จากนั้นร่างบางที่พร่ำอ้อนวอนขอร้องคนตัวโตก็ได้นอนสั่นเป็นลูกนกในอ้อมกอดของคนที่เป็นดั่งเซฟโซนของเธอ เพียงแต่สิ่งที่หญิงสาวไม่รู้เลยนั่นก็คือในเวลานี้ไอความหอมกรุ่นของเนื้อสาวที่ลอยขึ้นมาแตะจมูกของชายหนุ่มในระยะประชันชิด อีกทั้งเนื้อนุ่มนิ่มยามที่มือหนาสัมผัสเพื่อปลอบประโลมให้สาวเจ้าได้หายกลัว และด้วยรสสัมผัสที่มาจากทุกทิศทุกทางก็ได้ส่งผลทำให้ชายหนุ่มเกิดอาการตื่นตัว
“ฮะ...เฮียทิศค่ะ”
เสียงแผ่วเบาเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มที่ในเวลานี้เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวหนึ่งเดียวที่มีของเธอเหมือนกับต้องการถามย้ำว่าเขายังอยู่เป็นเพื่อนเธออยู่ไหม
“คะ...ค่ะ...เฮียอยู่นี่”
เมื่อจิตที่กำลังฟุ้งซ่านลอยละลิ่วไปกับความหอมหวานพลันถูกดึงกลับมาด้วยเสียงกระเส่าของคนในอ้อมกอด ทำให้คนตอบได้แต่ตอบเสียงตะกุกตะกักอีกทั้งยังพยายามกดกลั้นอวัยวะบางอย่างที่เริ่มตื่นตัวอย่างไม่รักดี
“ลูกจันขอโทษนะคะ...”
คนรู้สึกผิดพูดเสียงอ่อยหลังจากที่ความหวาดกลัวเริ่มจางหาย อีกทั้งความรู้สึกผิดที่ตนเองรั้งคนตัวโตเอาไว้อย่างเอาแต่ใจจนทำให้เขาต้องมานอนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนี้ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขอโทษ
“ขอโทษเฮียเรื่องอะไรคะ...หืมมมมม ~~”
“ก็ลูกจันงอแงเอาแต่ใจ เฮียทิศเลยไม่ได้นอนสบาย ๆ เลยไงคะ” (>_“ใช่ค่ะ...พระจันทร์ชอบพระอาทิตย์ที่สุดเลย” (^-^)
กระทั่งเมื่อสิ้นคำหวานของคนตัวเล็กร่างทั้งร่างก็พลันขยับซุกตัวเข้าหาอ้อมอกอันอบอุ่นด้วยความรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยหารู้ไม่ว่าไอ้การกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรของตัวเองนั้นมันกลับยิ่งทำให้คนที่กำลังใช้ความพยายามห้ามไฟสวาททนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว...
พรึ่บ...!!
“ฮะ...เฮียว่าเฮียกลับห้องก่อนดีกว่าค่ะ”
จู่ ๆ คนตัวโตก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่งจนหัวทุยที่หนุนแขนอยู่ถึงกับหล่นกระแทกหมอน
“...อ่ะ...”
และในจังหวะที่ร่างสูงโปร่งกำลังจะลงจากที่นอนก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฉันคว้ามือเขาเอาไว้ได้ทัน
หมับ...!!
“ฮะ...เฮียทิศ...จะไปไหนคะ”
เสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกคนตัวโตด้วยไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรผิดไปทำไมเขาถึงหุนหันหนีออกไปทั้งที่สัญญาแล้วว่าจะนอนด้วยกัน
“อะ...เอ่อ...พอดีฝนซ่าแล้ว เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าก็ไม่น่าจะมีแล้ว ฮะ...เฮียว่าเฮียนอนกับลูกจันอยู่แบบนี้อาจจะทำให้ลูกจันนอนไม่สบายเปล่า ๆ เฮียว่าเฮียกลับไปนอนห้องดีกว่าค่ะ” คนพูดพูดโดยไม่หันหน้ามามองฉันเลยสักนิด
“แต่ว่า...ลูกจัน...กลัว”
“ไม่เป็นไรนะเฮียนอนอยู่ห้องข้าง ๆ นี่เองมีอะไรเฮียจะรีบมาให้เร็วที่สุด” คนพูดยังคงพูดโดยไม่หันหน้ามามองฉันเหมือนเดิม
“เฮียทิศ...ไม่ไปได้ไหมคะ”
ฉันอ้อนวอนอีกครั้งด้วยเพราะว่าตัวเองยังรู้สึกกลัวจริง ๆ และการมีเขาอยู่ข้าง ๆ มันทำให้ฉันอุ่นใจจนคลายความกลัว
“เฮียต้องไปค่ะ เชื่อเฮียเถอะนะ” คนตัวโตทำเสียงเข้มขึ้น ส่วนฉันก็ยังคงตัดพ้อไม่หยุด
“ทำไมค่ะ...หรือว่า”
และในจังหวะที่ฉันยังพูดไม่ทันจบประโยค
“ก็เพราะว่าถ้าเฮียไม่ไป...เฮียอาจจะทำร้ายลูกจันได้ยังไงล่ะค่ะ...!!”
สิ้นเสียงคำรามลั่นเสมือนระเบิดที่ถูกเก็บกดเอาไว้ เขาที่อดใจไม่ไหวแล้วก็พลันโถมลงมาคร่อมร่างของฉันเอาไว้โดยที่สองมือของเขาได้จับข้อมือของฉันกดลงไว้กับที่นอนแน่น
“ฮะ...เฮียทิศ” (O_O)
ฉันเรียกชื่อเขาด้วยเสียงแผ่วเบา หัวใจที่สั่นระรัวพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างมองคนบนร่างผ่านความมืดที่มีเพียงแค่แสงสว่างจากนอกหน้าต่างสาดเข้ามาให้เห็นราง ๆ เท่านั้น
“เฮียไม่อยากทำร้ายลูกจัน แต่เฮียเองก็ไม่อาจอดทนต่อไปได้อีกแล้ว และถ้าขืนลูกจันยังให้เฮียอยู่ต่อแล้วล่ะก็ เฮีย...เฮียไม่รับประกันนะคะว่าเฮียจะอดใจไม่ให้รังแกลูกจันไหวหรือเปล่า”
ดวงตาสั่นไหวยามมองร่างบอบบางที่ยังคงแสดงสีหน้าหวาดหวั่นอยู่ใต้ร่าง เขาที่ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ถ้ายังมีร่างหอมกรุ่นนุ่มนิ่มอยู่ในอ้อมกอดต่ออีกสักแม้เพียงวินาทีเดียว เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องอดใจไม่ไหวได้ข่มเหงหญิงสาวแทนที่จะทะนุถนอมรอเธอจนถึงวันแต่งงาน
สิ้นการแสดงออกที่เกินจะข่มเอาไว้แล้ว...ในจังหวะที่คนตัวโตกำลังจะหยัดตัวลุกหนีร่างที่ทำให้เขาร้อนรุ่ม เสียงหวานที่เจือไปด้วยความหวาดหวั่นเล็กน้อยก็ได้เอ่ยขึ้นเพื่อยั้งไม่ให้เขาได้ก้าวลงจากเตียงนอน
“แล้วถ้าลูกจันยินดีให้เฮียทิศรังแกล่ะคะ” (>_