บรรยากาศภายใน 'โรงประลอง' หลังมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยเด็กวิศวะในวันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่สำหรับคนอย่างคณิน ที่นั่งทำหน้าซังกะตายอยู่ท่ามกลางกองชิ้นงานเหล็กและโมเดลที่พรรคพวกพยายามประกอบกันอย่างขะมักเขม้น
แสงไฟนีออนสลัวและเสียงเพลงร็อกที่แผดคำรามไม่ได้ช่วยให้คณินรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่เคยเป็น มือหนาข้างหนึ่งถือปากกาเขียนแบบ อีกข้างกลับกำโทรศัพท์มือถือแน่นราวกับเป็นอวัยวะส่วนที่สาม เขาไม่ได้แตะต้องแก้วเหล้าที่แอบเอาเข้ามาตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียวจนน้ำแข็งละลายจนเจือจาง
“ไอ้ณิน มึงจะเอาไงกับชิ้นงานนี้วะ? ขันน็อตตัวนี้หน่อยดิ้ มัวแต่นั่งจ้องมือถืออยู่นั่นแหละ มึงจ้องจนมันจะทะลุอยู่แล้ว” ไกด์เอ่ยทักพลางส่งประแจให้ เพื่อนในกลุ่มอีกสามสี่คนเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว
“เออ มึงมาฉลองที่ง้อเมียสำเร็จไม่ใช่เหรอไง ทำไมมานั่งทำหน้าเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้งงั้นวะ?” ทีมเสริมพลางหัวเราะร่าหันไปชนแก้วกับเพื่อนคนอื่น “หรือว่า... ยาหยีไม่ยอมให้เข้าห้อง?”
คณินไม่ได้ตอบโต้แบบกวนประสาทอย่างที่เคยทำ เขาแค่ถอนหายใจยาวๆ แล้วรับประแจมาขันน็อตชิ้นงานด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นจนเกิดเสียงดังแกร็ก!
“มึงใจเย็นๆ ชิ้นงานกูจะหัก!” ไกด์รีบตะครุบไว้ “เป็นไรของมึงวะ? แชทไปเขาก็ไม่ตอบเหรอ?”
“ตอบ... แต่ตอบแบบที่กูไม่อยากให้ตอบว่ะ” คณินพึมพำเสียงแหบพร่า สายตายังคงวนเวียนกลับไปมองหน้าจอที่มืดสนิท
“เขาบอกกูว่า... ‘ถ้าเมาก็กลับไปนอนห้องตัวเอง ไม่รอเปิดประตู’ มึงคิดดูดิไกด์ ปกติยาหยีต้องบ่นจนหูชา ต้องด่าว่ากูกินเหล้าเยอะ หรือไม่ก็สั่งให้กูถึงห้องก่อนเที่ยงคืน แต่นี่อะไร... เขาปล่อยกูเหมือนกูเป็นธาตุอากาศเลยว่ะ”
“อ้าว! ก็ดีแล้วไงมึง อิสระเลยนะเว้ย มึงอยากกลับตีสามตีสี่ก็ได้ ไม่มีคนคอยจิก” ทีมพูดพลางตบไหล่เพื่อนอย่างให้กำลังใจ แต่เขากลับไม่รู้เลยว่านั่นคือสิ่งที่คณินกลัวที่สุด
“อิสระเหี้ยไร... อิสระแบบนี้กูไม่ต้องการว่ะ” คณินวางประแจลงอย่างหัวเสีย “ความอิสระที่มาพร้อมกับการที่เขาไม่แคร์กูแล้ว... แม่งโคตรน่ากลัว”
ในขณะที่คณินกำลังจมดิ่งอยู่กับความหงอยเหงา เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชัน Instagram ก็ดังขึ้นถี่ยิบ เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งที่กำลังไถมือถืออยู่ถึงกับร้อง “เชี้ย!” ออกมาลั่นโต๊ะ
“ไอ้ณิน... มึงดูนี่หรือยัง?” เพื่อนคนนั้นยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าคณิน
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างทันทีที่เห็นภาพบนหน้าจอ ยาหยีโพสต์รูปภาพผ่านสตอรี่และโพสต์หลักที่ดูเหมือนจะได้รับการจัดวางมาอย่างดีเพื่อฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น
ในรูปแรก ยาหยีนั่งอยู่ในร้านอาหารรูฟท็อปสุดหรูท่ามกลางแสงเทียนที่โรแมนติก เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำที่ขับผิวขาวผ่องและเผยให้เห็นสร้อยเกียร์ที่เขาเพิ่งสวมให้เมื่อคืนอย่างเด่นชัด แต่ข้างๆ เธอนั้นไม่ใช่เก้าอี้ว่างเปล่า... แต่เป็น ภพที่นั่งยิ้มละไมอยู่ฝั่งตรงข้าม และที่ร้ายไปกว่านั้นคือมีนายแบบหนุ่มชื่อดังที่บริษัทดีลงานด้วย นั่งประกบข้างยาหยีในท่าทางที่ดูสนิทสนม
Yayee_Official: "ขอบคุณสำหรับดินเนอร์มื้อนี้นะคะ ทำงานกับทีมโปรเฟสชันแนลแล้วรู้สึกได้รับเกียรติและตื่นเต้นกับงานชิ้นนี้มากค่ะ #WorkingWoman #NewBeginning"
คณินมือสั่นจนโทรศัพท์แทบหลุดมือ หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากลงสู่เหวลึก ความตื่นเต้นที่ยาหยีพิมพ์ในแคปชั่น... เขารู้ดีว่าเธอตั้งใจเอาคำพูดของเขามาย้อนศรใส่
“เชี้ย... นายแบบคนนั้นมันคนที่กูเห็นในโฆษณานี่หว่า หล่อฉิบหายเลยมึง” ไกด์พึมพำออกมาช้าๆ ก่อนจะรีบหุบปากเมื่อเห็นสายตาอาฆาตของคณิน
“มึงดูรูปสองดิ...” ทีมชี้นิ้วไปที่รูปถัดไป
เป็นรูปที่นายแบบคนนั้นกำลังโน้มตัวมาช่วยถือแก้วไวน์ให้ยาหยี โดยที่มือของเขาเกือบจะสัมผัสกับมือเรียวของเธอ ยาหยีหัวเราะร่าเริงในภาพ เป็นรอยยิ้มที่คณินรู้ดีว่ามันสดใสกว่าตอนอยู่กับเขาเป็นไหนๆ
พลั่ก!
คณินลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ความหงอยเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความบ้าคลั่งและความหึงหวงที่พุ่งสูงจนทะลุปรอท
“กูอยู่ไม่ได้แล้ว มึงเอากุญแจรถมาดิ!” คณินแผดเสียงใส่เพื่อน
“เฮ้ย! ไอ้ณิน มึงจะไปไหน! ร้านมันอยู่ไหนมึงยังไม่รู้เลย!” ทีมพยายามดึงแขนเพื่อนไว้
“กูจะไปลากมันกลับมา! มึงเห็นไหมว่ามันให้ไอ้หน้าหล่อนั่นแตะตัวเมียกู! มันจงใจฆ่ากูทางอ้อมชัดๆ!” คณินหอบหายใจหนักๆ ดวงตาแดงก่ำ “มันใส่เกียร์ที่กูให้ไปกินข้าวกับผู้ชายคนอื่น... มึงคิดว่ากูจะทนได้เหรอวะ!”
คณินไม่ฟังคำทัดทานของใคร เขาคว้ามือถือตัวเองขึ้นมาดูแจ้งเตือนอีกครั้ง คราวนี้มีข้อความจากยาหยีเด้งเข้าแชทส่วนตัว เป็นรูปที่เธอถ่ายแก้วไวน์คู่กับแก้วของนายแบบคนนั้น พร้อมข้อความสั้นๆ
Yayee: "วันนี้ตื่นเต้นมากเลยค่ะที่รัก... นายแบบนิสัยดีมาก สุภาพกว่าที่คิดไว้เยอะเลย นายไม่ต้องรีบกลับนะ เที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ"
คำว่า ‘เที่ยวให้สนุกนะจ๊ะ' ของยาหยีคือการปิดจ็อบที่แสบสันที่สุด คณินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าพิงโต๊ะงานเหล็กอย่างหมดแรง เขาเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าถูกเอาคืนอย่างเป็นทางการ
“ทนไม่ได้ก็ต้องทน ถ้าขืนมึงไปโวยวายอีกกูว่ายาหยีเขาทิ้งมึงจริงๆแน่” ไกด์เอ่ยพลางดึงเพื่อนให้นั่งลงที่เดิม ทีมเห็นท่าทางของเพื่อนรักก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ เขาตบบ่าเพื่อนเบาๆ
“จริงของไอ้ไกด์ มึงต้องหัดใจเย็นกว่านี้หน่อย... เขาไม่ใช่เด็กมหา’ลัยแล้ว เขากำลังเข้าสู่วัยทำงานซึ่งอีกปีเดียวมึงก็ต้องเข้าสู่วัยทำงานเหมือนกัน คิดดีๆไอ้ณิน ยาหยีเขาก็ไม่ได้หนีไปไหน”
ยาหยีไม่ได้หนีเขาไปไหนจริงอย่างที่ทีมว่า... เธอยังอยู่ภายใต้กติกาที่เขาบังคับ แต่เธอเลือกที่จะทรมานเขาด้วยการเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาใกล้ชิด โดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั่งมองดูผ่านหน้าจอ และรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์โวยวายเพราะเคยทำตัวแบบนี้ใส่เธอมาก่อน
“หยี... มึงแม่ง... ร้ายกว่ากูเยอะเลยว่ะ” คณินพึมพำออกมาทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า มือหนาบีบขวดเบียร์จนร้าว
ค่ำคืนที่โรงประลองที่ควรจะสนุก กลับกลายเป็นห้องเย็นที่ทรมานใจคณินที่สุดในชีวิต เดือนคณะเครื่องกลผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้พ่ายแพ้ให้กับแผนตื่นเต้นของเมียตัวเองอย่างราบคาบ และเขารู้ดีว่า... คืนนี้เขาคงนอนไม่หลับ และไม่กล้าแม้แต่จะเมา เพราะกลัวว่าถ้าเมาแล้วจะไม่ได้เห็นเธอตอนกลับเข้าห้อง
ฉากนี้คือการดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดของความภาคภูมิใจในตัวคณินเลยค่ะคุณนรินทร์ลดา จาก "เสือ" ที่เคยสง่างาม บัดนี้เหลือเพียง "หมาที่บาดเจ็บ" และกำลังซมซานกลับไปหาเจ้าของเพียงคนเดียวที่เขามี
เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังรัวไม่หยุด คณินไม่ได้นั่งละเลียดเหล้าเหมือนตอนแรกอีกต่อไป ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเรียวสไลด์ผ่านหน้าจอโทรศัพท์ เห็นภาพรอยยิ้มสดใสของยาหยีที่มอบให้นายแบบคนนั้น หรือเห็นสายตาละมุนของภพที่จับจ้องเธอไม่วางตา คณินก็กระดกของเหลวสีอำพันลงคอรวดเดียวหมดแก้ว ราวกับต้องการให้ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์เข้าไปแผดเผาความพลุ่งพล่านในอก
“เฮ้ยไอ้ณิน! เบาได้เบา มึงกระดกยังกับน้ำเปล่า เดี๋ยวก็ภาพตัดหรอกมึง” ไกด์พยายามคว้าขวดเหล้าไว้ แต่กลับโดนคณินสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี
“ปล่อยกู... มึงดูดิ... ดูที่มันทำดิไกด์” คณินเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาแดงก่ำไม่ได้มาจากความเมาเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความอัดอั้นที่จุกอยู่ในลำคอ “มันใส่เกียร์ที่กูเพิ่งสวมให้เมื่อคืนไปนั่งยิ้มให้ไอ้หน้าหล่อนั่น... มันทำเหมือนกูไม่มีตัวตนเลยว่ะ”
“มึงใจเย็น... ยาหยีเขาก็แค่แกล้งมึงคืนหรือเปล่า” ทีมพยายามปลอบ แต่คำพูดนั้นกลับยิ่งตอกย้ำความจริง
“เออ! มันแกล้งกู และกูก็แม่ง... โคตรจะเจ็บเลย...” คณินแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง ก่อนจะกระดกเหล้าแก้วสุดท้ายจนหมด “กูพอละ... กูจะไปหาหยี”
“มึงจะไปสภาพนี้เหรอ? มึงเมาแล้วนะเว้ย กลับไปนอนรังรักเก่ามึงก่อนไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุย” ไกด์เอ่ย
“ไม่... กูไม่กลับไปที่นั่น” คณินลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่โซเซเล็กน้อยแต่สายตายังคงมุ่งมั่น “ที่นั่นไม่มีหยี... กูก็ไม่รู้จะกลับไปทำไม”
“นี่ละที่เขาเคยบอกว่า ในขณะที่มึงมองคนอื่น ผู้ชายคนอื่นก็มองเมียมึงเหมือนกัน ไอ้ณินเอ้ย... บทเรียนที่ยาหยีให้เจ็บแสบสมกับความดื้อของมึงไหมล่ะ” ทีมเอ่ยพลางส่ายหน้าไปมามองตามหลังเพื่อนที่เดินโซเซออกไป