อัยดารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักหน้าอกแกร่งของภีมออกอย่างแรง จนร่างสูงเสียหลักถอยหลังไปสองสามก้าว เธอหอบหายใจถี่ด้วยความโมโห น้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกกดดันที่ถูกเขาตีกรอบชีวิตมากเกินไป
"ออกไปเลยนะภีมถ้าจะมาทำตัวเป็นเจ้าชีวิตกันขนาดนี้ ก็กลับไปทบทวนตัวเองซะเถอะ"
ภีมยืนนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ดวงตาหลังเลนส์แว่นสั่นไหวด้วยความน้อยใจปนโกรธขึง เขาแค่นยิ้มสมเพชตัวเองออกมา พยักหน้าช้าๆ เหมือนเพิ่งตาสว่าง
"โอเค ผมเข้าใจละชิญพี่ไปทำงานของพี่ต่อเถอะ"
ภีมพูดน้ำเสียงเรียบเฉยจนน่าใจหาย แววตาที่เคยขี้เล่นหรืออ้อนวอนบัดนี้กลับเย็นชาเหมือนคนไม่รู้จักกัน
"ผมมันก็แค่เด็กที่ผ่านมาในชีวิตพี่ ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเทียบเท่างานหรือชื่อเสียงของพี่อยู่แล้ว... เชิญพี่ทำงาน มืออาชีพ ของพี่ต่อไปเถอะครับ ผมจะไม่มาเกะกะสายตาพี่อีก"
"เดี๋ยวภีม พี่ไม่ได้หมายความว่า..."
อัยดายังพูดไม่จบ ภีมก็หันหลังเดินออกจากห้องแต่งตัวไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเดินฝ่ากองถ่ายที่ทุกคนกำลังยืนเลิ่กลั่ก พี่อินดี้ที่พยายามจะทักก็โดนรังสีความเย็นชาของภีมจนต้องหุบปากฉับ
บรึ๊นนน....
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตสีดำคำรามลั่นสตูดิโอ ก่อนที่รถจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทิ้งไว้เพียงควันยางและกลิ่นไหม้ที่บดขยี้หัวใจของอัยดาจนรู้สึกหน่วงในอก
อัยดายืนขาสั่นอยู่ในห้องแต่งตัวเพียงลำพัง ความเงียบที่เข้ามาแทนที่เสียงทะเลาะกันเมื่อครู่ทำให้เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าสิ่งที่พูดออกไปมันรุนแรงแค่ไหน เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้ากระจก มองดูสภาพตัวเองที่ขอบตาเริ่มเลอะเทอะ
"ยัยไอซ์... แกทำอะไรลงไปเนี่ย"
เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงสะอื้นเริ่มหลุดออกมาเมื่อนึกถึงคำพูดประชดประชันที่แสนตัดพ้อของเขา
พี่อินดี้ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาดู
"ไอซ์... น้องภีมไปแล้วนะ ไปแบบพี่ว่าคราวนี้งานเข้าของจริงแล้วแหละลูก เขาดูเสียใจมากเลยนะนั่น"
อัยดาไม่ได้ตอบอะไร เธอได้แต่กำโทรศัพท์ในมือแน่น ทั้งที่อยากจะโทรไปหา แต่ทิฐิและความเหนื่อยล้าจากงานก็ทำให้เธอสับสนไปหมดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มร้าวรานครั้งนี้
บรรยากาศในสตูดิโอที่เคยคึกคักกลับกลายเป็นความอึดอัดถึงขีดสุด อัยดาพยายามจะกลับหน้าเซตเพื่อถ่ายงานต่อ แต่พอยืนอยู่ต่อหน้ากล้องและเห็นมาร์คัสที่กำลังเตรียมเข้ามาโอบเอวเธออีกครั้ง ภาพใบหน้าผิดหวังและคำประชดประชันของภีมก็วนเวียนเข้ามาในหัวจนเธอสั่นไปทั้งตัว
"ขอโทษนะคะพี่ๆไอซ์ถ่ายต่อไม่ได้จริงๆ ค่ะ"
อัยดาเอ่ยเสียงสั่นพลางยกมือไหว้ทีมงาน "ไอซ์ขอโทษจริงๆ นะคะพี่ๆ เดี๋ยวไอซ์จะหาคิวมาชดเชยให้ใหม่คราวหน้าค่ะ"
พี่อินดี้ที่เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาเคลียร์กับกองถ่ายทันที ขณะที่อัยดารีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว เธอคว้าเสื้อผ้าชุดลำลองมาสวมลวกๆ เช็ดเครื่องสำอางออกส่งเดช ใจเธอตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่งาน แต่อยู่ที่เด็กหนุ่มที่ขับรถออกไปพร้อมความเสียใจคนนั้น
การตามหาที่ไร้เสียงตอบรับ
อัยดาเดินกึ่งวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ มือเรียวสั่นเทาขณะยัดเอียร์พอดเข้าที่หู เธอสตาร์ทรถคู่ใจแล้วพุ่งออกไปทันที โดยไม่สนว่าพี่อินดี้จะตะโกนเรียกตามหลังมายังไง
[ Calling... ภีม ]
เสียงสัญญาณดังยาวนานจนกระทั่งตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความ อัยดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือดเธอกดโทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่มือหนึ่งบังคับพวงมาลัย อีกมือนึงก็คอยกดหน้าจอโทรศัพท์อย่างร้อนรน
"รับสายสิภีม... รับสายพี่หน่อย"
เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มไหลออกมาอาบแก้ม
เสียงเพลงในเอียร์พอดเงียบสนิท มีเพียงความว่างเปล่าที่ตอบกลับมา เธอเปลี่ยนจากการโทรปกติเป็นโทรไลน์ แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม เด็กนั่นไม่แม้แต่จะกดอ่าน หรืออาจจะปิดการแจ้งเตือนหนีเธอไปแล้วจริงๆ
อัยดาขับรถมุ่งหน้าไปทางคอนโดของภีมด้วยความเร็วที่เสี่ยงต่อการโดนใบสั่ง ในหัวเธอจินตนาการไปต่างๆ นานา ว่าภีมที่กำลังเสียใจจะไปอยู่ที่ไหน เขาจะไปดื่มจนเมาไหม หรือเขาจะตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ลงจริงๆ ตามที่เธอท้าทาย
"พี่ขอโทษภีม พี่ไม่ได้อยากเลิก พี่แค่โกรธ"
เธอส่งข้อความทิ้งไว้ในแชทที่เงียบเหงาราวกับเเชตร้าง
> Ai ice: "ภีม รับสายพี่หน่อย พี่อยู่บนถนน กำลังไปหานะ"
>Ai ice : "พี่ขอโทษที่พูดแรงไป... พี่ไม่ได้อยากเลิกจริงๆ นะภีม"
เธอมองสัญญาณในเอียร์พอดครั้งแล้วครั้งเล่า หวังเพียงแค่จะได้ยินเสียงทุ้มๆ ของเขาตอบกลับมาว่า 'ถึงบ้านหรือยัง' เหมือนทุกวัน แต่นาทีนี้กลับมีเพียงความเงียบและเสียงลมพัดผ่านรถที่ตอกย้ำว่าเธออาจจะกำลังเสียเขาไปจริงๆ
ทางด้านภีมที่กลับมาถึงคอนโดหรู เขาจัดการปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือลงทันทีด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก เสียงแจ้งเตือนที่ดังไม่หยุดในช่วงแรก ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนบีบคั้น เขาโยนเครื่องมือสื่อสารลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวรดตัวด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อหวังจะดับอารมณ์พลุ่งพล่าน
แต่ภาพความใกล้ชิดของอัยดากับนายแบบคนนั้นในกองถ่ายยังคงวนเวียนอยู่ใต้เปลือกตา
เขารีบแต่งตัวด้วยชุดเชิ้ตสีดำสนิท ปลดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นหน้าอก ขาวๆ
หนุ่มเนิร์ดผู้แสนดี หายไป เหลือเพียง หนุ่มอารมณ์ร้อนกำลังอยู่ในโหมดแตกสลายและพร้อมจะพังทุกอย่าง
ณ ผับขอบอยเสียงดนตรีสดในผับดังกระหึ่ม แต่ภีมกลับนั่งนิ่งอยู่ที่โซนวีไอพีที่ประจำของพวกเขาหลังสุดเพียงลำพัง ในมือมีแก้ววิสกี้เพียวๆ ที่เขาจิบเข้าไปอึกใหญ่จนบาดคอ
"อ้าวไอ้ภีมมาไงวะเนี่ย วันนี้ไม่มีนัดนี่หว่า"
บอย เจ้าของร้านที่กำลังเช็กยอดโต๊ะเดินเข้ามาทักพลางขมวดคิ้ว "แล้วทำไมทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าใครแบบนั้นวะ? พี่คนสวยของมึงล่ะ?"
"อย่าพูดชื่อนั้นให้กูได้ยิน"
ภีมตอบเสียงเย็นชาจนบอยถึงกับชะงักก่อนที่เขาจะสั่งเด็กให้ชงอีกหนักๆ
"ชงให้กูอีกแก้ว... หนักๆ"
ไม่นานนัก เซน และ กวิน ที่รู้ข่าวจากบอยก็รีบตามมาสมทบ พวกเขาเห็นสภาพเพื่อนรักที่นั่งจมอยู่กับกองอารมณ์บวกกับโทรศัพท์ที่ติดต่อไม่ได้ ก็พอจะเดาออกว่าพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดผ่านไป
"ทะเลาะกับพี่เขามาเหรอวะ?"
เซนถามพลางตบบ่า เพื่อนอย่างรู้กัน
"เอาน่า ลิ้นกับฟัน พี่เขาเป็นนางแบบ มึงก็รู้ว่างานมันต้องมีบ้าง"
"งาน ที่ต้องให้คนอื่นมาล้วงมาควักขนาดนั้นเหรอวะ?" ภีมแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง
"กูมันก็แค่เด็กโง่ๆ ที่คิดไปเองว่าสำคัญกับเขาแต่สุดท้ายเขาก็บอกให้กูเลิกงี่เง่า แล้วให้กูไสหัวออกมา"
อึก อึก อึก.. เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด แอลกอฮอล์ที่เข้มข้นเริ่มทำให้ความนิ่งขรึมเปลี่ยนเป็นความกล้าบ้าบิ่น ภีมนั่งพิงโซฟา สายตาจดจ้องไปที่ฟลอร์เต้นรำที่มีสาวๆ พยายามส่งสายตามาให้ แต่ในหัวเขากลับมีแต่คำพูดใจร้ายของอัยดาที่ไล่เขาออกมา
"คืนนี้กูไม่กลับบอย จัดเหล้ามาเพิ่ม กูจะดื่มจนกว่ากูจะลืมว่าเคยมี เธอ คนนั้นอยู่ในชีวิต"