ได้ไหมละ..

1096 Words
สัมผัสเย็นชื้นจากผ้าขนหนูที่ลากผ่านพวงแก้มร้อนผ่าว ทำให้อัยดาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าพร่ามัวในช่วงแรก ก่อนจะชัดเจนขึ้นจนเธอต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อือ.. "ภีมเข้ามาได้ยังไงอะ" เธอพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ความร้าวระบมไปทั้งสรรพางค์กายโดยเฉพาะช่วงล่างทำให้เธอกลับไปนอนแหมะอยู่กับโซฟาเหมือนเดิม ภีมไม่ได้มีท่าทีตกใจ เขาเพียงแค่ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ มือหนายังคงถือผ้าขนหนูค้างไว้ "ผมปีนรั้วเข้ามาครับ... โทรหาพี่เป็นสิบสายก็ไม่รับ ผมเกือบจะพังประตูบ้านแล้วนะ" น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความดุ "แล้วดูสภาพตัวเองสิครับ ปล่อยให้ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ได้ยังไง" "ก็ใครล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้..." อัยดาอุบอิบ เสียงแหบแห้งจนแทบไม่มีแรงเถียง ใบหน้าสวยพยายามเบือนหนีเพราะไม่อยากให้เขาเห็นสภาพหน้าสดที่ซีดเซียวของเธอในตอนนี้ "ผมรู้ครับ ผมขอโทษที่หนักมือจนทำให้พี่ป่วย เเต่พี่เองก็อย่าลืมสิ ว่าพี่เองก็ยั่วผมก่อนนะ " พูดคำว่าหนักมือออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยจนอัยดาหน้าร้อนวาบยิ่งกว่าเดิม "แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งโวยวายเลยครับ กินข้าวอีกนิดเดี๋ยวผมจะเช็ดตัวให้ใหม่ แล้วขึ้นไปนอนบนห้องดีๆ" "นี่นาย ไม่ต้อง... ฉันจัดการเองได้" "พี่ไอซ์ครับ..." ภีมกดเสียงต่ำลง พลางจ้องมองเธอผ่านเลนส์แว่นด้วยสายตาที่ทำให้อัยดาขนลุกซู่ "อย่าดื้อกับผมเลยครับ เมื่อคืนพี่เองก็น่าจะรู้แล้วนะว่าถ้าผมเอาจริงขึ้นมาจริงๆ มันเป็นยังไง หรืออยากให้ผมพิสูจน์อีกรอบตอนที่คุณยังป่วยอยู่แบบนี้?" คำขู่กึ่งหยอกของหนุ่มเนิร์ดทำเอาอัยดาเงียบกริบ เธอได้แต่ยอมจำนนนั่งพิงโซฟาให้เขาป้อนข้าวต้มอุ่นๆ ที่เขาเดินไปอุ่นมาให้ใหม่ ภีมดูแลเธออย่างคล่องแคล่วและใจเย็น ผิดกับมาดโหดบนเตียงเมื่อคืนลิบลับ หลังจากจัดการเรื่องข้าวและยาเสร็จ ภีมก็รวบตัวอุ้มอัยดาขึ้นในท่าเจ้าสาวอีกครั้งเพื่อพาขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน "นอนพักซะนะครับ เดี๋ยวผมจะนั่งเฝ้าอยู่ข้างล่าง ถ้ามีอะไรก็เรียก" ภีมวางเธอลงบนเตียงนุ่มห่มผ้าให้จนถึงอก "นายไม่ไปเรียนเหรอภีม..." เธอถามเสียงแผ่ว "โดดเรียนวันเดียวไม่ทำให้เกรดผมตกหรอกครับ แต่ถ้าปล่อยให้พี่ ป่วยตายอยู่บ้านคนเดียว ผมคงเรียนไม่รู้เรื่องแน่ๆ" เขาโน้มตัวลงจูบที่หน้าผากมนที่ยังอุ่นจัดทิ้งท้าย ก่อนจะขยับแว่นสายตาแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง เปิดแล็ปท็อปขึ้นมาเช็กงานต่อเงียบๆ ทิ้งให้อัยดามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน... เด็กเนิร์ดคนนี้... ร้ายกาจกว่าที่คิดจริงๆ ตลอดทั้งบ่ายภีมไม่ได้ไปไหน เขาจัดการเปิดประตูรั้วอพยพรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองเข้ามาจอดสงบนิ่งอยู่ข้างรถของอัยดาภายในบ้านเรียบร้อย ก่อนจะกลับขึ้นมานั่งเฝ้าคนป่วยที่หลับสนิทอยู่บนเตียง พลางพิมพ์โค้ดโปรแกรมส่งงานอาจารย์ไปเงียบๆ จนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า อัยดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนเกือบหกโมงเย็น อาการปวดหัวทุเลาลงไปมากด้วยฤทธิ์ยาและความเอาใจใส่ของหนุ่มรุ่นน้อง เธอก้าวลงจากเตียงช้าๆ เดินตามกลิ่นหอมของอาหารลงมาที่ห้องครัว จนเห็นแผ่นหลังกว้างของภีมที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา "ตื่นแล้วเหรอครับพี่อัย ผมเรียกพี่ว่าพี่อัยเเทนไอซ์ได้ไหมครับ ผมชอบ" "อือ. ก็เเล้วเเต่นายสิ จะเรียกเเบบไหนก็ฉันทั้งนั้นเเหละ " ภีมหันมายิ้มให้ มือหนาวางตะหลิวแล้วเดินมาพยุงเธอให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร "ผมทำข้าวต้มทรงเครื่องสูตรพิเศษให้ รับรองว่าอร่อยกว่าเมื่อเช้าแน่" บนโต๊ะนอกจากชามข้าวต้มควันฉุยแล้ว ยังมีแผงยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่สองที่เขาออกไปหาซื้อมาให้วางเตรียมไว้พร้อมแก้วน้ำ ภีมเลื่อนมันมาตรงหน้าเธอเบาๆ "ทานข้าวก่อนนะครับ แล้วอย่าลืมทานยาเม็ดนี้ตามล่ะครับ" อัยดาพยักหน้าพลางตักข้าวเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมทำให้เธอรู้สึกมีแรงขึ้นมาอย่างประหลาด ระหว่างที่เธอนั่งทาน ภีมก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามเท้าคางมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากดุดันเป็นออดอ้อน จนอัยดาแทบจะสำลัก "หายหรือยังครับ?" เขาถามเสียงนุ่ม "ยังเจ็บตรงไหนอยู่ไหม... ผมเป็นห่วงนะ" คำว่า เจ็บตรงนั้นไหม พร้อมสายตาที่ไล่มองตามตัวทำเอาอัยดาหน้าแดงแปร๊ด "ก็.เกือบหายแล้วล่ะ ถ้าคืนนี้นายไม่แกล้งฉันอีกนะ" "คืนนี้ผมไม่แกล้งแล้วครับ จะดูแลอย่างเดียวเลยเเต่ถ้าพี่ยั่วผมอีก ผมก็จะไม่ทนนะ " ภีมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขอตัวไปจัดการตัวเอง เขาหายไปอาบน้ำและนำชุดนักศึกษาขาวสะอาดที่ใส่มาทั้งวันลงไปซักปั่นแห้งในเครื่องอย่า งคล่องแคล่ว ก่อนจะกลับขึ้นมาในชุดนอนตัวโคร่งที่อัยดาเคยใส่ให้เขาเมื่อเช้า ซึ่งตอนนี้มันดูพอดีตัว ค่ำคืนนี้ไม่มีบทเรียนรักที่ร้อนแรง มีเพียงหนุ่มเนิร์ดที่นอนกอดปลอบคนป่วยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันตอนเเรกภีมจะนอนบนโซฟาเเต่อัยดาขอให้เขามานอนบนเตียวงด้วยกัน ภีมไม่ปฎิเสธ เขาขึ้นมาบนเตียงเเล้วนอนลงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางจูบซับที่ขมับของอัยดาเบาๆ "ฝันดีนะครับพี่อัย... คืนนี้ผมคนนี้จะเฝ้าพี่เอง" อัยดาซุกหน้าลงที่อกแกร่ง พลางคิดในใจว่า... บางทีการมีเด็กวิศวะคนนี้เข้ามาในชีวิตแบบนี้ ก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอกนะ "มีนายเเบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ พี่อินดี้ ผู้จัดการของฉันยังดูเเลฉันได้ไม่ดีเท่านายเลย " " หืม.. รึว่าพี่อยากได้ผมเป็นเเฟนละครับ ผมยินดีนะ ผมโสดด้วย " ภีมเอ่ยเล่นขำๆเหมือนจะเเซวคนในอ้อมกอด "เเล้วได้ไหมละ ? นายอะมาเป็นเเฟนฉันได้มั้ยอะ "
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD