ในแชทไลน์
Peem: "กินยาหรือยังครับ? เดี๋ยวผมไปหา"
Ai Ice: "กินแล้วปวดหัวมาก ข้าวก็กินไม่ลง... จะนอนแล้วนะ ไม่ต้องมาหรอก นายมีเรียนไม่ใช่เหรอ?
Peem : งั้นพี่ส่งหมุดที่อยู่มาให้หน่อยครับเลิกเรียนผมจะเเวะไป
อัยดายกมือถือขึ้นมาอ่านก่อนจะคิดว่าก็ดีเหมือนกันเลยตัดสินใจส่งหมุดบ้านเดี่ยวของเธอไปให้หนุ่มรุ่นน้อง
อัยดาวางโทรศัพท์ทิ้งไว้อย่างไม่สนใจคำทักท้วง ก่อนจะฝืนกายลุกไปทานข้าวต้มที่สั่งมาได้เพียงไม่กี่คำ แล้วจัดการกินยาแก้ปวดตามเข้าไป ร่างกายที่บอบช้ำจากบทเรียนรักยันรุ่งสางทำให้เธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้เลยว่าอีกคนกำลังมาหาเธอ
"เฮ้ย.. ไอ้ภีม มึงจะไปไหนวะ อาจารย์ยังเช็กชื่อไม่เสร็จเลยนะ"
เซน ร้องทักเมื่อเห็นเพื่อนรักที่ปกติเคร่งครัดเรื่องเรียนสุดๆ จู่ๆ ก็กวาดของลงกระเป๋าแล้วลุกพรวดพราดออกไป
"กูมีเรื่องด่วน... ฝากมึงเช็กชื่อด้วยละกัน"
ภีมตอบสั้นๆ ท่าทางร้อนรนจนเพื่อนอีกสามคนอย่างกวินและบอยมองหน้ากันอย่างสงสัย
"เคสฉุกเฉินของมันนี่... เกี่ยวกับ
เกี่ยวกับสาวๆรึเปล่าวะ "
กวิน ตั้งข้อสังเกตพลางขยับยิ้ม เขารู้เขาเห็นเพราะ กวินเปิดกล้องวงจรปิดที่ผับ คอยเชคตลอดเวลา จึงเห็นว่าเพื่อนตัวเองลงจากรถใครสั่งคน มาเอารถรัวเองที่หน้าผับเขา
รถสปอร์ตสีดำของภีมเบรกสนิทหน้าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ของอัยดา เขาลงจากรถในชุดนักศึกษาที่ยังคงดูเนี๊ยบกริบ เขาพยายามกดกริ่งและโทรหาเธอซ้ำๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบและเสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่มีคนรับสาย
"พี่ไอซ์... รับสายหน่อยสิครับ"
เขาสบถเบาๆ ด้วยความกังวลใจ เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปมากกว่าแค่ปวดหัว
เมื่อติดต่อไม่ได้และใจมันร้อนรุ่มจนทนไม่ไหว ภีมกวาดสายตามองรั้วอัลลอยด์สูงตระหง่านของบ้าน ภาพลักษณ์หนุ่มแว่นผู้สุภาพบุรุษถูกโยนทิ้งไปวินาทีนั้น เขาถอดเสื้อนอกนักศึกษาพาดไว้ที่รถ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดที่แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดที่หลังมือและท่อนแขนแกร่ง
ภีมใช้ทักษะร่างกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ลุคเนิร์ดภายนอกของเขา กระโดดคว้าขอบรั้วแล้วออกแรงดึงตัวขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว แว่นสายตาเกือบหลุดแต่เขาก็ขยับมันให้เข้าที่ได้ทันท่วงที ก่อนจะกระโดดลงสู่พื้นหญ้าภายในเขตบ้านได้อย่างนิ่มนวล
เขารีบตรงไปที่ประตูบ้านที่ล็อคอยู่ แต่สำหรับนักศึกษาเอกคอมพิวเตอร์ที่ฉลาดเป็นกรดอย่างเขา การหาวิธีเข้าบ้านโดยไม่ต้องใช้กุญแจไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ...
‘ขอโทษนะครับแต่ผมปล่อยให้พี่นอนซมอยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ’ ..
ภีมปีนรั้วเข้าบ้านมาขนาดนี้แล้ว อยากให้ต่อฉากที่เขาเข้าไปเห็นอัยดานอนหลับอยู่บนเตียง แล้ว
เมื่อภีมพาตัวเองเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ เเต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่ห้องนอนหรูหราอย่างที่คิด แต่เป็น อัยดาที่นอนขดตัวสั่นใบหน้าซีดเซียว อยู่บนโซฟา ในห้องนั่งเล่น
บนโต้ะข้างๆ โซฟามีถ้วยข้าวต้มที่ดูเหมือนจะถูกตักทานไปเพียงไม่กี่คำวางนิ่งอยู่ ภีมก้าวเข้าไปใกล้ ใบหน้าสวยสะดุดตาที่เคยดูมั่นใจและยั่วยวนเขาเมื่อคืน บัดนี้กลับ ซีดเซียว และมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม
เขาขยับแว่นสายตา มองดูร่างบางด้วยความรู้สึกผิดที่จู่โจมเข้ามาในอก ภีมค่อยๆ นั่งลงข้างๆ แล้วส่งฝ่ามือหนาไป แตะลงบนหน้าผากและซอกคอ ของเธอเบาๆ
"ตัวร้อนจี๋เลย..."
เขามุขมิกกับตัวเองเบาๆ
สัมผัสอุ่นจัดจากผิวเนียนทำเอาเขารู้สึกหน้าร้อนวูบ ไม่ใช่เพราะความหิวกระหายเหมือนเมื่อคืน แต่เป็นเพราะความเป็นห่วงที่พุ่งสูงปรี๊ด
"อื้อ... ปวด... เจ็บไปหมดแล้ว..."
เสียงละเมอแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่แห้งผาก ทำเอาภีมถึงกับชะงักไป เขารู้ดีว่าคำว่า
เจ็บ ของเธอมันไม่ได้มาจากไข้หวัดธรรมดา แต่มันคือ ผลพวงจากการกระทำของเขา ที่จัดหนักจัดเต็มยันเช้าแบบไม่ปล่อยให้เธอพักผ่อน
"ขอโทษนะรับ... ผมกะแรงผิดไปหน่อยจริงๆ"
ภีมถอนหายใจยาว สายตาที่เคยมองเธอแบบนักล่า บัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรู้สึกผิดอย่างปิดไม่มิด
เขามองดูชุดที่เธอสวมอยู่ มันบางเกินกว่าจะให้ความอบอุ่นในยามที่ร่างกายอ่อนแอแบบนี้
ภีมประมวลผลในหัวทันที สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การนั่งมอง แต่คือการทำให้ นางแบบสาวในดวงใจให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม
เขาเดินหายเขาในห้องครัวจองบ้านเธอ ก่อนจะกลับมานั่งข้างเธออีกครั้ง พร้อมกับกาละมังใส่น้ำเเบะผ้าสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามใบหน้าและลำคออย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าผิวบอบบางของเธอจะช้ำไปมากกว่านี้
ถ้ารู้ว่าตื่นมาจะน่าสงสารขนาดนี้ เมื่อคืนผมจะเพลาๆ มือลงกว่านี้สักหน่อย เเต่ก็ดันน่าเอามากซะงั้น..
ภีมคิดในใจพลางลอบยิ้มกับตัวเองสั้นๆ เมื่อเห็นว่าคนป่วยเริ่มมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นจากการดูแลของเขา ก่อนจะขยับเเว่นให้ชิดสันจมูก เขานั่งทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอเบาๆ ราวกับกลัวเธอจะตื่น มือหน้าเลื่อนไอเเพดทำงานค้างวิชาเมื่อครู่ ที่บอยส่งมาให้ ฆ่าเวลา รอเธอตื่น