เบาะแสและการรอคอย

1624 Words
รปภ. มองคณินด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะตอบคำถามที่เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจ "คุณยาหยีเหรอครับ? อ้าว... เธอลาออกไปตั้งแต่ต้นอาทิตย์ก่อนแล้วนี่ครับ เห็นว่าบริษัทอื่นซื้อตัวไป ไม่กลับมาที่นี่แล้วล่ะ" “พอจะรู้ไหมครับว่าบริษัทไหน? ชื่อบริษัทอะไร?” เขาถามเป็นชุดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “ไม่ทราบจริงๆครับ” รปภ.ตอบพลางส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเดินไปตรวจตราต่อ ทิ้งให้คณินยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง คณินนิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ความรู้สึกวูบโหวงในอกขยายตัวจนแทบยืนไม่อยู่ เธอลาออก... ย้ายที่ทำงานอันนี้เขารู้แต่ที่เขาไม่รู้คือเธอโดนบริษัทอื่นซื้อตัวไป แสดงว่าต้องดีลกันมาก่อนแล้วหนึ่งเดือน แต่เธอกลับไม่เคยบอกเขาเรื่องนี้เลยสักคำราวกับเธอวางแผนจะไปจากเขาตั้งแต่แรก เขากลับมานั่งในรถสปอร์ตคันหรูที่บัดนี้ดูเหมือนกรงขังความโง่เขลาของตัวเอง คณินทุบกำปั้นลงบนคอนโซลรถอย่างบ้าคลั่ง "มึงไปอยู่ที่ไหนวะหยี! ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้!" เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนั้นเองว่า 'คำพิพากษา' ของยาหยีมันรุนแรงกว่าที่เขาคิด เธอไม่ได้แค่เดินออกจากคอนโด แต่เธอถอนรากถอนโคนชีวิตตัวเองออกจากวงโคจรของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับเศษซากความทรงจำในที่เดิมๆ ที่เธอไม่เคยหวนกลับมาอีก ความกลัวที่เคยเป็นเพียงตะกอนในใจ บัดนี้มันเอ่อล้นจนเขารู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย คณินซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ ปล่อยให้ความมืดมิดในรถเป็นเพื่อนร่วมทางความเจ็บปวด เขาไม่รู้เลยว่าต้องไปตามหาเธอที่ไหน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้เธอกำลังยิ้มให้ใคร หรือทำงานอยู่ที่ไหน... เขากลายเป็นคนนอกในชีวิตของคนที่เขาเคยบอกว่า 'รัก' ที่สุดไปเสียแล้ว . จนกระทั่งครบ หนึ่งเดือน... คณินตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของวันหนึ่งด้วยอาการปวดหัวตุบๆ เขาเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำดื่ม แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ภาพความทรงจำตอนยาหยีคอยซื้อของสดมาแช่ไว้ให้คอยบ่นให้เขาดูแลสุขภาพแวบเข้ามาจนเขาต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องครัว "มึงไปอยู่ที่ไหนวะหยี... กลับมาด่ากูหน่อยก็ได้ ฮึก..." น้ำตาของลูกผู้ชายที่เคยปากดีหยดลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเชียบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอที่ยังคงเป็นรูปคู่รูปเดิมที่เขาไม่เคยเปลี่ยน... ต่างจากเดียร์ที่เขาตัดความสัมพันธ์ไปตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่ายาหยีหายไป ความตื่นเต้นที่เขาเคยอยากได้ บัดนี้มันคือสารพิษที่ทำลายชีวิตเขาจนยับเยิน ในขณะที่เขากำลังจมอยู่กับความสมเพชตัวเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น! คณินพุ่งตัวไปคว้ามันด้วยความหวังที่แทบจะริบหรี่ แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของไกด์เพื่อนสนิท เขาก็แทบจะขว้างมันทิ้ง "มีอะไรวะ" เขาถามเสียงแหบพร่า (ไอ้ณิน... มึงดูสตอรี่ไอ้เก่ง เพื่อนคณะบริหารฯ หรือยัง) ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงเครียดๆ "กูไม่ดู กูกำลังจะขาดใจตายอยู่ละ มึงจะให้กูดูอะไร" (มึงดูเหอะ... กูเห็นยาหยีอยู่ในนั้น") หัวใจที่เกือบจะหยุดเต้นของคณินกลับมาเต้นรัวจนเจ็บอกเขารีบกดเข้าไปดูโซเชียลตามที่เพื่อนบอกทันที... ที่เห็นคือยาหยีในชุดเดรสสีสวย ดูสดใสและดูดีกว่าตอนที่อยู่กับเขามาก เธอกำลังนั่งหัวเราะอยู่กับกลุ่มเพื่อนในร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งหนึ่ง และที่สำคัญ... ข้างๆ เธอมีผู้ชายคนหนึ่งที่ดูเป็นผู้ใหญ่และอบอุ่นกำลังคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจคณิน รอยยิ้มแบบนั้น... รอยยิ้มที่เขาเคยครอบครองไว้คนเดียว บัดนี้เธอกำลังมอบมันให้คนอื่น ในขณะที่เขากำลังจะตายเพราะไม่มีเธอ "กูไม่ยอม... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ได้รอยยิ้มนั้นไปจากมึง!" คณินลุกขึ้นคว้ากุญแจรถสปอร์ตทันที ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความคลั่งทิฐิและหวงก้างตามสัญชาตญาณวิศวะตัวร้ายที่กำลังจะออกไปตามหัวใจของเขากลับคืนมา... แม้จะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์นั้นแล้วก็ตาม เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตแผดคำรามไปตามท้องถนนใจกลางเมือง คณินเหยียบคันเร่งจนเข็มไมล์พุ่งสูง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเส้นทางตามโลเคชั่นของเก่งที่เช็คอินในสตอรี่ มือหนาที่กำพวงมาลัยสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธและความหวงก้างที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ภาพในสตอรี่ที่เขาเพิ่งเห็นมันยังติดตา... ยาหยีในชุดเดรสสีนู้ดดูสง่าและเซ็กซี่อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอนั่งยิ้มหัวเราะอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนบริหารฯ และที่ข้างกายเธอนั้น... มีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งอยู่ มันดูแลเอาใจใส่เธออย่างออกนอกหน้า ทั้งคอยรินน้ำและขยับเก้าอี้ให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คณินไม่เคยทำเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา "มึงแม่งเป็นใครวะ... กล้าดียังไงมานั่งที่ของกู!" คณินสบถออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่สนว่าตัวเองอยู่ในสภาพไหน ไม่สนว่ายาหยีจะโกรธเพียงใด ตอนนี้ในหัวเขามีเพียงความคิดเดียวคือต้องไปลากเธอออกมาจากไอ้ผู้ชายหน้าอ่อนนั่นให้ได้ เขาหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ร้านอาหารกึ่งบาร์ชื่อดังด้วยความเร็วที่ทำเอาเด็กรับรถต้องรีบถอยกรูด ภายในร้านอาหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง เพื่อนๆ กลุ่มคณะบริหารธุรกิจของยาหยีต่างพากันชนแก้วฉลองให้กับงานใหม่ของเธอ “ดีใจด้วยนะหยี ที่ได้งานที่เอเจนซี่ดังขนาดนี้ แถมยังมีครีเอทีฟมือทองอย่างคุณภพคอยดูแลด้วย” เก่งเอ่ยแซวพลางมองไปที่ ภพ ที่นั่งยิ้มละมุนอยู่ข้างๆ ยาหยี “ผมต่างหากครับที่ต้องขอบคุณยาหยีที่มาช่วยแบ่งเบาภาระผม” ภพพูดเสียงนุ่มพลางหันไปสบตากับยาหยีอย่างมีความหมาย “วันนี้ทุกคนทานเต็มที่เลยนะครับ ผมขออนุญาตเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองให้เพื่อนร่วมงานคนเก่งของผมเอง” “โอ้โห... สปอร์ตสุดๆ เลยค่ะคุณภพ แบบนี้หยีไม่ยอมปล่อยมือแน่ๆ” ญาดาเพื่อนสาวอีกคนแซว ทำเอาอาหยีหน้าแดงระเรื่อ เธอรู้สึกขัดเขินแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีภพอยู่ข้างๆ ในคืนนี้ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ภพขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ของเธออย่างให้เกียรติ “ไหวไหมครับคุณหยี ถ้ามึนบอกผมนะ เดี๋ยวผมไปส่งที่คอนโดเอง” “หยียังไหวค่ะคุณภพ ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนหยีนะคะ” ยาหยีส่งยิ้มให้เขา... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสบายใจ เป็นรอยยิ้มที่เธอหลงลืมไปแล้วว่าความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร ปัง!! เสียงประตูร้านถูกผลักออกอย่างแรงจนคนทั้งร้านหันไปมองเป็นตาเดียว ร่างสูงของคณินในชุดช็อปวิศวะสีเทาที่ดูยับย่นและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดุดันเดินตรงดิ่งเข้ามาที่โต๊ะ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่มือของภพที่วางอยู่ใกล้ตัวยาหยีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารทันที ยาหยีหน้าซีดเผือด มือเล็กสั่นเทาจนเกือบทำแก้วร่วง เธอสบตากับคณิน... ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้เหลือเพียงความหวาดระแวงและความเจ็บปวดที่ตีกลับขึ้นมา “มึงเป็นใคร! กล้าดียังไง! เอามือออกไปจากเมียกูเดี๋ยวนี้!!” เสียงคำรามของคณินทำให้ภพขมวดคิ้วมุ่น เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเดือนคณะวิศวะอย่างไม่เกรงกลัว ภพขยับตัวมาบังยาหยีไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง สายตาของเขานิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลังของผู้ใหญ่ที่เหนือกว่า “ผมไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร แต่กรุณาให้เกียรติสุภาพสตรีและสถานที่ด้วยครับ” ภพเอ่ยเสียงเรียบ “กูเป็นผัวมัน! มึงนั่นแหละที่ต้องไสหัวไป!” คณินพุ่งเข้าไปจะกระชากคอเสื้อภพ แต่ยาหยีกลับรวบรวมความกล้าเดินก้าวออกมาขวางหน้าไว้ น้ำตาที่เธอคิดว่าแห้งไปแล้วเริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้ง “หยุดนะคณิน! นายไม่มีสิทธิ์มาทำกิริยาแบบนี้ที่นี่... และเราจบกันไปนานแล้ว!” คำว่า ‘จบกันไปนานแล้ว’ จากปากยาหยีต่อหน้าไอ้หน้าอ่อนนั่น เหมือนเกียร์ที่พังยับเยินถูกค้อนปอนด์ทุบซ้ำลงมาจนแหลกละเอียด คณินนิ่งงันไปยังคงไม่ละจากคอเสื้อของภพ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส เขามองดูยาหยีที่ยืนหลบอยู่หลังภพ... ผู้ชายที่ดูอบอุ่นและให้เกียรติเธอในแบบที่เขาไม่เคยทำ รอยร้าวใต้เกียร์ในวันนั้น... วันนี้มันได้กลายเป็นเหวที่กว้างเกินกว่าที่เขาจะกระโดดข้ามกลับไปหาเธอได้อีกแล้ว แต่เขาไม่อาจยอมรับได้ “ไม่... กูไม่เลิกกับมึง! เรายังไม่จบ! ยาหยี... มึงยังเป็นเมียกู!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD