ตอนที่ 11 : ความใสที่ไม่ไร้รสชาติ

1651 Words
โรงอาหารสถาบัน เวลา 12:30 น. แสงแดดช่วงเที่ยงสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ของโรงอาหารที่ดูหรูหราเกินกว่าจะเป็นแค่ที่กินข้าวของนักศึกษา กลิ่นเนยและแป้งอบยังคงอบอวลไปทั่วตามสไตล์สถาบันสอนทำอาหารระดับโลก ‘มิ๊ก’ นั่งเขี่ยสลัดผักในจานเบาๆ จิตใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่ที่รสชาติของน้ำสลัดบัลซามิกตรงหน้าเลยสักนิด ในหัวเขายังคงวนเวียนอยู่กับสัมผัสอุ่นๆ ที่หน้าผากบนดาดฟ้าเมื่อชั่วโมงก่อน “เป็นอะไรคุณชาย? สลัดจานนั้นมันทำความผิดอะไรมา ถึงได้จ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อขนาดนั้น” ‘เจโน่’ เดินถือจานข้าวราดแกงกะหรี่ไก่มานั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอคำเชิญ วันนี้เขาถอดเสื้อเชฟออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำที่แขนเสื้อรั้งขึ้นจนเห็นมัดกล้ามชัดเจน “เปล่า... แค่คิดเรื่องงานกลุ่ม” มิ๊กตอบเลี่ยงๆ ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ “งานกลุ่มหรือเรื่องที่ดาดฟ้า?” เจโน่ถามพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท เขาตักข้าวเข้าปากคำโตโดยไม่สนสายตาคนรอบข้างที่มองมาด้วยความสงสัยว่าทำไมคุณหนูมิ๊กถึงมานั่งกับเด็กทุนสายลุยคนนี้ได้ “กินไปเลยคุณน่ะ ปากว่างแล้วชอบพูดเพ้อเจ้อ” “อ้าว... พูดความจริงก็ไม่ได้” เจโน่หัวเราะในลำคอ “แต่กูว่ามึงหน้าแดงนะ หรือว่าแอร์โรงอาหารมันเสีย?” “เจโน่!” ... ความวุ่นวายของมื้อเที่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อ ‘เต้ย’ เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมถาดอาหารที่จัดแต่งราวกับจะไปถ่ายนิตยสาร ตามมาด้วย ‘บอม’ ที่ถือจานพาสต้าพูนๆ และ ‘แพรว’ ที่เดินหน้านิ่งมานั่งลงข้างมิ๊ก “แหม... สองคนนี้หนีมาสวีทกันอีกแล้วนะจ๊ะ” เต้ยจีบปากจีบคอพูดพลางขยับเก้าอี้นั่งลง “เมื่อกี้เชฟประกาศในคลาสทฤษฎีนะ มิ๊กกับโน่ไม่ได้ฟังเหรอ?” มิ๊กขมวดคิ้ว “ประกาศอะไร? ผมมัวแต่จดสูตรซอสตัวใหม่” “เชฟบอกว่าสัปดาห์หน้าจะมีโปรเจกต์ใหญ่...” แพรวเป็นคนตอบแทน “ให้แต่ละคู่ทำเมนูซุปใส หรือที่เรียกว่า Consommé ให้ได้มาตรฐานที่สุด ใครทำน้ำซุปขุ่นหรือรสชาติไม่ถึง... สอบตกทันที” “คอนซอมเม่?” เจโน่ทวนคำ “ไอ้น้ำซุปใสๆ ที่เหมือนน้ำเปล่าแต่รสชาติเข้มข้นนั่นอ่ะนะ?” sds “ใช่” มิ๊กพยักหน้า สีหน้าเริ่มเครียดขึ้นมาทันที “มันเป็นซุปที่ทำยากที่สุดอย่างหนึ่งเลยนะเจโน่ เพราะเราต้องใช้เทคนิคการทำ Clarification หรือการทำให้ซุปใสด้วยไข่ขาวและเนื้อสับ ถ้าไฟแรงไปหรือคุมอุณหภูมิพลาด ซุปจะขุ่นทันที และแก้ไม่ได้เลย” เจโน่วางช้อนลง สีหน้าที่เคยเล่นๆ เริ่มจริงจังขึ้น “น้ำซุปใส... ที่ต้องทำให้รสชาติหนักแน่นเหมือนน้ำสต็อกสีน้ำตาลนั่นเหรอ?” “ถูกต้อง” มิ๊กตอบ “มันคือบททดสอบความอดทนและความประณีต... ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าคุณจะมีมันพอหรือเปล่า” “ดูถูกกันอีกละ” เจโน่ยักไหล่ “เห็นแบบนี้กูเนี่ยเจ้าพ่อต้มซุปนะเว้ย ร้านข้าวแกงแม่กู ต้มจืดมะระซี่โครงหมูนี่ใสปิ๊งจนเห็นก้นถ้วยเลยนะจะบอกให้” “นี่มันซุปฝรั่งเศสเจโน่ มันคนละเรื่องกับต้มจืดมะระ!” ... ช่วงบ่าย : ห้องเตรียมวัตถุดิบ บรรยากาศเริ่มกดดันขึ้นเมื่อทุกคนต้องเริ่มร่างสูตรสำหรับสัปดาห์หน้า มิ๊กกางตำราเล่มหนา เปิดหน้าที่มีขั้นตอนการทำอย่างละเอียด เขาเริ่มเขียนรายการวัตถุดิบที่ต้องใช้ “เราต้องใช้เนื้อวัวส่วนที่ไขมันน้อยที่สุด สับให้ละเอียดผสมกับ Mirepoix และไข่ขาว...” มิ๊กอธิบายขณะที่เจโน่ยืนกอดอกฟัง “ทำไมต้องใส่ไข่ขาวเยอะขนาดนั้นวะ? เสียดายของ” เจโน่ขัดขึ้น “ไข่ขาวมันจะทำหน้าที่เป็นตัวกรองไงเจโน่ พอมันโดนความร้อนมันจะจับตัวเป็นแพลอยขึ้นมาข้างบน หรือที่เขาเรียกว่า Raft มันจะดูดเอาสิ่งสกปรกและตะกอนในซุปขึ้นไปจนหมด ทำให้น้ำซุปใสเหมือนคริสตัล” เจโน่ขมวดคิ้ว มองดูรูปภาพในหนังสือ “เหมือนมึงเลยนะมิ๊ก...” “อะไรเหมือน?” “ความใสนี่ไง...” เจโน่ขยับเข้ามาใกล้จนมิ๊กต้องถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์ “ มึงดูเหมือนคนที่จัดการทุกอย่างให้เนี๊ยบ ให้ใสสะอาดตลอดเวลา... จนบางทีหัวใจมึงก็ดูเข้าถึงยากเหมือนไอ้ซุปบ้านี่” มิ๊กชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของเจโน่บางครั้งก็ดูเหมือนจะขุดลงไปในใจเขาได้ลึกกว่าที่คิด “ผมไม่ได้เข้าถึงยาก... ผมแค่ต้องการมาตรฐาน” “มาตรฐานที่มึงตั้งไว้... มันรวมถึงการเปิดใจให้คนอย่างกูบ้างรึเปล่า?” บรรยากาศในห้องเตรียมวัตถุดิบเริ่มเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องทำน้ำแข็งที่ทำงานอยู่ไกลๆ มิ๊กสบตากับเจโน่ ความเงียบนั้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบเป็นคำพูด “ไปดูเนื้อกันเถอะ...” มิ๊กเลี่ยงสายตา “เราต้องเลือกเนื้อที่ดีที่สุด ถ้ามีไขมันปนแม้แต่นิดเดียว ซุปเราพังแน่” เจโน่ถอนหายใจยาว แต่ก็ยอมเดินตามมิ๊กไปที่ห้องเย็น เขารู้ดีว่ากำแพงที่มิ๊กสร้างไว้นั้นหนาพอๆ กับหม้อสต็อกสแตนเลสใบใหญ่ และเขาต้องใช้ความร้อนที่ ‘พอดี’ เท่านั้นถึงจะหลอมละลายมันได้ ... ห้องเย็นเก็บเนื้อ อุณหภูมิที่ลดวูบลงทำให้มิ๊กสั่นเล็กน้อย เขาอยู่ในชุดนักศึกษาแขนสั้นที่ไม่ได้เตรียมรับมือกับความเย็นจัดขนาดนี้ เจโน่สังเกตเห็น เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ขยับเข้าไปยืนบังทิศทางลมเย็นจากเครื่องเป่าให้มิ๊กอย่างเนียนๆ “เนื้อก้อนนี้โอเคมั้ย?” เจโน่ชี้ไปที่เนื้อสันในส่วนที่แดงจัดและไร้มัน มิ๊กขยับเข้าไปดูใกล้ๆ จนไหล่ของเขาเบียดกับอกกว้างของเจโน่ ความอุ่นจากตัวเจโน่ที่แผ่ออกมาทำให้ความหนาวเย็นบรรเทาลงอย่างน่าประหลาด “อื้ม... ก้อนนี้ดี สดและไม่มีพังผืด” มิ๊กตอบเสียงเบา “ช่วยยกไปชั่งหน่อยสิ” เจโน่ยกก้อนเนื้อหนักหลายกิโลกรัมขึ้นด้วยมือเดียว ท่าทางของเขาดูสบายๆ จนมิ๊กแอบมองท่อนแขนที่มีเส้นเลือดปูดโปนนั้นอย่างเผลอตัว “มองเก่งนะเราน่ะ” เจโน่หันมายิ้มล้อเลียน “มองเนื้อครับ! ไม่ได้มองคุณ” “อ๋อ... เนื้อกูแน่นกว่าเนื้อวัวก้อนนี้อีกนะ ลองจับดูป่ะ?” “เจโน่! ไอ้ทุเรศ!” มิ๊กหน้าแดงแว๊ด เดินหนีออกจากห้องเย็นทันที ทิ้งให้เจโน่หัวเราะร่าอยู่คนเดียวท่ามกลางอุณหภูมิศูนย์องศา ... เย็นวันนั้น : หน้าสถานีรถไฟฟ้า หลังจากเลิกคลาสที่เต็มไปด้วยความเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหม่ มิ๊กยืนรอแท็กซี่อยู่ใต้สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาทำให้การจราจรในย่านสีลมกลายเป็นอัมพาต “กลับด้วยกันป่ะ?” มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ (แต่สภาพเก่าไปนิด) ขี่มาจอดเทียบข้างๆ เจโน่ในหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ เปิดหน้ากากขึ้นชวน “ไม่เอา... ผมจะรอแท็กซี่” มิ๊กตอบพลางกระชับกระเป๋า “แท็กซี่แถวนี้รอไปเถอะ อีกสองชั่วโมงก็ไม่ได้ไป ฝนตกแบบนี้รถไม่ขยับหรอก ขึ้นมาเหรอ เดี๋ยวไปส่งถึงคอนโดเลย” มิ๊กมองไปที่ถนนที่รถติดสนิท สลับกับมองหน้าเจโน่ที่เปียกฝนปรอยๆ สุดท้ายความอยากกลับบ้านไปอาบน้ำนอนก็ชนะทุกอย่าง เขายอมก้าวขึ้นไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเจโน่ “เกาะแน่นๆ นะคุณชาย รถพี่มันแรง เดี๋ยวจะหงายหลังเอา” “รถเก่าขนาดนี้แรงตรงไหน...” มิ๊กบ่น แต่ก็ยอมเอื้อมมือไปจับที่ชายเสื้อยืดสีดำของเจโน่เบาๆ “เกาะชายเสื้อทำไม? เกาะเอวนี่!” เจโน่คว้ามือกำนัลของมิ๊กมาวางหมับที่เอวตัวเอง แล้วเร่งเครื่องออกตัวไปทันที แรงกระชากทำให้มิ๊กตัวเซถลาเข้าหาแผ่นหลังกว้าง เขาเผลอกอดเอวเจโน่ไว้แน่น กลิ่นสะอาดๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นฝนที่เริ่มหนาเม็ดขึ้นทำให้อารมณ์ของเขาปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก เจโน่ขับรถลัดเลาะไปตามซอกซอยย่านสาทรและนราธิวาส เพื่อเลี่ยงการจราจรบนถนนใหญ่ มิ๊กหลับตาพริ้ม ซบหน้าลงกับแผ่นหลังที่อุ่นจัดของเจโน่ ในความวุ่นวายของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยเสียงแตรและสายฝน ความรู้สึก ‘ใส’ เหมือนซุปที่เขากำลังจะทำ... เริ่มถูกความรู้สึกบางอย่างที่ ‘เข้มข้น’ กว่า เข้ามาเจือปนทีละน้อย ความรัก... บางครั้งก็เหมือนการทำซุปใส ภายนอกดูไม่มีอะไร ดูเรียบง่าย แต่กว่าจะทำให้มัน ‘ใส’ และ ‘กลมกล่อม’ ได้ขนาดนี้ ต้องผ่านการ ‘กรอง’ ความรู้สึกนับครั้งไม่ถ้วน “ถึงแล้วคุณชาย...” เสียงเจโน่ปลุกให้มิ๊กตื่นจากภวังค์ มอเตอร์ไซค์จอดสนิทอยู่ที่หน้าคอนโดหรูย่านสาทร มิ๊กรีบปล่อยมือจากเอวเจโน่ ลงจากรถด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ “ขอบคุณที่มาส่ง... แล้วก็... ขับรถดีๆ นะ ฝนตกถนนลื่น” มิ๊กพูดโดยไม่สบตา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าตึกไป เจโน่มองตามแผ่นหลังเล็กๆ นั้นไปจนลับตา เขายกมือขึ้นลูบที่เอวตรงที่มิ๊กเคยฝากรอยสัมผัสไว้ “ใสนักนะคุณชาย... เดี๋ยวพี่โน่จะเคี่ยวให้ข้นเลยคอยดู” เจโน่ยิ้มมุมปาก ปิดหน้ากากหมวกกันน็อก แล้วขี่รถออกไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ในหัวของเขาตอนนี้... ไม่ได้มีแค่สูตรทำซุป แต่มันมีภาพของ ‘คนทำซุป’ วนเวียนอยู่ไม่ยอมจางหาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD