ตัดความสัมพันธ์

1098 Words
พายุอารมณ์ที่พัดกระหน่ำมาทั้งคืนทิ้งไว้เพียงความบอบช้ำในหัวใจของทั้งคู่ อัยดายืนมองเด็กหนุ่มที่เคยหยิ่งผยองและขี้หวงคนนั้นกำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าเธอ แทนที่จะรู้สึกสะใจ เธอกลับรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดด้วยใบมีดทื่อๆ "ลุกขึ้นเถอะภีม... มาคุกเข่าทำไมตอนนี้" อัยดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สั่นพร่า ดวงตาที่บวมช้ำจ้องมองเขาอย่างตัดพ้อ "ไหนบอกว่าเลิกกันไปเลยไง ไหนบอกว่าพี่ไม่สำคัญ จะมาตามหาคนไม่สำคัญทำไมอีก" "อัย... ผมขอโทษ ผมมันปากหมา ผมพูดไปเพราะความโกรธ" ภีมพยายามจะคว้ามือเธอ แต่ความเย็นชาในแววตาอัยดาทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะสัมผัส "ใช่... นายพูดเพราะโกรธ แต่นายรู้ไหมว่าคำพูดพวกนั้นมันทำลายพี่ไปหมดแล้ว" น้ำตาของอัยดาร่วงเผาะลงบนหน้าขา "นายบอกว่าพี่ไม่มืออาชีพ นายดูถูกงานที่พี่รัก นายประชดพี่ด้วยผู้หญิงอื่น... แล้วนายจะมาเอาอะไรจากพี่อีก ภีม? พี่มันไม่ดีไม่ใช่เหรอ พี่มันไม่ดี ไม่ใช่เหรอในสายตานาย" "ผมผิดไปแล้ว ผมรู้แล้วว่าผมมันโง่" ภีมตะโกนออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลนองหน้า แว่นสายตาของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาจนดูน่าเวทนา "ผมก็แค่กลัว กลัวว่าพี่จะเจอคนที่ดีกว่า กลัวว่าคนอย่างผมมันเป็นแค่เด็กที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับพี่เลย ผมเลยพยายามจะรั้งพี่ไว้ด้วยวิธีโง่ๆ แบบนั้น" "แต่วิธีของนายมันคือการขังพี่ไว้ในกรงนะภีม" อัยดาสะอื้นฮักจนตัวโยน "พี่รักนายนะแต่พี่อยู่กับคนที่ดูถูกงานของพี่ไม่ได้จริงๆ" ภาพตรงหน้ากลายเป็นภาพที่บีบหัวใจที่สุด ทั้งคู่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้าประตูปานจะขาดใจ ต่างคนต่างเสียใจที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ภีมร้องไห้จนตัวสั่นพยายามจะอ้อนวอนขอโอกาสครั้งสุดท้าย ส่วนอัยดาก็ร้องไห้เพราะความผิดหวังและความเหนื่อยล้าที่สะสมมา "กลับไปเถอะภีม ตอนนี้พี่ยังให้อภัยนายไม่ได้จริงๆ" อัยดาพูดพลางเบือนหน้าหนี "เราต่างคนต่างไปทบทวนตัวเองเถอะ ว่าเรายังอยากมีกันอยู่ในชีวิตจริงๆ หรือเปล่า หรือเราแค่รักตัวเองมากเกินไปจนทำร้ายอีกคนแบบนี้" "อัย. อย่าทำแบบนี้ อย่าทิ้งผมไปแบบนี้" ภีมสะอื้นพลางกอดขาเธอไว้แน่นเหมือนเด็กที่กำลังจะสูญเสียของรักที่สุดในชีวิต ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสะอื้นของคนสองคนที่เคยรักกันปานจะกลืนกิน แต่ในวันนี้กลับมีกำแพงของความทิฐิและความเจ็บปวดกั้นกลางไว้หนาเตอะ คำขู่ที่ออกจากปากอัยดาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความเจ็บปวด ทำให้ ภีม ถึงกับชะงักมือที่กำลังเหนี่ยวรั้งขาเธอไว้ เขาเงยหน้าที่นองน้ำตามองผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจด้วยความรู้สึกใจหายวาบ "ถ้าภีมยังไม่เลิกตอแยพี่ตอนนี้ พี่จะรับงานเดินแบบที่ปารีส แล้วพี่จะไปอยู่ที่นั่นยาวๆ เลย ภีมอยากให้มันเป็นแบบนั้นใช่ไหม" อัยดาตะคอกใส่ทั้งน้ำตา "ถอยไป ถอยออกไปจากชีวิตพี่ก่อนที่พี่จะเกลียดนายไปมากกว่านี้" คำว่า หนีไปเมืองนอกและ เกลียดมันกระแทกเข้ากลางใจของหนุ่มวิศวะจนหน้าชา ภีมค่อยๆ คลายมือออกอย่างจำนนเขารู้ดีว่าอัยดาเป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าเขาขืนดันทุรังเข้าไปตอนนี้ เขาอาจจะเสียเธอไปตลอดกาลจริงๆ ภีมยันตัวลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงน สภาพของเขาตอนนี้ดูไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว เสื้อเชิ้ตยับย่น แว่นสายตามีคราบน้ำตา และแว่วตาที่เคยคมเข้มบัดนี้กลับหม่นแสงลงจนน่าใจหาย "ผะ ผม... ผมเข้าใจแล้วครับ" ภีมพูดเสียงแหบพร่า พลางเช็ดน้ำตาลวกๆ "ผมจะถอย. ผมจะไม่มาทำให้พี่อึดอัดใจอีก แต่ขอแค่เรื่องเดียว... อย่าหนีผมไปไหนเลยนะพี่อัย อย่าไปเมืองนอกเลยนะ" อัยดาไม่ตอบอะไร เธอเบือนหน้าหนีแล้วปิดประตูบ้านใส่หน้าเขาดัง ปัง! ทันที ภีมยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานนั้นเนิ่นนาน เสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาจากข้างในบ้านมันกรีดหัวใจเขาจนเหวอะหวะ เขาเดินกลับไปที่รถสปอร์ตของตัวเองอย่างคนไร้วิญญาณ ก่อนจะขับออกไปช้าๆ ไม่ใช่การซิ่งหนีเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นการขับไปอย่างไร้จุดหมาย ความหึงหวงของเขา มันทำลายทุกอย่างหมดเเล้ว หนึ่งสัปดาห์ที่ไร้การติดต่อภีมกลับไปใช้ชีวิตที่คอนโดเพียงลำพัง เขาไม่ไปผับ ไม่ดื่มเหล้า แต่เขานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อ ทำอะไรบางอย่างที่เขาถนัดที่สุด เขาใช้ทักษะทางวิศวะคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรมขนาดเล็กขึ้นมาตัวหนึ่ง มันคือ Digital Diary ที่รวบรวมรูปภาพความทรงจำของเขากับอัยดาตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันที่ทะเลาะกัน พร้อมข้อความสารภาพความในใจในแต่ละวันที่มีถึงเธอ แต่เขาไม่กล้าส่ง... เขาทำได้เพียงบันทึกมันไว้เพื่อเตือนตัวเองว่าเขาทำผิดพลาดตรงไหนไปบ้าง ทางด้าน อัยดาสามวันเเล้วที่เธอเก็บตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปรับงานถ่ายแบบที่ไหน พี่อินดี้ต้องคอยโทรมาเช็กอาการตลอดเวลา เธอมองโทรศัพท์ที่เงียบกริบทุกวัน ใจหนึ่งก็โล่งที่เขาไม่มาตอแย แต่อีกใจหนึ่งกลับโหว่โหวจนบอกไม่ถูก "ไอ้เด็กดื้อบอกให้ถอยก็ถอยหายเงียบไปเลยนะ" อัยดาพึมพำพลางกอดหมอนใบเดิมที่เคยมีกลิ่นของภีม ในเย็นวันหนึ่ง พี่อินดี้โทรมาหาอัยดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "นี่น้องไอซ์ แกเห็นเพจคณะวิศวะฯ หรือยัง? น้องภีมมันไปลงสมัครเป็นอาสาสมัครค่ายพัฒนาชนบทที่เชียงรายตั้งเดือนนึงเลยนะเนี่ยเห็นว่ามันจะไปพรุ่งนี้แล้วนะแกมันทิ้งทุกอย่างเลยนะไอ้เด็กเนิร์ดนั่นน่ะ" อัยดาหูอื้อไปชั่วขณะ เธอนึกภาพภีมที่ต้องไปตกระกำลำบากในป่าในเขาเพียงเพื่อจะ หนี ความเจ็บปวดจากเธอ หรืออาจจะทำเพื่อ อะไรบางอย่างกันเเน่..
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD