🔥เรื่องที่17 #1 เหมยจะป้อนน้มเพื่อนแต่พี่ชายดันมาขัดแล้วจับทำเมีย

1889 Words
“ไอ้เด็กเวรยังไม่ตื่นอีกเหรอแม่” คิวก้าวลงบันได มาถึงขั้นสุดท้าย ก็ถามหาน้องชายต่างสายเลือด ซึ่งตอนนี้ หกโมงครึ่งแล้วยังไม่โผล่หน้าลงมากินข้าวเช้าแสนอร่อยฝีมือแม่ “ทำไมเรียกน้องแบบนั้นล่ะคิว” “ก็ผมพอใจที่จะเรียกมันแบบนี้...เดี๋ยวมากินข้าวนะแม่ ขอไปกระทืบไอ้เด็กเวรนั่นก่อน” “คิว!” ดาดุลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและแม้ไอ้เด็กเวรที่อีกคนเรียกจะไม่ใช่ลูกของตน แต่ดานั้นรักเหมือนลูกแท้ๆ ดาไม่อยากให้ดอกเหมยได้ยิน กลัวอีกฝ่ายน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่าดอกเหมยไม่น้อยใจหรอก เพราะป่านนี้แล้วยังนอนอืด ส่งเสียงกรนแผ่วเบาอยู่บนเตียง ร่างสูงสง่าผ่าเผยในชุดEMS แถบสีเทา หรือชุดพยาบาลปฏิบัติการฉุกเฉิน วิ่งขึ้นบันได ตรงไปเปิดประตูห้องดอกเหมย แล้วใช้ข้อนิ้วชี้เคาะกับประตูไม้ ลวดลายประณีตเสียงดัง ก๊อก ก๊อก! “เฮ้ยๆ เหมย อยากโดนกูขย่มคารถฉุกเฉินปะ...หมายถึงปั๊มหัวใจน่ะ จะกระทืบให้เละเลย” คิวตรงไปกระชากผ้านวมที่ห่อหุ้มร่างเล็กไว้กึ่งกลาง ราวกับไส้กรอก หรือไม่ก็ก้อนแป้งกลมๆ “พี่คิวเอาผ้าเน่าหนูมานะ!” คิวใช้เท้าดันก้นน้องชาย “ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวถ้ากูไปทำงานสายนะ...มึงตาย ไอ้เด็กเวร!” “ถ้าพี่กลัวสายก็ไปก่อนสิ” ดอกเหมยขมวดคิ้วมุ่น องค์ประกอบเล็กๆ บนหน้ารูปไข่ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทำให้ดูหล่อและสวยในคราวเดียวกัน แต่คิวไม่ได้แยแส รู้สึกขัดลูกตาด้วยซ้ำ เขาละสายตาจากดวงตาสั่นระริก มองเนินอกอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว เสื้อเชิ้ตกระดุมบนหลุดมองเห็นนมฝั่งหนึ่ง ติ่งเล็กๆ สีชมพูระเรื่อ มีน้ำสีขาวไหลออกมา “นมไหลอีกแล้วเหรอ” คิวพูดเสียงเบาลง แม่ของคิวเป็นแพทย์มือดีของประเทศไทย แต่โรคที่อีกฝ่ายเป็นอยู่รักษาไม่หายจริงๆ แม่จึงเมตตา รับดอกเหมยจากสถานสงเคราะห์มาเป็นลูกบุญธรรม เลี้ยงดูอย่างดีไม่ต่างจากลูกตนเอง “อือ ปวดมาก มันทำเหมยนอนไม่หลับ...” “หุบปาก! กูรู้ มึงจะพูดอะไร และก็ถึงมึงนอนเร็ว คนอย่างมึง ก็ไม่มีทางตื่นเช้าหรอกค่ะ!” คิวว่า ต่อมาก็ผลักร่างเล็กให้นอนหงาย ดอกเหมยรู้ พี่จะทำอะไร นอนเฉยให้พี่ชายสุดโหด คั้นนมสดๆ จากเต้า โดยที่ปากกับมือช่วยกันเคล้าคลึง ไม่ใช่มือดอกเหมยนะ แต่เป็นมือหยาบกร้านของพี่ชาย เหมยเผยอปากครางอย่างสบายใจ เพราะรู้สึกโล่ง ความเจ็บปวดที่ต้องอดกลั้นมาตลอดทั้งคืน เพราะนมคัด มลายหายไปช้าๆ “ดีมากเลยพี่จ๋า แต่พี่คิวอย่ากัดนมหนูสิ อ่าา อย่าดึงมะ มันด้วย อึ่ก อืออ” ดอกเหมยผงกศีรษะมองพี่ ที่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ คนหล่อเหลา ย้อมผมสีเทาหม่น เมื่อดอกเหมยใช้สองมือขยุ้มหัวคิว คิวพลันจับข้อมือเล็กล็อกไว้เหนือศีรษะ “อยู่นิ่งๆ กูจะทำให้มึงหายทรมานเอง” คิวบรรจงเลียรอบลานนม แล้วกดปากลงไปดูดดึงอีกหลายครั้ง กระทั่งจุกนมบวมเป่งบี้แบน แต่คิวก็ไม่หยุด ดูดจนน้ำนมแห้งเหือด... “ตายแล้วคิว ทำไมไม่รีบพาน้องลงมาไวๆ ดูสิ กินข้าวเช้าไม่ทันแล้ว แต่ไม่เป็นไร แม่ทำข้าวกล่องไว้ให้เหมยแล้ว เอาไปกินบนรถนะลูก” เมื่อทั้งสองลงมาชั้นล่าง ดารีบเอาถุงผ้าที่ใส่ข้าวกล่องหน้าตาน่าทานส่งให้เหมย “ขอบคุณครับแม่” ดอกเหมยดีใจมาก แม้ว่าดาจะทำเช่นนี้ ให้เขาแทบทุกวัน เธอเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย นี่จึงทำให้เหมยมีความสุขล้นใจ ไม่คิดน้อยใจที่โดนพ่อแม่แท้ๆ ทอดทิ้ง “เฮอะๆ มันน่ะ เข้าเรียนเก้าโมง ยังมีเวลาไปหาข้าวกิน แต่ผมอ่ะไม่มีเวลาแล้ว” คิวหมั่นไส้แย่งถุงข้าวกล่อง วางบนโต๊ะกระจกที่อยู่ไม่ไกล “ไป เร็วๆ” คิวไม่ใช่แค่ออกคำสั่ง แต่ยังลากคนตัวเล็กไปที่รถฉุกเฉินของโรงพยาบาทเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อคืนคิวไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แต่ไม่อยากทนกับสถานการณ์รถติดหนัก เลยยืมรถฉุกเฉินไปใช้ แต่คิวไม่ได้เห็นแก่ตัวนะถ้าเกิดเพื่อนในวงเหล้า ที่ชอบขายเพื่อนตอนเมาโดนกระทืบ รถสุดเจ๋งคันนี้ พร้อมช่วยชีวิต! เห็นไหมไม่ได้เห็นแก่ตัว แค่เตรียมพร้อมรับศพ ไม่สิ! รับเหตุฉุกเฉิน คิวขับรถ พลางผิวปาก ด้วยความอารมณ์ดี อาจเพราะน้ำนมเหมย ที่นอกจากมีประโยชน์ ยังทำให้อิ่มท้อง ตอนนี้จึงไม่โมโหหิว หรือซีเรียสเรื่องไปทำงานสายแล้ว และบัดนี้ก็เลยเวลาทำงานมาครึ่งชั่วโมง โดนพ่อด่าแน่! “เปิดไซเรนได้ไหม?” “บ้าเหรอ ถ้าพี่ไม่อยากไปสายมากกว่านี้ ให้หนูลงตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวนั่งวินไปเอง” ดอกเหมยกำสายกระเป๋าสะพายข้างสีดำไม่มีลวดลายแน่น แค่นั่งรถฉุกเฉินไปมหา'ลัย ใจก็เต้นกระสับกระส่ายแปลกๆ แล้ว ถ้าเปิดไซเรนด้วย วันนี้คนขี้เกียจอย่างเหมย จะขอโดดเรียนสักสองเดือน! เพื่อให้เพื่อนๆ ลืมว่า หน้าที่สวยหล่อนี้ นั่งรถฉุกเฉิน แถมยังเปิดไซเรน ห่อตะบึงมาเรียน “เออ! เดี๋ยวก่อนเข้าเรียน หาข้าวแดกด้วยนะ สมองได้ไม่เบลอ...มึงจะได้ไม่โง่ไปมากกว่านี้” “ครับ” ดอกเหมยมองบน ระหว่างนั่งรถ เขาเปิดโทรศัพท์ดูนั่นดูนี่ แต่ไม่เกินหนึ่งนาที พี่ชายก็แย่งไป ใส่กระเป๋ากางเกงตนเอง พร้อมยักคิ้ว “เลิกเรียนกี่โมง” “วันนี้หนูกลับ...” “กูถามว่าเลิกกี่โมง!” คิวขัดเสียงดุ “ห้าโมง แต่ว่า หนูจะไปทำรายงานห้องเพื่อน น่าจะเสร็จประมาณ...” เหมยคำนวณในใจ “ไม่เกินสองทุ่ม” เหมยชู้นิ้วป้อมๆ สองนิ้ว “ดึกไป” คิวเอ่ยทันควัน แล้วไม่รอให้เหมยสาธยาย เขาก็พูดขึ้นอีก “ก่อนเข้าห้องเพื่อน ส่งโลเคชันมาให้กู แล้วรอกูอยู่หน้าหอจนกว่ากูจะถึง เข้าใจ?” “...” ดอกเหมยพยักหน้าช้าๆ อีกฝ่ายส่งหน้าร้านข้าวแกงใต้ของชอบเหมย แล้วยื่นแบงก์ยี่สิบให้หนึ่งใบ ดอกเหมยรู้สันดานของคิวดีกว่าใคร ฝ่ายนั้นมันกวนโอ๊ย ชอบแกล้งน้องคนนี้! “ไม่พอ โอนเงินให้ด้วย ถ้าไม่โอนนะ ต่อไปนี้อย่าหวังว่าจะได้กินนม” ดอกเหมยพูดเร็วมาก ทันกระจกรถปิดพอดี รถยังไม่ขยับไปไหน มือถือพลันสั่นครืด แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี ได้เห็นยอดเงิน ดอกเหมยเจ็บใจนัก นี่มันยุคไหนแล้ว ปัจจุบันนี้ ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงเงินกินรายวันคิวจะจัดการให้ ซึ่งก็เหนียวสุดๆ ให้แค่วันละสองร้อยบาท สำหรับดอกเหมยมันไม่พอจริงๆ แค่เค้กหนึ่งชิ้น ที่วันใดไม่ได้กิน ต้องตายแน่ๆ ก็ปาเข้าไปเกือบหนึ่งร้อยแล้ว ไหนจะกาแฟวันละสองแก้วกับน้ำอัดลมที่ต้องกดทุกครั้งที่เดินผ่านตู้จำหน่ายสินค้าหยอดเหรียญ เมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ทำงาน แม่จะเป็นคนจ่ายเงินให้เหมย เหมยได้วันละเกือบห้าร้อยบาท ซึ่งไม่เคยเหลือ แต่แม่ก็ไม่ว่า มีแต่พี่ชายชอบบ่น พอโตขึ้นพี่ชายหาเงินเองได้ เขาก็ขอจ่ายส่วนนี้แทน แน่นอนว่าแม่แสนดีไม่เห็นด้วย แต่คิวเอาเรื่อง แม่จำต้องยอม เหมยตอนนี้จึงอดๆ ยากๆ แต่อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เพิ่มมายี่สิบบาทวะ ดอกเหมยใช้เงินเก่งมาก สมกับที่เรียนบัญชี 220 บาท ไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว หลังเลิกเรียน เหมยกับเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เดินจูงมือกัน ไปหอพักที่อยู่ไม่ไกล ระหว่างทางตากลมมองร้านลูกชิ้นย่าง พลางน้ำลายสอ แต่เงินหมดแล้ว ชีวิตหนอชีวิต! เมื่อถึงห้องพักเพื่อน ดอกเหมยแชร์ตำแหน่งให้พี่ชาย อีกฝ่ายก็เพิ่งเลิกงาน อ่านแล้วไม่ตอบ นี่แหละนิสัยพี่คิว ส่วนเหมยก็ไม่ใช่เด็กดี ที่คิวบอก เขาจำได้แต่ไม่ทำ เดินขึ้นบันไดตามหลังเพื่อนที่ตัวไล่เลี่ยกันไปที่ชั้นสอง อีกฝ่ายไขประตูอย่างอ่อนแรง หน้าซีดเซียว ปากแห้งแตก “ตามสบายเลยนะ” “...” ดอกเหมยพยักหน้า ตรงดิ่ง เข้าไปหาน้ำเย็นๆ ทาน แต่ในตู้เย็นว่างเปล่า ดูน่าเวทนา เหมยหมายถึงตัวเอง ใช้เงินเก่งเกิน ไม่เหลือแม้แต่จะซื้อน้ำ ได้แต่ภาวนาให้พี่ชายมาที่นี่เร็วๆ ...เหมยหิวน้ำอัดลมและขนมกรุบกรอบ แสงแดดยามเย็นส่องลอดหน้าต่างกระทบเรือนร่างผอมเพรียว เส้นผมอ่อนนุ่มพัดตามลมที่โกรกเข้ามา เหงื่อเม็ดเล็กผุดออกมาตรงหน้าผาก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมย ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากคนคนนี้ได้ คละคลุ้งในห้องเล็กๆ “ตัวมึงหอมจัง” เพื่อนยื่นหน้าดมต้นคอเหมย เหมยชะงักเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะฝ่ายนั้นสูดดมแค่เวลาสั้นๆ เท่านั้น แล้วผละออกไป เหมยยกแขนดม “ไม่นะ เหม็นเหงื่อจะตาย” โครกคราก! หน้าท้องแบนราบ ของทั้งสอง ราวกับนัดกันไว้ ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องพร้อมเพรียง “หิว...เมื่อไรพี่จะมาเนี่ย” เหมยบ่นอุบอิบ “...ขอโทษนะเหมย เราก็หิว แต่ไม่...มีเงิน” เมื่อได้ยินเช่นนี้ เหมยพลันคิดไปถึงตอนพักเที่ยง เขาชวนอีกฝ่ายไปกินข้าว แต่เพื่อนไม่ไป แล้วก็หายหน้าไปเลย 1 ชั่วโมง “ไม่มีตังค์? อย่างนี้มึงก็ไม่ได้กินข้าวกลางวันเลยดิ” เหมยเอียงคอมองอีกฝ่าย เพื่อนก้มหน้างุด ก่อนพยักหน้าเชื่องช้า “อือ ตอนนี้โคตรหิว” เหมยเศร้าใจมาก และถ้าชีวิตนี้ ไม่เจอแม่ดา เขาคงไม่ได้อยู่สุขสบายเช่นนี้ จึงเห็นอกเห็นใจ เหมยปลดกระดุมเสื้อสองเม็ด โชว์เต้านมอิ่มอวบ อย่างไม่รู้สึกรู้สา ก็เขาเป็นผู้ชายนี่ ไม่เห็นมีอะไรต้องอาย! “...มึงไม่มีตังค์กินข้าว ก็กินนมกูก่อนก็ได้ พี่กูเองก็ชอบมาดื่มนมกูทุกเช้า เอาหัวพี่เป็นประกันเลย ไม่ตายแน่นอน...ยื่นหน้ามาสิ” เหมยแอ่นอก “ขะ ขอบคุณนะ” อีกฝ่ายไม่รีรอ เพราะความหิวโหย ทำให้ตาลาย เขาผลักดอกเหมยนอนหงายบนพื้น ขณะที่ปากกำลังแตะปลายยอดถัก ใครคนหนึ่งพรวดเข้ามาในห้อง “...” เหมยและเพื่อนชะงักงัน คิวเท้าเอว มุมปากกระตุก ก่อนยกยิ้มน่าเกลียดน่ากลัว “กูคิดไว้แล้ว ไม่มีผิด คนขี้เกียจอย่างมึงเนี่ยนะ จะมาทำรายงานกลุ่ม เฮอะ!” “เดี๋ยวเจอกูแน่ดอกเหมย!” . . “อยู่เฉยๆ ร่างกายและหัวใจของมึงเป็นของกู กูจะทำอะไรก็ได้ ดอกเหมยอย่าร่านอีกนะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD