้นขึ้นทุกที