“ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง!”
ยาหยีแผดเสียงสั่นพร่า รวบรวมเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดผลักอกแกร่งออก ถึงแม้ร่างกายจะสั่นสะท้านจากสัมผัสที่เขามอบให้ แต่นึกถึงภาพเขากับผู้หญิงคนนั้น หัวใจเธอก็กลับมาแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้ง
“นายอย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยสัมผัสเดียวกับที่นายใช้กับคนอื่น! ฉันไม่ต้องการคนที่เป็นของคนอื่นไปแล้วคณิน!”
คณินชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความอัดอั้น เขาพลิกตัวขึ้นอยู่ด้านบนใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของยาหยีไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างกลับเริ่มรุกหนักขึ้น ลูบไล้จากเอวบางขึ้นมาจนถึงหน้าท้องเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา
“ของคนอื่นเหรอ? มึงเอาอะไรมาพูด!” คณินพ่นลมหายใจร้อนผ่าวชิดริมฝีปากเธอ “กูบอกกี่ครั้งแล้วว่ากูกับเดียร์ไม่มีอะไรกัน! ที่มึงเห็นมันก็แค่คุย... มันก็แค่ความโง่ของกูในตอนนั้น!”
“เหรอ? แค่คุยเหรอคณิน? คุยแบบที่ต้องหายไปทั้งคืน คุยแบบที่ต้องมีสติ๊กเกอร์อ้อนกันส่งมาตลอดเวลาเนี่ยนะ!” ยาหยีประชดทั้งน้ำตา ดิ้นรนขลุกขลักอยู่ในพันธนาการของเขา “นายมันสำส่อน! ฉันขยะแขยงสัมผัสนาย ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้!”
คำว่า ‘ขยะแขยง’ และ ‘สำส่อน’ ทำให้คณินฟิวส์ขาดทันที
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอเธออย่างรุนแรงขึ้นแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอน เขาขบเม้มผิวเนื้อนุ่มจนเป็นรอยจางๆ เพื่อย้ำเตือนตัวตนของเขา มือหนาที่ลูบไล้อยู่ใต้ชายเสื้อแสร้งทำเป็นแวะเวียนอยู่แถวสีข้างและจุดที่เขารู้ดีว่ายาหยีจะแพ้สัมผัสที่สุด
“ขยะแขยงเหรอหยี? งั้นมึงอธิบายดิว่าทำไมตัวมึงถึงสั่นขนาดนี้ตอนกูแตะตรงนี้...” เขาจงใจลากนิ้วผ่านจุดอ่อนไหวแผ่วเบาจนยาหยีเผลอแอ่นอกขึ้นอย่างลืมตัว
“มึงด่ากูได้... แต่มึงโกหกร่างกายตัวเองไม่ได้หรอกหยี ว่ามึงยังต้องการกูอยู่!”
“ไม่! ฉันไม่ต้องการ! กลับไปหานังนั่นซะ! ไปเสวยสุขกันให้พอ!” ยาหยีตะโกนใส่หน้าเขา รอยน้ำตาเปื้อนแก้มสวยทำเอาคณินทั้งโกรธทั้งสงสาร แต่ความหวงก้างมันมีมากกว่า
“กูไม่ได้นอนกับมัน! กูไม่เคยนอนกับใครนอกจากมึง!” คณินแผดเสียงสลับกับจูบซับน้ำตาให้เธออย่างบ้าคลั่ง “มึงฟังกูนะหยี... ตลอดหนึ่งเดือนที่มึงหายไป กูไม่เคยแตะต้องใคร แม้แต่ผู้หญิงคนนั้นกูก็เขี่ยทิ้งตั้งแต่วันที่มึงเดินออกไปจากคอนโดกูแล้ว!”
ยาหยีส่ายหน้าไม่รับฟัง ความโกรธแค้นทำให้เธอดิ้นพล่านพยายามจะหลุดจากเตียง “โกหก! นายมันคนลวงโลก! ออกไปนะคณิน! อย่ามาสกปรกในห้องของฉัน!”
การปฏิเสธอย่างไม่ใยดีและการไล่ส่งเหมือนเขาเป็นสิ่งปฏิกูล ทำให้ความอดทนสุดท้ายของเดือนเครื่องกลขาดสะบั้น เขาโน้มตัวลงมาทับร่างบางไว้ทั้งตัว ใช้ขาแกร่งแทรกกลางระหว่างขาของเธอเพื่อล็อกไม่ให้ดิ้นหนี
“ไล่กูดีนักใช่ไหม? ได้... ในเมื่อพูดดีๆ แล้วมึงไม่ฟัง งั้นคืนนี้กูจะพิสูจน์ให้มึงเห็นเองว่า ‘ความสกปรก’ ของกูเนี่ยแหละ... ที่มึงเคยรักนักรักหนา!”
คณินไม่เปิดโอกาสให้ยาหยีได้ด่าต่อ เขาบดขยี้ริมฝีปากลงไปบนกลีบปากบางอย่างหนักหน่วง มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความหึงหวง และความโหยหาที่อัดอั้นมานาน เขารุกรานเธออย่างเอาแต่ใจ ราวกับจะกวาดล้างร่องรอยของคนอื่นที่เขาคิดว่ามีออกไปให้หมด และฝังรากลึกความทรงจำของเขาลงไปในทุกอณูของร่างกายเธออีกครั้ง
รสจูบที่คณินบดเบียดลงมานั้นรุนแรงและร้อนจัดเหมือนลาวาที่ไหลบ่าเข้ามาแผดเผาความรั้นของยาหยีจนมอดไหม้ เธอพยายามจะเม้มปากแน่น พยายามจะหันหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาข้างที่ว่างล็อกกรามเธอไว้อย่างมั่นคงกลับบังคับให้เธอต้องรับสัมผัสที่ทั้งโหยหาและน่าชังสำหรับเธอนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
‘อย่าแพ้นะยาหยี... อย่ากลับไปเจ็บเพราะคนใจร้ายคนนี้อีก’ เสียงในหัวเธอกรีดร้องเตือนสติ ทว่าความเสียใจที่เกาะกินใจมาตลอดหนึ่งเดือนกลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนแอ
น้ำตาเม็ดโตไหลลงมาอาบแก้มจนชื้นแฉะไปถึงใบหู ยาหยีสะอื้นฮักในลำคอ ความรู้สึกเสียใจที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีปะทะกับความวาบหวามที่คณินจงใจปลุกปั่น ร่างกายของเธอเริ่มทรยศอย่างน่าละอาย...
เพียงแค่เขาสะกิดถูกจุดอ่อนไหวตรงยอดอก ร่างของเธอก็แอ่นหยัดรับสัมผัสเขาอย่างอัตโนมัติ มือเล็กที่เคยทุบตีอกแกร่งบัดนี้กลับเริ่มกำเสื้อช็อปสีเทาของเขาไว้แน่นจนยับย่น เธอไม่ได้กำเพื่อผลักไส... แต่เธอกำมันไว้เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในยามที่โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้างเพราะรสสัมผัสที่แสนคุ้นเคย
“ฮึก... คณิน... นายมันคนเลว” ยาหยีพึมพำลอดรอยจูบ เสียงสั่นพร่าระคนไปด้วยความแค้นใจ
“เออ... กูมันเลว แต่มึงก็รักคนเลวคนนี้ไม่ใช่เหรอวะ?” คณินถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดเดียวเพื่อกระซิบข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวทำเอาเธอสยิวไปถึงกระดูกสันหลัง ขาแกร่งที่แทรกระหว่างขาบดเบียดเข้าไปจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มอุ่นที่เริ่มเปียกแฉะ
“มึงสั่นขนาดนี้... ยังจะบอกว่าขยะแขยงกูอีกเหรอหยี?”
คณินไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้ความชำนาญที่เหนือกว่ารุกคืบเข้าไปภายใต้ชุดสวยที่เขาเพิ่งจะชมว่ามันดูเซ็กซี่ในใจแบบที่เขาไม่เคยเห็น นิ้วเรียวที่เคยจับปากกาเขียนแบบบัดนี้กลับไล่เรียงไปตามส่วนโค้งเว้าของเธออย่างแผ่วเบาแต่เน้นย้ำบีบเค้นทุกจุดที่เขารู้ดีว่าจะทำให้เธอยอมจำนน
ความเสียใจที่เขานอกใจตามที่เธอเข้าใจ มันยังคงปวดหนึบอยู่ในอก แต่ความซาบซ่านจากฝ่ามือร้อนที่ลูบไล้ผิวเนื้อนวลกลับมีอำนาจเหนือกว่าในวินาทีนี้ ยาหยีหลับตาแน่นเพื่อซ่อนสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการที่เธอแสนเกลียดชังตัวเอง เธอกลัว... กลัวว่าถ้าเธอลืมตาขึ้นมาสบตากับเขาในตอนนี้ เธอจะยอมแพ้ให้เขาทุกอย่างเหมือนที่ผ่านมา
“มองหน้ากูหยี... แล้วบอกกูว่ามึงจำได้ไหม... ตรงนี้ที่มึงเคยบอกว่าชอบให้กูจูบ” เขาเลื่อนริมฝีปากลงมาที่ไหปลาร้าแล้วขบเม้มเบาๆ จนเธอเผลอครางกระเส่า
“ไม่... ฮึก... ฉันจำไม่ได้...” เธอโกหกคำโต ทั้งที่ร่างกายเธอกำลังตอบสนองเขาอย่างเร่าร้อน
คณินแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและมั่นใจ เขาจงใจแทรกกายเบียดชิดจนยาหยีสัมผัสได้ถึงความปรารถนาอันรุนแรงของเขาที่พร้อมจะระเบิดออกมา
“งั้นกูจะเตือนความจำมึงเองหยี... จะเตือนจนมึงลืมไอ้หน้าอ่อนนั่นไปเลยว่ามันพึ่งขึ้นมาส่งมึงถึงหน้าห้อง!”
ในใจของคณินตอนนี้นอกจากความหึงหวงแล้ว มันคือความทรมานที่เห็นน้ำตาเธอเหตุเพราะเขาอีกครั้ง แต่เขาก็หยุดไม่ได้... เขาเสียเธอไปนานเกินไปแล้ว และเขาจะใช้ความดิบ ความเถื่อน และความรักที่บ้าคลั่งนี้แหละ ดึงเธอกลับมาสู่อ้อมกอดของเขาอีกครั้ง
“ฉันไม่อยากจำ!” เธอยังคงดื้อจนวินาทีสุดท้าย และนั่นยิ่งทำให้ความอดทนของคณินที่มีน้อยอยู่แล้วขาดสะบั้นลงพร้อมกับเสื้อผ้าที่ถูกกระชากออกเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดีทั้งเขาและเธอ แม้ว่าเธอจะพยายามขัดขืนด้วยแรงอันน้อยนิดก็ตาม
แสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา สะท้อนให้เห็นร่างหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขยับเข้าหาคนใต้ร่างอย่างคุกคาม ยาหยีพยายามจะประท้วงเป็นครั้งสุดท้าย แต่วินาทีที่ผิวเนื้อเปลือยเปล่าสัมผัสกัน กระแสไฟแห่งความโหยหาก็ช็อตจนสมองเธอขาวโพลน
"จำได้ไหมหยี... ว่าร่างกายมึงมัน 'รับ' กูได้ดีขนาดไหน"
คณินกระซิบเสียงต่ำพร่าขณะที่เขาพาเธอข้ามผ่านพรมแดนแห่งความโกรธแค้นเข้าสู่ดินแดนแห่งความปรารถนา เขาไม่ได้นุ่มนวลอ่อนโยนเหมือนไตรภพ แต่เขาร้อนแรงและดุดันจนยาหยีแทบสำลักความสุขที่ปนเปไปกับน้ำตายิ่งกว่าเมื่อก่อน...