พายุอารมณ์ที่พัดกระหน่ำมาทั้งคืนทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำในหัวใจของทั้งคู่ อัยดายืนมองเด็กหนุ่มที่เคยหยิ่งผยองและขี้หวงคนนั้นกำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าเธอ แทนที่จะรู้สึกสะใจ เธอกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดด้วยใบมีดทื่อๆ
"ลุกขึ้นเถอะภีม... มาคุกเข่าทำไมตอนนี้"
อัยดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สั่นพร่า ดวงตาที่บวมช้ำจ้องมองเขาอย่างตัดพ้อ
"ไหนบอกว่าเลิกกันไปเลยไง ไหนบอกว่าพี่ไม่สำคัญ จะมาตามหาคนไม่สำคัญทำไมอีก"
"อัย... ผมขอโทษ ผมมันปากหมา ผมพูดไปเพราะความโกรธ" ภีมพยายามจะคว้ามือเธอ แต่ความเย็นชาในแววตาอัยดาทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัส
"ใช่... นายพูดเพราะโกรธ แต่นายรู้ไหมว่าคำพูดพวกนั้นมันทำลายพี่ไปหมดแล้ว" น้ำตาของอัยดาร่วงเผาะลงบนหน้าขา "นายบอกว่าพี่ไม่มืออาชีพ นายดูถูกงานที่พี่รัก นายประชดพี่ด้วยผู้หญิงอื่น... แล้วนายจะมาเอาอะไรจากพี่อีก ภีม? พี่มันไม่ดีไม่ใช่เหรอ พี่มันไม่ดี ไม่ใช่เหรอในสายตานาย"
"ผมผิดไปแล้ว ผมรู้แล้วว่าผมมันโง่"
ภีมตะโกนออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลนองหน้า แว่นสายตาของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาจนดูน่าเวทนา
"ผมก็แค่กลัว กลัวว่าพี่จะเจอคนที่ดีกว่า กลัวว่าคนอย่างผมมันเป็นแค่เด็กที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับพี่เลย ผมเลยพยายามจะรั้งพี่ไว้ด้วยวิธีโง่ๆ แบบนั้น"
"แต่วิธีของนายมันคือการขังพี่ไว้ในกรงนะภีม" อัยดาสะอื้นฮักจนตัวโยน
"พี่รักนายนะแต่พี่อยู่กับคนที่ดูถูกงานของพี่ไม่ได้จริงๆ"
ภาพตรงหน้ากลายเป็นภาพที่บีบหัวใจที่สุด ทั้งคู่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้าประตูปานจะขาดใจ ต่างคนต่างเสียใจที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ภีมร้องไห้จนตัวสั่นพยายามจะอ้อนวอนขอโอกาสครั้งสุดท้าย ส่วนอัยดาก็ร้องไห้เพราะความผิดหวังและความเหนื่อยล้าที่สะสมมา
"กลับไปเถอะภีม ตอนนี้พี่ยังให้อภัยนายไม่ได้จริงๆ" อัยดาพูดพลางเบือนหน้าหนี
"เราต่างคนต่างไปทบทวนตัวเองเถอะ ว่าเรายังอยากมีกันอยู่ในชีวิตจริงๆ หรือเปล่า หรือเราแค่รักตัวเองมากเกินไปจนทำร้ายอีกคนแบบนี้"
"อัย.
อย่าทำแบบนี้ อย่าทิ้งผมไปแบบนี้"
ภีมสะอื้นพลางกอดขาเธอไว้แน่นเหมือนเด็กที่กำลังจะสูญเสียของรักที่สุดในชีวิต
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสะอื้นของคนสองคนที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน แต่ในวันนี้กลับมีกำแพงของความทิฐิและความเจ็บปวดกั้นกลางไว้หนาเตอะ
คำขู่ที่ออกจากปากอัยดาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความเจ็บปวด ทำให้ ภีม ถึงกับชะงักมือที่กำลังเหนี่ยวรั้งขาเธอไว้ เขาเงยหน้าที่นองน้ำตามองผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจด้วยความรู้สึกใจหายวาบ
"ถ้าภีมยังไม่เลิกตอแยพี่ตอนนี้ พี่จะรับงานเดินแบบที่ปารีส แล้วพี่จะไปอยู่ที่นั่นยาวๆ เลย ภีมอยากให้มันเป็นแบบนั้นใช่ไหม"
อัยดาตะคอกใส่ทั้งน้ำตา
"ถอยไป ถอยออกไปจากชีวิตพี่ก่อนที่พี่จะเกลียดนายไปมากกว่านี้"
คำว่า หนีไปเมืองนอกและ เกลียดมันกระแทกเข้ากลางใจของหนุ่มวิศวะจนหน้าชา ภีมค่อยๆ คลายมือออกอย่างจำนนเขารู้ดีว่าอัยดาเป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าเขาขืนดันทุรังเข้าไปตอนนี้ เขาอาจจะเสียเธอไปตลอดกาลจริงๆ
ภีมยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงน สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เสื้อเชิ้ตยับย่น แว่นสายตามีคราบน้ำตา และแว่วตาที่เคยคมเข้มบัดนี้กลับหม่นแสงลงจนน่าใจหาย
"ผะ ผม... ผมเข้าใจแล้วครับ"
ภีมพูดเสียงแหบพร่า พลางเช็ดน้ำตาลวกๆ
"ผมจะถอย. ผมจะไม่มาทำให้พี่อึดอัดใจอีก แต่ขอแค่เรื่องเดียว... อย่าหนีผมไปไหนเลยนะพี่อัย อย่าไปเมืองนอกเลยนะ"
อัยดาไม่ตอบอะไร เธอเบือนหน้าหนีแล้วปิดประตูบ้านใส่หน้าเขาดัง ปัง! ทันที
ภีมยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานนั้นเนิ่นนาน เสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาจากข้างในบ้านมันกรีดหัวใจเขาจนเหวอะหวะ เขาเดินกลับไปที่รถสปอร์ตของตัวเองอย่างคนไร้วิญญาณ ก่อนจะขับออกไปช้าๆ ไม่ใช่การซิ่งหนีเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นการขับไปอย่างไร้จุดหมาย ความหึงหวงของเขา มันทำลายทุกอย่างหมดเเล้ว
หนึ่งสัปดาห์ที่ไร้การติดต่อภีมกลับไปใช้ชีวิตที่คอนโดเพียงลำพัง เขาไม่ไปผับ ไม่ดื่มเหล้า แต่เขานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อ ทำอะไรบางอย่างที่เขาถนัดที่สุด
เขาใช้ทักษะทางวิศวะคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรมขนาดเล็กขึ้นมาตัวหนึ่ง มันคือ Digital Diary
ที่รวบรวมรูปภาพความทรงจำของเขากับอัยดาตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันที่ทะเลาะกัน พร้อมข้อความสารภาพความในใจในแต่ละวันที่มีถึงเธอ แต่เขาไม่กล้าส่ง... เขาทำได้เพียงบันทึกมันไว้เพื่อเตือนตัวเองว่าเขาทำผิดพลาดตรงไหนไปบ้าง
ทางด้าน อัยดาสามวันเเล้วที่เธอเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปรับงานถ่ายแบบที่ไหน พี่อินดี้ต้องคอยโทรมาเช็กอาการตลอดเวลา เธอมองโทรศัพท์ที่เงียบกริบทุกวัน ใจหนึ่งก็โล่งที่เขาไม่มาตอแย แต่อีกใจหนึ่งกลับโหว่โหวจนบอกไม่ถูก
"ไอ้เด็กดื้อบอกให้ถอยก็ถอยหายเงียบไปเลยนะ"
อัยดาพึมพำพลางกอดหมอนใบเดิมที่เคยมีกลิ่นของภีม
ในเย็นวันหนึ่ง พี่อินดี้โทรมาหาอัยดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"นี่น้องไอซ์ แกเห็นเพจคณะวิศวะฯ หรือยัง? น้องภีมมันไปลงสมัครเป็นอาสาสมัครค่ายพัฒนาชนบทที่เชียงรายตั้งเดือนนึงเลยนะเนี่ยเห็นว่ามันจะไปพรุ่งนี้แล้วนะแกมันทิ้งทุกอย่างเลยนะไอ้เด็กเนิร์ดนั่นน่ะ"
อัยดาหูอื้อไปชั่วขณะ เธอนึกภาพภีมที่ต้องไปตกระกำลำบากในป่าในเขาเพียงเพื่อจะ หนี ความเจ็บปวดจากเธอ หรืออาจจะทำเพื่อ อะไรบางอย่างกันเเน่..