หัวเข่ากระแทกพื้นเสียงดังจนยาหยีสะดุ้ง หัวใจเธอวูบไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นคนอย่างคณินผู้ที่ไม่เคยยอมใคร บัดนี้กลับยอมสยบแทบเท้าเธอ
“หยี... กูขอโทษ...” เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทาจนแทบไม่เป็นภาษา “กูรู้ตัวแล้วว่ากูมันเหี้ย กูมันโง่ที่รักษาของที่สำคัญที่สุดไว้ไม่ได้... มึงจะด่ากู จะตีกู หรือจะเอามีดมาแทงกูก็ได้ แต่อย่าไล่กูไปแบบนี้เลยนะหยี กูอยู่ไม่ได้จริงๆ ว่ะ...”
ยาหยีจ้องมองแผ่นหลังที่เคยดูสง่าบัดนี้สั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้น เธอเม้มปากแน่นจนห้อเลือด ความทรงจำตลอดสามปีที่เคยมีความสุขร่วมกันไหลบ่าเข้ามาเป็นระลอก กลิ่นน้ำหอมเดิมๆ ที่เธอเคยซุกไซ้ซอกคอเขา กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอเคยบ่นแต่ก็แอบชอบลึกๆ... ทุกอย่างมันคือความคุ้นชินที่เธอยังลบมันไม่ออก
แต่มันยังไม่พอ... ความเจ็บมันยังค้ำคออยู่
“ลุกขึ้นเถอะคณิน...” ยาหยีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พยายามทำใจแข็งทั้งที่ใจสั่นไปหมด “นายไม่ต้องมาคุกเข่าขอโทษฉันหรอก มันสายไปแล้ว... ต่อให้นายจะทำขนาดนี้ มันก็ลบภาพที่นายเดินออกไปหาคนอื่นในคืนนั้นไม่ได้หรอกนะ และตอนนี้... ฉันก็มีคนใหม่ที่เขาพร้อมจะดูแลฉันดีกว่านายไปแล้วด้วย และนายก็กลับไปหาความตื่นเต้นที่นายโหยหาเถอะ”
คำว่า ‘คนใหม่’ เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงที่กำลังมอด
คณินเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความคลั่งทิฐิ เขาลุกพรวดขึ้นเต็มความสูงรวดเร็วจนยาหยีตั้งตัวไม่ทัน
เขาไม่ได้ถอยหนีไปตามคำไล่ส่ง แต่เขากลับเดินย่างสามขุมเข้าหาเธอ สายตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่กลับมาดุดันและร้อนแรงตามสัญชาตญาณนักล่าที่กำลังจะเสียเหยื่อชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตไป
เขากวาดสายตาคมกริบมองร่างบางที่ถอยจนหลังติดผนังห้อง คณินใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงไว้ กักขังยาหยีไว้ในวงแขนกว้างจนกลิ่นน้ำหอมปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาห้อมล้อมตัวเธอไว้หมดทุกทิศทาง
"จะให้กูกลับไปหาความตื่นเต้นที่ไหนอีกล่ะหยี..." คณินโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน "ในเมื่อความตื่นเต้นที่สุดสำหรับกู... ก็คือตอนที่กูเห็นมึงยืนเถียงกูปาวๆแบบนี้ไง"
แขนแกร่งทั้งสองข้างยันกำแพงไว้ กักขังร่างบางไว้ในพันธนาการของกล้ามเนื้อหนั่นแน่น คณินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดผิวหน้าจนเธอร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
“คนใหม่เหรอ? มึงแน่ใจนะหยีว่ามึงเรียกมันว่าคนใหม่ได้เต็มปาก” คณินเค้นเสียงรอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง “มึงสบตากูแล้วบอกสิว่าเวลาอยู่กับมัน... ใจมึงเต้นแรงเหมือนตอนอยู่กับกูไหม? มึงบอกสิว่าสัมผัสของมันทำให้มึงสั่นไปทั้งตัวเหมือนที่กูเคยทำได้หรือเปล่า!”
"คณิน! อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามนะ!"
ยาหยีพยายามดันอกแกร่งออก แต่กลับถูกเขาเบียดกายเข้าหาจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน ถ่านไฟเก่าที่เคยคิดว่ามอดไปแล้ว บัดนี้ความร้อนแรงของร่างกายที่แสนคุ้นเคยกำลังปลุกมันให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
“สามปีนะหยี... ร่างกายมึง ใจมึง แม้แต่ลมหายใจของมึง กูก็ครอบครองมาหมดแล้ว มึงคิดว่ามึงหายไปแค่เดือนเดียวแล้วจะลบร่องรอยของกูออกไปได้เหรอวะ มึงคิดว่าคนใหม่ของมึงจะมาแทนที่กูได้เร็วขนาดนั้นเลย?” เขาถามเสียงต่ำพร่า มือหนาข้างหนึ่งละจากกำแพงขึ้นมาเชยคางเธอให้สบตา
"มึงคิดว่าไอ้หน้าอ่อนนั่นมันจะรู้จักมึงดีเท่ากูหรือไง? มันรู้ไหมว่ามึงชอบให้กอดท่าไหนตอนฝันร้าย มันรู้ไหมว่ามึงแพ้อาหารทะเลชนิดไหน... มันไม่รู้อะไรเลยหยี!"
"แต่เขาก็รู้ว่าต้องให้เกียรติฉัน! ซึ่งนายไม่เคยทำ!" ยาหยีแหวใส่ทั้งน้ำตา
"เออ! กูมันหยาบ กูมันถ่อย กูมันขี้เบื่อ!" คณินยอมรับออกมาอย่างหน้าด้านๆ พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกลียมที่มุมปาก "แต่มึงก็รักไอ้คนถ่อยคนนี้มาตลอดสามปีไม่ใช่เหรอวะ? แล้วตอนนี้จะมาบอกว่ารับไม่ได้... กูไม่ยอมหรอกนะ"
เขาโน้มหน้าลงไปซุกที่ซอกคอขาวกรุ่นหนักๆ สูดดมกลิ่นกายที่โหยหาจนแทบคลั่ง กลิ่นหอมอ่อนๆราวกับขนมหวานที่เขาโหยหามาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ยาหยีเผลอครางออกมาแผ่วเบาด้วยความตกใจปนรัญจวนใจ ความขัดแย้งระหว่างสมองที่บอกให้ไล่ กับร่างกายที่ทรยศยอมรับสัมผัสของเขา กำลังทำให้เธอแทบจะเสียสติ
"อื้อ... ออกไปนะคณิน! ฮึก... นายมันคนเห็นแก่ตัว!"
"ใช่... กูเห็นแก่ตัว และกูจะเห็นแก่ตัวยิ่งกว่านี้ถ้ามันจะทำให้มึงไม่ไปยิ้มให้ไอ้หมาตัวไหนอีก" เขาพึมพำชิดผิวเนื้อนุ่ม "คืนนี้กูไม่กลับ... มึงไล่กูให้ตายกูก็ไม่ไป จะแจ้งตำรวจจับกูก็เอาเลย แต่ถ้าตำรวจมาถึงเมื่อไหร่ กูจะประกาศให้เขารู้กันทั้งคอนโดและทั้งบริษัทว่ากูเป็นอะไรกับมึง!"
คณินไม่ได้หยุดแค่ซุกไซ้ซอกคอขาวกรุ่น แต่เขาอุ้มร่างบางที่สั่นเทาขึ้นมาในอ้อมแขนกว้าง ยาหยีตกใจจนเผลอเกาะคอเขาไว้แน่น... สัมผัสที่แสนคุ้นเคยทำเอาหัวใจเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
เขาก้าวฉับๆ ไปที่เตียงนอนกว้าง ทิ้งตัวลงนอนโดยที่มีเธออยู่ด้านบน คณินกักขังเธอไว้ในพันธนาการของร่างกายที่เน้นมัดกล้ามหนั่นแน่น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น
"มึงบอกสิว่ามึงลืมสัมผัสของกูหมดแล้ว..." คณินพึมพำเสียงพร่า มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา แต่กลับสร้างกระแสไฟฟ้าสลับให้แล่นพล่านไปทั่วทั้งตัวยาหยี "บอกสิว่ามึงไม่รู้สึกอะไรเลยตอนที่กูกอดมึงแบบนี้"
"คณิน... หยุดนะ" ยาหยีพยายามจะดันอกแกร่งออก แต่เสียงที่ออกมากลับแหบพร่าและเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน
ร่างกายของเธอทรยศอย่างรุนแรง ความร้อนแรงจากร่างกายของเขาที่เคยเบียดเสียดกันมาสามปี กำลังปลุกความโหยหาที่เธออุตส่าห์สะกดกลั้นมาตลอดหนึ่งเดือนเต็มให้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมเดิมๆ ที่เธอเคยชื่นชม กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอเคยบ่น... ทุกอย่างมันคือ ‘ความคุ้นชิน’ ที่เธอเผลอคิดถึงมันมาตลอด
คณินไม่ตอบ แต่เขาใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปตามแนวคางนิ่งๆ อย่างใจเย็น เป็นจูบที่ไม่ได้รุนแรงแต่กลับเน้นความรู้สึกโหยหาอย่างลึกซึ้ง เขาค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากลงมาที่ซอกคออีกครั้ง ฝังจมูกลงไปหนักๆ ราวกับจะประทับตราความเป็นเจ้าของคืนมา
“ฮื้อ...”
ยาหยีเผลอครางออกมาแผ่วเบาด้วยความตกใจปนรัญจวนใจ มือเล็กที่เคยดันอกเขาไว้ บัดนี้กลับเลื่อนขึ้นมาเกาะไหล่แกร่งไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ความขัดแย้งระหว่างสมองที่บอกให้ไล่ กับร่างกายที่ทรยศยอมรับสัมผัสของเขา
คณินยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ เขาค่อยๆ เลื่อนมือหนาลงมาที่สะโพกมน บีบคลึงอย่างหนักสลับเบาอย่างมีความหมาย สายตาคมกริบสบตากับเธออย่างท้าทาย
“ถ้ามึงบอกว่าลืม... งั้นมึงช่วยบอกหน่อยดิว่าตรงนี้... ตรงที่กูเคยบีบทุกคืน มึงยังจำความรู้สึกมันได้หรือเปล่า?”
เขาจงใจเบียดกายเข้าหาจนเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงและความร้อนที่แผ่ซ่านทะลุกางเกงยีนส์ออกมา ถ่านไฟเก่าที่เคยคิดว่ามอดไปแล้ว บัดนี้ความร้อนแรงของร่างกายที่แสนคุ้นเคยกำลังปลุกมันให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ยาหยีหน้าแดงซ่านด้วยความอับอาย เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางชนะเกมนี้... เกมที่คณินเป็นคนกำหนดกติกา แต่เธอยอมรับมันไม่ได้...